
ปนัดดาแฉนายกฯอบจ.บางคน
23 ส.ค. 2557
ปนัดดา ตรวจความพร้อมตึกไทยคู่ฟ้า แฉ นายกฯอบจ.บางคน ใช้งบฯเหมือนเงินตัวเอง นั่งเครื่องเฟิร์สคลาสจิบไวน์ขวดละแสนแต่ถามหากะปิ-น้ำพริกน้ำปลา ไล่เลิกเล่นการเมือง
23 ส.ค.57 เมื่อเวลา 08.45 น. ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางมาตรวจความเรียบร้อยในการปรับปรุงซ่อมแซมบูรณะอาคารสถานที่ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเตรียมรับรองการเข้าปฏิบัติหน้าที่ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่29 ของประเทศไทย
โดยม.ล.ปนัดดานำสื่อมวลชนตรวจดูบริเวณห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ห้องโถงใหญ่ชั้นล่างบริเวณบันไดทางขึ้น ห้องสีงาช้าง ซึ่งเดิมเตรียมไว้เป็นห้องทำพิธีรับสนองพระบรมราชโองการตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ต่อด้วยห้องโดมทอง และห้องสีเขียวซึ่งเป็นห้องประชุมเป็นห้องสุดท้าย โดยไม่ได้นำขึ้นไปดูห้องทำงานของนายกรัฐมนตรีบริเวณชั้นบนแต่อย่างใด ซึ่งผู้สื่อข่าวพบว่าทุกห้องบริเวณชั้นล่างมีความพร้อมในการใช้งานแล้ว ขณะที่บริเวณผนังห้องโถงชั้นล่างที่มีการแขวนรูปของอดีตนายกรัฐมนตรีทุกคน โดยรูปของอดีตนายกฯคนสุดท้ายที่มี่การแขวนรูปคือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่ยังไม่มีรูปของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เนื่องจากว่าตามธรรมเนียมในการแขวนรูปในตึกไทยคู่ฟ้านั้นจะต้องรอให้มีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯเป็นที่เรียบร้อยเสียก่อนจึงจะนำรูปของอดีตนายกฯคนล่าสุดมาแขวนได้ ดังนั้นรูปของนางสาวยิ่งลักษณ์จะถูกนำมาแขวนเป็นเกียรติภูมิในตึกไทยคู่ฟ้าก็ต่อเมื่อพล.อ.ประยุทธ์ได้รับการโปรดเกล้าฯอย่างเป็นทางการ
ทั้งนี้ ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า การดำเนินการกรมศิลปากรเป็นผู้ควบคุมดูแลทั้งหมด เป็นไปตามระเบียบของอาคารที่ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานและโบราณวัตถุทุกอย่าง ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงใดใดได้ เพียงแต่บูรณะให้เกิดความสง่างาม และซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดเท่านั้น ซึ่งการปรับปรุงทำเนียบฯครั้งนี้ไม่ได้ทำมานานมาก จึงได้รับความเห็นชอบจากทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะกรมศิลปากร ไม่ได้ทำเพื่อรับรองรัฐบาลใหม่ เพราะทั้งหมดเป็นสมบัติชาติและของคนไทยทุกคนที่ต้องช่วยกันดูแลอนุรักษ์สืบต่อไป
ม.ล.ปนัดดา ให้สัมภาษณ์ว่า แม้จะเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าพลเอกประยุทธ์จะใช้สถานที่ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) เป็นสถานที่ทำพิธีรับสนองพระบรมราชโองการ ส่วนเรื่องของกำหนดเวลานั้นก็อยู่ที่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯลงมา เมื่อเป็นเช่นนี้จะทำให้ทำเนียบมีเวลาในการเตรียมการได้อย่างเรียบร้อยเหมาะสมยิ่งขึ้น ซึ่งตามกำหนดเวลาภาพรวมทั้งหมดยกเว้นตึกบัญชาการ 2 น่าจะแล้วเสร็จน่าจะช้าที่สุดภายในเดือนสิงหาคมหรือต้นเดือนกันยายนเพราะเหลือเพียงการทาสี
เมื่อถามว่าได้มีการพูดคุยกับว่าที่นายกหรือไม่ว่าหลังมีพิธีรับสนองพระบรมราชโองการแล้วจะเข้ามาทำงานที่ทำเนีบรัฐบาลทันทีเลยหรือไม่นั้น ปลัดสปน. กล่าวว่า คิดว่าพลเอกประยุทธ์คงจะรอจังหวะเวลาที่เหมาะสมเพราะหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯยังมีขั้นตอนในเรื่องการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีที่ยังต้องใช้เวลาอีกพอสมควร ส่วนตัวคาดว่าช่วงที่ยังไม่มีครม. นายกรัฐมนตรีก็คงไม่เข้ามาทำงานที่ทำเนียบรัฐบาล
