ข่าว

เปลี่ยนมุมมองไหมมัดหมี่สู่อาภรณ์ทันสมัย

เปลี่ยนมุมมองไหมมัดหมี่สู่อาภรณ์ทันสมัย

25 ส.ค. 2557

เปลี่ยนมุมมองไหมมัดหมี่สู่อาภรณ์ทันสมัย : ไลฟ์สไตล์

 
          หัตถกรรมพื้นบ้านใช่เพียงสะท้อนความเป็นอยู่ดั้งเดิมหรือสร้างภาพลักษณ์ให้เป็นอดีตเพียงอย่างเดียว  หากนำมาประยุกต์ใช้ให้ทันสมัยก็จะกลายเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพ มีเอกลักษณ์ ไม่แพ้ค่านิยมสากลในตอนนี้ โดยล่าสุดจังหวัดขอนแก่นได้ผนึกกำลังร่วมกับผู้ผลิตผ้าพื้นเมืองอย่าง "ผ้าไหมมัดหมี่" และกลุ่มดีไซเนอร์ไทยจากแบรนด์ชั้นนำมาร่วมปรับลุคผ้าไหมให้โดดเด่นเห็นภาพความร่วมสมัยของลายไทยโบราณและเสื้อผ้าในชีวิตประจำวันมากขึ้น ในการจัดกิจกรรม "ขอนแก่นเมืองราชินีผ้าไหมมัดหมี่" เพื่อสร้างแบรนด์ "ไหมมัดหมี่ เดอะ มาสเตอร์ พีซ ออฟ ขอนแก่น" โดยมีการแถลงข่าวถึงจุดประสงค์และรูปแบบการจัดงาน โดยผู้ว่าราชการขอนแก่น พร้อมแฟชั่นโชว์ตัวอย่างชุดผ้าไหมรูปแบบใหม่ บริเวณห้องอาร์6 โรงแรมเรเนซองส์ เมื่อวันก่อน 
 
          กำธร ถาวรสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ผ้าไหมมัดหมี่ถือเป็นงานหัตถกรรมที่มีชื่อมากของจังหวัด จึงอยากพัฒนาผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ให้ก้าวไปข้างหน้า เป็นผู้นำด้านผ้าไทยทั้งในประเทศ และในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จึงจำเป็นต้องสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการสร้างแบรนด์ตราสินค้าเฉพาะของ จ.ขอนแก่น ในชื่อ ไหมมัดหมี่ เดอะ มาสเตอร์พีซ ออฟ ขอนแก่นขึ้น และจัดกิจกรรมขอนแก่นเมืองราชินีผ้าไหมมัดหมี่ ภายใต้แนวคิดไขพลังความลับผ้าไหม ในพื้นที่กรุงเทพมหานครเพื่อเผยแพร่ภาพลักษณ์ใหม่ๆ ของผ้าใหม่ ให้คนเมืองที่มีรสนิยมบริโภคนำสมัยได้ลองสัมผัส ทั้งในส่วนของใช้ เสื้อผ้า และนวัตกรรม
 
          "ผ้าไหมมัดหมี่เป็นต้นทางประวัติศาสตร์ที่มีการบันทึกอย่างเป็นทางการมานานกว่า 200 ปีแล้ว จุดเด่นคือการใช้เทคนิค 3 ตะกอ ทำให้ผ้าไหมหนาและเนื้อแน่น เกิดลายบนผืนผ้าทั้งสองด้าน โดยด้านนอกจะมีสีเข้มกว่าด้านใน ทั้งยังขับลายมัดหมี่ให้โดดเด่นมันวาวอีกด้วย รวมถึงคุณสมบัติเรื่องเนื้อผ้าที่ไหมสามารถปรับอุณหภูมิภายนอกให้พอดีกับร่างกายเสมือนผิวหนังมนุษย์ จึงเห็นว่าไม่ใช่เรื่องยากที่เราจะนำไหมมาสวมใส่ในชีวิตประจำวัน เพียงแต่ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบดีไซน์ให้เข้ากับทุกโอกาส เปลี่ยนค่านิยมของคนไทยที่ชอบสวมใส่ผ้าไหมเฉพาะงานมงคลเท่านั้น โดยได้เปิดโอกาสให้ดีไซเนอร์จาก 3 แบรนด์ดัง ได้แก่ "หมู" พลพัฒน์ อัศวประภา จาก อาซาว่า  ประภากาศ อังศุสิงห์ จากแบรนด์ ฮุคส บาย ประภากาศ และ ณัฐ มั่งคั่ง จากแบรนด์คลอเส็ท มาร่วมออกแบบคอลเลกชั่นจากผ้าไหมมัดหมี่ พร้อมจัดแฟชั่นโชว์ถึง 30 ชุด เพื่อแสดงให้เห็นว่าผ้าไหมพื้นบ้านสามารถสร้างสรรค์เป็นเสื้อผ้าได้หลายรูปแบบ ไม่เป็นรูปทรงบ่าแข็งเหมือนแต่ก่อน และเศษผ้าก็สามารถสานต่อนำมาทำเป็นกระเป๋า รองเท้า ของใช้นำสมัยได้ด้วย พร้อมกันนี้ทางจังหวัดยังร่วมกับนักวิจัยผลิตผ้าไหมมัดหมี่นาโนสามารถกันแดด กันน้ำและมีกลิ่นหอมได้สำเร็จ และขณะนี้ยังมีการวิจัยต่อเนื่องถึงการผลิตผ้าไหมให้สามารถซักด้วยเครื่องซักผ้าได้เหมือนผ้าชนิดอื่นๆ" ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นกล่าวถึงจุดประสงค์ในการจัดงาน
 
          ทางด้านดีไซเนอร์คนรุ่นใหม่ ณัฐ มั่งคั่ง หลังจากได้ลองออกแบบเสื้อผ้าจากผ้าไหมมัดหมี่สำเร็จก็บอกว่าผ้าไหมเป็นเนื้อผ้าที่สวยงามมากอยู่แล้ว มีสีสันครอบคลุมทุกแนวการแต่งกาย เมื่อนำมาตัดชุดสมัยใหม่อาจมีข้อจำกัดที่ขนาดผ้าและเชิงผ้าที่ผู้ทอนิยมทำเป็นลวดลายให้ดูสวยงามเวลานุ่งห่ม แต่เมื่อนำมาตัดเสื้อบางแบบก็จำเป็นต้องตัดส่วนนี้ออกไปเพื่อให้ได้ลวดลายสีสันที่สมดุล ฉีกกรอบให้เป็นรูปทรงอื่นๆ ได้ ซึ่งถ้ามองในมุมของชาวบ้านที่รู้ขั้นตอนการทอคงไม่กล้าตัดแน่ๆ แต่อยากให้ปลดล็อกความคิดนี้ด้วยมุมมองใหม่ที่เราสามารถตัดเชิงผ้ามาทำเป็นกระเป๋า หมวก รองเท้า หรือมาปะต่อส่วนอื่นๆ ของเสื้อผ้าได้ ด้วยสีที่คู่กันมาก่อนอยู่แล้วรับรองว่าจะนำมาแมทช์กันได้สวยงาม ไม่ได้ตัดทิ้งไปเปล่าๆ แต่เป็นการเพิ่มมูลค่าได้ด้วย หรือนำผ้าไหมมาตัดร่วมกับผ้าชนิดอื่นๆ จะได้ลุคที่เบาลง ใส่ในวันสบายๆ ไม่เป็นทางการก็ได้ 
 
          สำหรับกิจกรรมภายในงาน "ขอนแก่นราชินีผ้าไหมมัดหมี่" จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-31 สิงหาคมนี้ ณ ลายอีเดน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยแบ่งพื้นที่เป็นแสดงสินค้าจากผู้ประกอบการ จัดแสดงสินค้าที่พัฒนามาจากไหมมัดหมี่ สุดท้ายคือการแสดงแฟชั่นโชว์ศักยภาพของผ้าไหมมัดหมี่ขอนแก่นจากดารา นายแบบ-นางแบบดัง