
ทำใจรายได้รัฐวิสาหกิจปีนี้หลุดเป้า สคร.หาทางปั๊มให้ได้ 9 หมื่นล้าน-จี้ที่ขาดทุนเร่งฟื้นฟู
สคร.ทำใจผลงานรัฐวิสากิจปี 52 แย่ลงจากปีที่แล้ว ประเมินส่วนใหญ่รายได้ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และต้นทุนเพิ่มขึ้นทั้งราคาน้ำมันและค่าจ้างพนักงาน คาดนำส่งเงินหลุดเป้าทำได้แค่ 8.5-8.6 หมื่นล้านบาท หวังปั๊มให้ได้ถึง 9 หมื่นล้าน จี้ 5 หน่วยงานที่ขาดทุนบัก
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ในปี 2552 นับเป็นปีที่รัฐวิสาหกิจมีผลประกอบการแย่ลงกว่าปี 2551 ที่ผ่านมา มีสาเหตุหลักจาก 3 ปัจจัย ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่เริ่มปรับสูงขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้ต้นทุนด้านราคาพลังงานเพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายในส่วนของพนักงานนั้นกลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะสาขาด้านพลังงาน อาทิ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่ผลประกอบการลดลงจากราคาน้ำมันผันผวน ทำให้ทั้งปีนี้ทั้งปีการนำส่งรายได้จากรัฐวิสาหกิจที่ตั้งเป้าหมาย 9.3 หมื่นล้านบาท อาจทำได้เพียง 8.5-8.6 หมื่นล้านบาทเท่านั้น แต่ในช่วงเวลาที่เหลืออีก 3 เดือน จะพยายามทำให้ได้ถึง 9 หมื่นล้านบาท
ดังนั้น สคร.จึงต้องการให้รัฐวิสาหกิจทุกแห่งวางเป้าหมายในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยเฉพาะหน่วยงานที่มีผลประกอบการขาดทุน หรือผลประกอบการถดถอยลงอย่างมีนัยสำคัญ 5 แห่ง คือ การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ที่ประสบปัญหาขาดทุน จากการดำเนินโครงการบ้านเอื้ออาทร ซึ่งขณะนี้กำลังเตรียมขอครม.เพื่อลดปริมาณการก่อสร้างจากแผนเดิม 6 แสนยูนิตให้เหลือเพียง 2.9 แสนยูนิต รวมทั้งปรับเงื่อนไขการซื้อขายใหม่ โดยจะให้ขายยกล็อตได้ เช่าได้ รวมถึงปรับราคาขายตามทำเลที่ตั้งของโครงการแต่ละแห่งด้วย เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมีบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท.โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ที่ให้เร่งสะสางคดีที่ฟ้องร้องกับภาคเอกชนให้ชัดเจนโดยเร็ว แล้วจัดทำแผนหารายได้เพื่อให้พึ่งพาตัวเองได้ หรือร่วมลงทุนด้วยกัน เพื่อลดต้นทุน ขณะที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ต้องปรับเส้นทางเดินรถใหม่ รวมถึงมีรถโดยสารใหม่ด้วย ซึ่งขณะนี้แม้จะยังไม่มีข้อสรุปว่าจะซื้อหรือเช่า แต่ในส่วนของสคร.แล้วเห็นว่า ไม่ใช่ประเด็นหลัก โดยประเด็นหลักอยู่ที่เมื่อมีรถโดยสารใหม่แล้ว จะบริหารจัดการเส้นทางเพื่อให้รถโดยสารเหล่านี้สร้างรายได้จากการเดินรถได้หรือไม่ หากเช่ามา 10 ปีแล้วยังมีผลขาดทุนอยู่ รัฐบาลก็ยังต้องอุดหนุนอยู่ตามเดิม เป็นภาระงบประมาณเหมือนเดิม
สุดท้ายคือ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่ประสบปัญหาขาดทุนกว่า 20,000 ล้านบาท รวมทั้งปัญหาสภาพคล่อง ซึ่งจะต้องจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการให้ชัดเจน และเดินตามแผนแต่คาดว่าในปี 2552 นี้ การบินไทยจะพลิกจากขาดทุนมาเป็นไม่ขาดทุนได้ แต่อาจจะยังไม่มีผลกำไร