‘ปนัดดา’ แฉ ‘นายกฯอบจ.บางคน’ ใช้งบฯเหมือนเป็นเงินส่วนตัว
ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ปลัด สปน.) ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ "Panadda Diskul" โดยมีความจริงที่น่าตกใจ โดยระบุว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่จะได้รับมอบรางวัลนั้นจะต้องมีการคัดเลือกเข้ามาโดยจะต้องพิจารณาดูพฤติกรรมตามหลักธรรมาภิบาลและผลงานขององค์กร และผู้บริหารระดับสูงเป็นสิ่งที่สำคัญ ซึ่งคณะกรรมการคัดสรรจะออกไปตรวจสอบถึงพื้นที่ด้วยตนเอง บางอปท.ตกไปตั้งแต่รอบแรกเนื่องจากมีการใช้จ่ายเงินทองฟุ่มเฟือยราวกับเป็นเงินของครอบครัวตัวเอง
ม.ล.ปนัดดา ระบุผ่านเฟซบุ๊กอีกว่า มีการบอกว่า "นายกฯองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) บางคน" นั่งเครื่องบินชั้นธุรกิจไม่พอจะต้องนั่งชั้นเฟิร์สคลาส ประเภทของไวน์ที่ดื่มจะต้องขวดละราคาเป็นแสนบาท ขณะเดียวกันกลับเรียกหา "กะปิและน้ำพริกน้ำปลา" บนเครื่องบินจนวุ่นวายไปหมด พนักงานบริการบนเครื่องบินลมขึ้นไปตาม ๆ กัน ถึงขนาดที่ว่า "เลขาคู่ใจ" ที่นั่งในชั้นประหยัดต้องมานั่งคุกเข่ารับคำสั่งที่ข้างเก้าอี้ชั้น 1 เป็นชั่วโมง และหนักไปกว่านั้นยังให้เพื่อนรักซื้อบ้านพักแทนชื่อตัวเองในทวีปยุโรปไว้สำหรับไปพักผ่อน
"ผมได้ฟังข้อมูลแล้วตกใจว่าทำอะไรได้ถึงขนาดนี้ เพราะเป็นเพียง อปท. แล้วนักการเมืองระดับชาติจะขนาดไหนกัน ขอให้ก้าวผ่านขั้นตอนนี้ไปให้ได้ แล้วปรับทัศนคติเสียใหม่ บรรดานักบริหารไม่ใช่เฉพาะอปท. ทุกกลุ่มในแวดวงข้าราชการและรัฐวิสากิจ หากผู้ใดอยากใช้ชีวิตหรูหราฟุ่มเฟือยโดยไม่อายประชาชน ก็ควรจะออกไปสัมมาชีพส่วนตัว อย่ามาเป็นนักการเมืองหรือรับราชการให้เสื่อมเสียเกียรติภูมิ สถาบันข้าราชการไทยเลย"ม.ล.ปนัดดา กล่าวผ่านเฟซบุ๊ก
ทั้งนี้ ม.ล.ปนัดดา ให้สัมภาษณ์ในวันเดียวกันว่า ส่วนตัวเห็นว่าการเป็นผู้นำไม่ว่าจะเป็นระดับท้องถิ่นหรือผู้นำระดับประเทศจะต้องยึดมั่นความไม่ฟุ่มเฟือยไม่เช่นนั้นประเทศชาติจะไปไม่รอด และส่วนตัวคิดว่าโดยเจตนารมณ์ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช.และว่าที่นายกรัฐมนตรี มีการย้ำตลอดเรื่องของความพอเพียง ความประหยัดและความจริงใจต่อกันเป็นเรื่องที่สำคัญ โดยเฉพาะเรื่องของความจริงใจเท่านั้น ที่จะนำพาความอยู่รอดของประเทศไปสู่ความสำเร็จ
‘ปนัดดา’ ยันไม่ถูกทาบทามเป็นรัฐมนตรี บอกนั่งปลัดสปน.เป็นฝันสูงสุด
ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ได้ถูกทาบทามเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเพราะตนเป็นข้าราชการประจำมาตั้งแต่กระทรวงมหาดไทยจนมารับหน้าที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีถือเป็นความฝันที่สูงสุดแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่าคิดว่าการมีรัฐบาลที่มาจากข้าราชการประจำการบริหารราชการแผ่นดินน่าจะดีกว่านักการเมืองหรือไม่ ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า ข้าราชการประจำจะยึดถือเรื่องของระเบียบวินัย ยึดถือเรื่องของความถูกต้องและหลักของผู้บังคับบัญชา โดยมีหัวใจหลักคือการรับใช้ประชาชน ซึ่งเป็นพื้นฐานในการพัฒนาประเทศ แต่ตนไม่อยู่ในฐานะที่จะสามารถวิพากษ์วิจารณ์อะไรได้ อย่างไรก็ตามนักการเมืองที่ดีก็มีอยู่มากที่เข้ามาบริหารประเทศ และควรจะเป็นแบบอย่างกับนักการเมืองบางคนที่ยังทำไม่ได้
