ข่าว

จับเรือประมงเวียดนาม4ลำรุกล้ำน่านน้ำไทย

จับเรือประมงเวียดนาม4ลำรุกล้ำน่านน้ำไทย

23 ส.ค. 2557

‘ทัพเรือภาคที่ 1’ จับเรือประมงเวียดนาม 4 ลำ รุกล้ำน่านน้ำไทยทำประมง

�
� � � � � � � � � � ��เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 23 ส.ค.57 พล.ร.ท.วีระพันธ์ สุขก้อน ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ในฐานะผู้อำนวยการ ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เขตทัพเรือภาคที่ 1 ได้สังการให้ น.อ.สำเริง จันทร์โส เสนาธิการกองเรือปฏิบัติการ สนธิกำลังร่วมกับ กองกำกับการ 5 กองกำกับการตำรวจน้ำ นำเรือหลวงสงขลา เรือตรวจการณ์ ต.83 และเรือตรวจการณ์ ต.113 ออกจากชายฝั่ง ท่าเทียบเรือแหลมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พร้อมเฮลิคอปเตอร์ กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ ทำการออกลาดตระเวน ตรวจจับเรือประมงสัญชาติเวียดนาม หลังรับแจ้งมีการลักลอบเข้ามาทำประมงในฝั่งอ่าวไทย
�
� � � � � � � � � � ��ขณะทำการลาดตระเวนพิกัด แบริ่ง 163 ห่างจากเกาะจวงไปทางทิศใต้ ระยะ 33 ไมล์ทะเล พบกลุ่มเรือประมง สัญชาติเวียดนาม จำนวน 4 ลำ กระจัดกระจายลอยลำทำประมง จึงเข้าควบคุมเรือ พร้อมจับกุมลูกเรือทั้งหมดไว้ได้ โดยไม่มีการต่อสู้ขัดขืนแต่อย่างใด ประกอบด้วย เรือหมายเลข CM 99828 TS ตัวเรือสีฟ้า ลูกเรือ 10 คน เรือหมายเลข CM 99186 TS ตัวเรือสีเขียวคาดฟ้า ลูกเรือ 9 คน เรือหมายเลข CM 99628 TS ตัวเรือสีฟ้าคาดขาว ลูกเรือ 9 คน และเรือหมายเลข CM 99842 TS ตัวเรือสีเขียวคาดฟ้าขาว ลูกเรือ 9 คน เบื้องต้น จาการตรวจสอบพบทุกลำ มีอุปกรณ์จับสัตว์น้ำ และอาหารทะเลจำนวนหนึ่ง จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำเข้าเทียบยัง ท่าเทียบเรือกลางอ่าว กองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.สัตหีบ ดำเนินคดีในข้อหา ทำการประมงรุกล้ำน่านน้ำไทยในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ หนีเข้าราชอาณาจักไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต และผิดพ.ร.บ.สิทธิทำการประมง
�
� � � � � � � � � � ��น.อ.สำเริง จันทร์โส กล่าวว่า ปัจจุบันพบว่ามีเรือประมงเวียดนามจำนวนมาก ลุกล้ำเข้ามาทำประมงในอ่าวไทย พื้นที่เศรษฐกิจจำเพาะ สร้างผลกระทบให้กับประมงไทยอย่างมาก รวมถึงสถานะด้านความมั่นคงของชาติ ทัพเรือภาคที่ 1 ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบ ในการปราบปรามจับกุมเรือประมงต่างชาติที่ลุกล้ำเข้ามาในน่านน้ำไทย ได้ออกทำการลาดตระเวนพื้นที่กันอย่างเข้มงวด ซึ่งในปีที่ผ่านมาสามารถจับกุมเรือประมงเวียดนามได้จำนวนมาก อันส่งผลให้เห็นว่า อ่าวไทยเป็นพื้นที่มีทรัพยากรใต้ท้องทะเลอย่างอุดมสมบูรณ์ จึงจำเป็นต้องรักษาไว้เพื่อเป็นผลประโยชน์ของชาติสืบไป
�
�
�
�
�
�
