ข่าว

สร้างสุภาพบุรุษ

สร้างสุภาพบุรุษ

25 ส.ค. 2557

สร้างสุภาพบุรุษ : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับ ประภัสสร เสวิกุล

               สังคมโดยทั่วไปมักจะให้การสงเคราะห์และเกื้อกูลแก่เด็ก สตรี และคนชรา โดยเรียกร้องกลายๆ ให้ผู้ชายเป็นผู้เสียสละ และหากไม่ได้รับการตอบสนอง ผู้ชายก็จะได้รับการตำหนิติเตียน โดยมองข้ามความจริงบางประการ เช่น ค่านิยมเก่าๆ ที่ถือว่าผู้ชายเป็นใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือการไม่ได้ปลูกฝังความเป็นสุภาพบุรุษแก่เยาวชน

               สันดานเดิมของมนุษย์นั้น จริงๆ แล้วย่อมไม่ต่างจากสัตว์ป่าโดยทั่วไป คือประกอบด้วย ความเห็นแก่ตัว ตะกละตะกลาม และโหดร้าย แต่การที่มนุษย์สามารถควบคุมพฤติกรรมด้านมืดของตนไว้ได้ ก็โดยอาศัยเครื่องควบคุม 4 ประการ ได้แก่ การอบรมสั่งสอน คำสอนทางศาสนา กฎหมายบ้านเมือง และกติกาทางสังคม ซึ่งช่วยกล่อมเกลาและขัดเกลาจิตใจของมนุษย์ ให้เกิดความละอายต่อบาป กลัวเกรงต่อการลงโทษ หรือหวั่นเกรงมาตรการคว่ำบาตรจากสังคม

               การอบรมสั่งสอน เป็นการกล่อมเกลาลำดับแรก ซึ่งจะต้องเริ่มจากหน่วยที่อยู่ใกล้ตัวเด็กที่สุด นั่นก็คือผู้ใหญ่ในครอบครัว ซึ่งในสมัยก่อนก็มักจะเป็นปู่ ย่า ตา ยาย แต่ลักษณะของสังคมในปัจจุบัน ก็ควรจะเป็นพ่อ แม่ เด็กจะเรียนรู้และเลียนแบบอย่าง ทั้งจากคำสอน การเลี้ยงดู ความประพฤติ และนิสัยใจคอ จากผู้ใหญ่ ในช่วงแรกเกิดจนถึงอายุ 6-8 ขวบ หลังจากนั้น เด็กจะเริ่มเป็นตัวของตัวเอง ดังนั้น ในช่วงเวลาดังกล่าว จึงเป็นหน้าที่ผู้ใหญ่ในครอบครัวจะต้องใช้เวลาอยู่กับเด็กให้มากที่สุดเพื่ออบรมบ่มเพาะนิสัยที่ดี การปล่อยให้ลูกอยู่กับพี่เลี้ยง หรือละครโทรทัศน์ ก็คือการสนับสนุนให้ลูกรับนิสัยและพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมจากพี่เลี้ยงหรือการแสดงของตัวละครนั่นเอง

               คำสอนทางศาสนา เป็นการกล่อมเกลาในลำดับต่อมา ศีลและธรรมจะช่วยทำให้เด็กมีจิตใจที่อ่อนโยน มีคุณธรรม และจริยธรรม อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับบ้านค่อนข้างจะห่างไกลกัน ไม่ได้ใกล้ชิดกันเช่นในอดีต จึงทำให้เด็กๆ ขาดการเรียนรู้คำสอนทางศาสนา หรือเห็นว่าเป็นสิ่งที่คร่ำครึ

               ในส่วนของกฎหมายบ้านเมือง เป็นเรื่องของการขัดเกลาความประพฤติ และมีบทลงโทษเพื่อให้เกิดความหลาบจำ

               ขณะเดียวกัน เรื่องบางเรื่องที่ไม่เหมาะควร แต่กฎหมายไม่ได้บัญญัติให้เป็นความผิด ก็เป็นกติกาทางสังคมที่จะปฏิเสธหรือประณามผู้ละเมิดกติกา และสังคมเองก็ต้องยกย่องผู้ที่ทำดีที่ซื่อสัตย์ กล้าหาญ เสียสละ ฯลฯ เพื่อเป็นกำลังใจแก่คนดีๆ และแบบอย่างที่ดีต่อเยาวชน

               ความเป็นสุภาพบุรุษและลูกผู้ชาย รวมทั้งกติกาทางสังคมนั้น จะต้องเริ่มจากครอบครัว โดยพ่อหรือญาติผู้ชายจะต้องแสดงให้เห็นเป็นตัวอย่าง และเด็กซึมซับสิ่งเหล่านั้นจนกลายเป็นนิสัย ตั้งแต่เรื่องทั่วๆ ไป เช่น การเลื่อนเก้าอี้ให้ผู้อื่น การเอื้อเฟื้อแก่สตรี และคนชรา การเคาะประตูก่อนจะเข้าไปในห้อง การพูดจาที่สุภาพ รวมไปถึงมารยาทบนโต๊ะอาหาร มารยาทในการเข้าสมาคม มารยาทในการใช้ลิฟต์ เป็นต้น

               เมื่อเราอยากได้ดอกกุหลาบที่สวยงาม ซึ่งเกิดจากมือของเราเอง เราก็ต้องเตรียมดิน ปลูกกุหลาบ รดน้ำพรวนดิน ให้ปุ๋ย และคอยกำจัดแมลง ฉันใด การอยากให้เยาวชนไทยเติบโตเป็นสุภาพบุรุษ เราก็ต้องดูแล อบรมสั่งสอน และปลูกฝังค่านิยม

               เหล่านี้แก่พวกเขา ตั้งแต่ยังเล็กๆ

               การหวังจะได้อะไรโดยไม่ลงมือทำอะไรเลย เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้หรอกครับ