เมื่อถามว่าส่วนตัวมองว่ารัฐบาลที่มาจากข้าราชการประจำไม่มีประสบการณ์ทางการเมืองและการบริหารประเทศมาก่อนจะสามารถทำหน้าที่ได้เหมือนกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งได้หรือไม่ ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า ข้าราชการทำงานโดยยึดระเบียบวิธีการโดยปลูกฝังมาตั้งแต่รับราชการจนเกษียณอายุ ส่วนนักการเมืองมีความหลากหลาย มีอายุที่มาที่ไปและอาชีพที่หลากหลายแตกต่างกัน แต่ถ้าสามารถประสานกันได้ด้วยดีทั้งสองส่วนประโยชน์ก็จะตกอยู่กับประเทศและประชาชน ส่วนที่มองกันว่าครั้งนี้จะเป็นบทพิสูจน์นายกฯที่มาจากข้าราชการประจำ ที่ผ่านมาเราก็เคยมีผู้บริหารที่มาจากข้าราชการประจำ ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องของแต่ละบุคคลลที่จะปฏิบัติตนให้ได้รับความไว้วางใจ ความศรัทธาจากทุกคน
สปน.เผยผลตรวจคุณภาพข้าวเดือนก.ค. พบไม่ได้มาตรฐานจำนวนมาก
ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวคงเหลือของรัฐ กล่าวถึงความคืบหน้าของการตรวจวิเคราะห์คุณภาพตัวอย่างข้าวจากห้องปฏิบัติการ ว่า การตรวจวิเคราะห์คุณภาพข้าวจากห้องปฏิบัติการจะเสร็จสิ้นประมาณภายในเดือน ก.ย.นี้ ส่วนการที่พูดถึงปริมาณข้าวในสต๊อกนั้น คงไม่ควรมองด้วยตาเพียงเฉพาะเรื่องของปริมาณเท่านั้น แต่ยังต้องมองไปคุณภาพของข้าวเพื่อตรวจสอบถึงชนิดของข้าว ข้าวเสียหรือเน่า ข้าวที่มีการปลอมปนหรือมีตัวมอดหรือตัวไร หรือเป็นข้าวจากต่างประเทศ
"ซึ่งจากการที่ผมได้รับตัวเลขผลการตรวจสอบบางส่วนในขณะนี้ เห็นว่าเป็นสิ่งที่น่าห่วงใย ทั้งนี้ยังต้องรอผลการตรวจสอบทั้งหมดอีกครั้งที่จะออกมาในกลางเดือนหรือไม่เกินปลายเดือน ก.ย.นี้ จากนั้นคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการข้าว (นบข.) คงจะรายงานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติและจะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนให้รับทราบต่อไป" ม.ล.ปนัดดา กล่าว
เมื่อถามว่ามีการรายงานหรือไม่ว่าพบข้าวที่ไม่ได้มาตรฐานจากการปลูกในประเทศถูกนำมาปะปนหรือไม่ ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นรายละเอียด ตนขอให้รอผลการตรวจสอบทั้งหมดเสียก่อน เมื่อถามต่อว่าเกรงว่าจะเกิดปัญหาข้าวที่ไม่ได้คุณภาพจนส่งผลต่อการขายข้าวสู่ต่างประเทศหรือไม่ ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า เราต้องทำให้ดีที่สุด แต่เชื่อว่าคนไทยไม่มีความคิดที่จะนำของไม่ดีไปขายไม่ว่าจะเป็นตลาดในประเทศหรือต่างประเทศ เพราะข้าวไทยมีชื่อเสียงมาเป็นเวลานาน เราจึงต้องพยายามนำข้าวของไทยที่ดีมีคุณภาพออกไปจำหน่าย ต่อข้อถามว่าผลการตรวจดังกล่าวจะสามารถใช้เป็นข้อมูลได้หรือไม่ในการระบุว่าใครเป็นผู้กระทำ ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า เรื่องนั้นเป็นหน้าที่ของส่วนอื่น โดยคณะอนุกรรมการตรวจสอบฯที่ตนเป็นประธานนั้น จะตรวจสอบเรื่องของปริมาณและคุณภาพข้าวเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเย็นวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เผยแพร่เอกสารรายงานผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพข้าว ว่า ผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพข้าวตัวอย่างข้าวจากห้องปฏิบัติการทั้งสิ้น 1,339 ตัวอย่าง เฉพาะในระหว่างวันที่ 7-31 ก.ค.2557 ปรากฏว่าผลการตรวจสอบทางกายภาพ ถูกต้องตามมาตรฐาน 235 ตัวอย่าง ไม่ถูกต้องตามมาตรฐาน 712 ตัวอย่าง สาเหตุจากข้าวเมล็ดเสีย ระดับการสีต่ำกว่ามาตรฐาน 327 ตัวอย่าง ข้าวเมล็ดเหลือง จำนวน 307 ตัวอย่าง ไม่ผ่านตะแกรงเบอร์ 7 จำนวน 255 ตัวอย่าง เมล็ดแดงและหรือเมล็ดสีต่ำกว่ามาตรฐาน 138 ตัวอย่าง และอื่นๆ รวมถึงผิดไปจากมาตรฐาน 392 ตัวอย่าง สำหรับผลการตรวจสอบทางดีเอ็นเอ ถูกต้องตามคุณภาพข้าวหอมมะลิของกระทรวงพาณิชย์ 39 ตัวอย่าง และไม่ถูกต้อง 46 ตัวอย่าง



