
รวบ3หนุ่มม้งขนยาบ้าเกือบ4แสนซุกในยางอะไหล่
24 ส.ค. 2557
รวบ 3 หนุ่มชาวม้ง ลักลอบขนยาบ้าเกือบ 4 แสนเม็ด เครือข่าย "พันโทยี่เซ-ไทใหญ่" ซุกซ่อนในยางอะไหล่-เบาะหลังรถยนต์
วันที่ 24 ส.ค.57 เมื่อเวลา 11.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ต.ชำนาญ รวดเร็ว รอง ผบช.ภ.5 ร่วมกับพล.ต.ศรายุธ รังษี ผบ.มทบ.33 และ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม 3 หนุ่มชาวเขาเผ่าม้ง คือ นายสว่าง วัฒนศักดิ์โสภณ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 125 หมู่ 12 ต.ปางหินฝน อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ นายเศรษฐศักดิ์ รัชตะพุพิพัฒน์ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51 หมู่ 6 ต.แม่อูคอ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน และนายนิพนธ์ ถนอมรุ่งเรือง อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14/5 หมู่ 6 ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ลักลอบขนยาบ้ากว่า 388,000 เม็ด ในพื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่
พล.ต.ต.ชำนาญ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีรถยนต์ ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นปาเจโร่ สีขาว หมายเลขทะเบียน กง 1246 ลำพูน และรถยนต์ยี่ห้อนิสสัน ไทยรุ่ง สีทอง หมายเลขทะเบียน ขธ 8749 เชียงใหม่ ขับตามติดกันไป ผ่านด่านปางมะกง อ.เชียงดาว ไปทาง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ พร้อมทั้งมีการขับรถวนเวียนอยู่ภายในตัว อ.เชียงดาว มีลักษณะต้องสงสัย จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ติดตามจับตาพฤติกรรม กระทั่งพบว่าผู้ต้องสงสัยในรถทั้งสองคัน ได้เข้าไปพักบ้านพักให้เช่าในสวนอาหารบ้านภู หมู่ 6 ต.เชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่
กระทั่งเวลา 23.30 น.เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวและขอเข้าตรวจค้น ในตอนแรกไม่พบวัตถุผิดกฎหมายใดๆ ในตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน และภายในห้องพัก แต่กลับพบว่าผู้ต้องหากลับมีอาการลนลานผิดสังเกต จึงได้ขอตรวจค้นภายในรถอย่างละเอียด พบว่ามียาบ้าซุกซ่อนอยู่ในรถยนต์ ยี่ห้อนิสสัน ไทยรุ่ง สีทอง หมายเลขทะเบียน ขธ 8749 เชียงใหม่ โดยซุกซ่อนอยู่ในยางอะไหล่ด้านหลัง จำนวน 73 มัด ในชั้นวางของด้านขวาบริเวณเบาะด้านหลังคนขับ จำนวน 113 มัด และซุกซ่อนอยู่ในช่องแอร์ด้านซ้ายเบาะของเบาะด้านหลัง จำนวน 8 มัด รวมยาบ้าทั้งหมดจำนวนกว่า 388,000 เม็ด
จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 3 ให้การรับสารภาพว่า ได้ไปรับยาบ้ามาจากบริเวณตะเข็บชายแดนใน พื้นที่ อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ เพื่อนำไปส่งยังพื้นที่ตอนในของประเทศ โดยได้รับค่าจ้างในการขนยารวมกัน ครั้งละ 2 แสนบาท โดยยาบ้าชุดดังกล่าว เป็นของเครือข่ายพันโทยี่เซ ผสมกับของเครือข่ายไทใหญ่ ร่วมมือกัน อย่างไรก็ตาม พบว่าพื้นที่ของการรับยาบ้าดังกล่าว อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับคดี พ.ต.ท.ชำนาญ พุ่มไพจิตร รอง ผกก.สภ.ไชยปราการ ที่ลักลอบขนยาบ้า 8 แสนเม็ดและยาไอซ์ 1 กิโลกรัม ครั้งก่อน จึงจะได้มีการสืบสวนว่ามีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่ต่อไป
พล.ต.ศรายุธ กล่าวว่า ปัญหาเครือข่ายค้ายาเสพติด และการแพร่ระบาดของยาเสพติด เป็นปัญหาเรื้อรังมายาวนานในประเทศไทย แก้ไขไม่รู้จักจบสิ้น ขณะนี้จึงต้องมีการสนธิกำลังอย่างเข้มงวดระหว่าง ทหารกับตำรวจเพื่อ ดำเนินการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดให้มากที่สุด ซึ่งไม่ว่าผู้เกี่ยวข้องจะมีอิทธิพล หรือมีอำนาจขนาดไหน ก็จะไม่มีการละเว้นใดๆ ทั้งสิ้น ผู้กระทำผิดก็คือผู้กระทำผิด ต้องมีการดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดและเท่าเทียม



