
ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : เที่ยวอย่างไทย
26 ส.ค. 2557
ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : เที่ยวอย่างไทย : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ
ปัจจุบันนี้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกมากขึ้น ซึ่งไม่ว่าจะเป็นด้วยเหตุผลใดก็ตาม แต่ต้องยอมรับว่าหลายประเทศในโลกนี้ ล้วนเริ่มรู้จักนักท่องเที่ยวชาวไทยกันเป็นอย่างดี โดยสถานที่ท่องเที่ยว, ร้านค้า, สถานบริการ หลายต่อหลายแห่งในหลายๆ ประเทศ ถึงขั้นที่มีป้ายภาษาไทยกำกับเอาไว้ถึงกฎกติกาและราคาค่าสินค้าและบริการ และมีร้านค้าในหลายประเทศจำนวนไม่น้อยที่ติดป้ายเป็นภาษาไทยว่า ยอมรับเงินบาทไทยในการชำระค่าสินค้าเลยทีเดียว
สิ่งต่างๆ ที่ผมได้กล่าวมานั้น แรกทีเดียวในฐานะที่ผมเป็นคนไทย เมื่อไปที่ไหนและเห็นป้ายประกาศภาษาไทยและการยอมรับเงินสกุลบาท ก็รู้สึกภาคภูมิใจที่ประเทศไทยเป็นที่รู้จักกันมากขึ้นในสากลโลก และราวกับว่าโลกทั้งใบรับรู้ว่าคนไทยเป็นนักท่องเที่ยวหรือนักธุรกิจที่มีฐานะทางการเงินดี
แต่หลังจากที่ประเทศจีนเปิดพรมแดนให้กว้างขึ้น ทำให้ชาวจีนมีอิสรเสรีในการเดินทางมากขึ้น สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศต่างๆ มีคนจีนเป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่ ทั้งโลกก็เริ่มรับรู้ถึงความไร้ระเบียบวินัย, ความไม่เคารพกฎกติกาใดๆ ฯลฯ ที่นักท่องเที่ยวชาวจีนทำให้เกิดขึ้นมาจนนักท่องเที่ยวชั้นดี หรือเจ้าของบ้านและคนท้องถิ่นที่ไม่มีผลได้เสียกับการท่องเที่ยวของชาวจีนเริ่มเกิดความเอือมระอาขึ้นมา
ลักษณะการ “เกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง” ระหว่างเจ้าของบ้านกับนักท่องเที่ยวชาวจีนจึงเกิดมากขึ้น ป้ายประกาศเตือนและป้ายห้ามต่างๆ ที่เป็นภาษาจีนถูกติดมากขึ้นในโลกนี้ ความรู้สึกเอือมระอากับพฤติกรรมร้ายๆ แต่ต้องทนเพราะยังหวังเงินรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวจีนเกิดขึ้น และแพร่ระบาดไปทั่วโลกไม่เว้นแม้แต่ในประเทศไทยเอง
แต่คนไทยและนักเดินทางท่องเที่ยวชาวไทยจะเคยหันมามองดูตัวเองบ้างหรือไม่ว่า ปัจจุบันนี้ประชากรในหลายประเทศทั่วโลกเริ่มรู้สึกกับคนไทย ไม่ต่างจากที่คนทั้งโลกและคนไทยรู้สึกกับนักท่องเที่ยวชาวจีน เพราะมีนักท่องเที่ยวชาวไทยจำนวนไม่น้อยที่ ไม่ตรงต่อเวลานัดหมาย, ไม่เคารพกฎกติกา, เสียงดังในที่สาธารณะ, ไม่ฟังคำบรรยายจากมัคคุเทศก์ และสนุกสนานกับการจับจ่ายซื้อของด้วยการต่อรองแบบเอาแพ้เอาชนะ มากกว่าจะนึกถึงความเป็นจริงของธุรกิจ
เพราะฉะนั้นไม่ว่าคนไทยจะมีมุมมองด้านลบอย่างไรกับนักท่องเที่ยวชาวจีนส่วนหนึ่ง ก็ต้องไม่ลืมว่าผู้คนในหลายประเทศก็มีมุมมองต่อคนไทยในลักษณะเดียวกันด้วย ปัจจุบันนี้หลายประเทศเริ่มมีป้ายประกาศเตือนเป็นภาษาไทยติดตามที่ต่างๆ หากลองอ่านจะพบว่าป้ายเหล่านั้นมักจะเป็นเรื่องคำเตือนและข้อห้ามทั้งสิ้น ซึ่งหมายความว่าเขากำลังมองว่าคนไทยอย่างเรา เป็นคนกลุ่มที่ต้องเตือนต้องบอกตลอดเวลา
ต่างไปจากป้ายภาษาญี่ปุ่นหรือเยอรมนีที่ติดเอาไว้ เพราะทั้งสองภาษานั้นส่วนใหญ่จะมีข้อความในทำนองแนะนำ และเสนอแนะมากกว่าเป็นการห้ามหรือเตือน หากคนไทยเราอยากเป็นนักท่องเที่ยวที่เจ้าของบ้านยินดีต้อนรับอย่างเต็มใจ เราก็คงต้องปรับปรุงพฤติกรรมการเที่ยวอย่างไทยๆ ของเรา ให้มีการพัฒนาที่ดีขึ้นกว่าทุกวันนี้ จึงจะไม่เป็นการทำลายชื่อเสียงความเป็นไทยของเราเองครับ
-----------------------
(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : เที่ยวอย่างไทย : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)



