ข่าว

ธรรมชาติบำบัดเครียด‘อีโอดี’ใต้

ธรรมชาติบำบัดเครียด‘อีโอดี’ใต้

23 ส.ค. 2557

ธรรมชาติบำบัดเครียด‘อีโอดี’ใต้ : สัญฐิติ ขอจิตต์เมตต์รายงาน

                "หลายคนก็เป็นแบบผม เมื่อเจอเรื่องเครียดทุกๆ วัน สมองจะตื้อ หนัก ธรรมชาติจะเป็นตัวบำบัดความเครียดของเราได้ดีที่สุด"
 
                คำยืนยันจาก "ส.ต.อ.สิทธิพงษ์ ศรีสังข์" อายุ 36 ปี หรือเบียร์  ผบ.หมู่ กองกำกับการสืบสวน ภ.จ.นราธิวาส 1 ในทีมชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (อีโอดี) สังกัด นปพ.จ.นราธิวาส หรือที่คุ้นหูในนาม "ชุดเหยี่ยวดง" ต้นแบบการนำ "ธรรมชาติ" มาเติมเต็ม สร้างสมดุลชีวิตในพื้นที่ดงควันปืนได้อย่างลงตัว
 
                จะว่าไปแล้ว "เบียร์" ถือเป็นหนึ่งในทีมงานที่ระทึกกับเหตุการณ์ระเบิดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ครั้ง  ทั้งมวลล้วนเป็น "นาทีเฉียดตาย" ทั้งสิ้น

                ครานั้น "เบียร์" ก็ร่วมอยู่ในทีมเก็บกู้ระเบิดด้วย แต่รอดมาได้อย่างหวุดหวิด 
 
                "ชีวิตเสมือนแขวนอยู่บนเส้นด้ายเสมอมา" ชุดเหยี่ยวดงรายนี้สรุป 
 
                แม้จะยืนอยู่บนความเสี่ยงไม่วายเว้น ทว่านั่นคือเส้นทางที่ตำรวจรายนี้เลือก และ "ครองตัว ครองตน" อยู่บนเส้นทางนี้สืบไป มิเปลี่ยนแปลง 

                "ผมเลือกบำบัดความเครียดตัวเองที่สั่งสมมาจากการลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบเหตุการณ์ความไม่สงบ รวมทั้งเก็บกู้ระเบิดลูกแล้วลูกเล่า ด้วยการอยู่กับธรรมชาติ และก็ไม่ต้องดิ้นรนไปไหนไกล เพราะธรรมชาติที่พูดถึงก็อยู่หลังบ้านพักในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาสนี่เอง" มือกู้ระเบิดบอกถึงวิธีละลายเครียด

                หลังคุยกันจนออกรสครู่ใหญ่ ทีมข่าว "คม ชัด ลึก" จึงอดไม่ได้ที่จะเดินไปสำรวจตรวจสอบพื้นที่แห่งธรรมชาติบำบัดดังกล่าว 
  
                จากการสำรวจพบว่า บริเวณหลังบ้านคือต้นธารละลายเครียด กลายเป็นหนทาง "คืนความสุขให้ตัวเองและครอบครัว" อย่างเลี่ยงไม่ได้
   
                พื้นที่ดังกล่าวล้วนคลาคล่ำไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด บางส่วนถูกจัดวางอย่างเป็นระบบระเบียบ โดยเริ่มจากทำเป็นงานอดิเรก เพื่อผ่อนคลายความเครียด จนแปรสภาพเป็นธุรกิจได้อย่างลงตัว  
 
                ส.ต.อ.สิทธิพงษ์ พาชมพื้นที่พลางเล่าว่า เริ่มจากตรงจุดนี้คือ อยู่กับพันธุ์ไม้ตั้งแต่ปี 2548 เพราะเหตุผลสั้นๆ คือชอบธรรมชาติ จึงไปขอซื้อพันธุ์จากชาวบ้าน บางส่วนก็สั่งทางเน็ต ตอนนั้นสะสมแบบเล่นๆ มากกว่า โดยนำมาแขวนเรียงไว้หลังบ้าน ยังไม่ได้เริ่มขายเป็นจริงเป็นจัง จะมาคิดเรื่องขายก็ตอนที่มีลูกแล้ว เพื่อหารายได้เป็นค่านมลูกมากกว่า ลำพังเงินเดือนและค่าเลี้ยงชีพต่างๆ ที่ได้รับ ถึงแม้จะหลักหมื่นแต่ต่อไปเมื่อลูกเข้าโรงเรียน ค่าใช้จ่ายต่างๆ ตามมาอีกมากมาย
  
                ชุดเหยี่ยวดงรายนี้ อธิบายว่า การเพาะพันธุ์ไม้สำคัญที่ใจรัก โดยเน้นที่ไม้ประดับ คือ กล้วยไม้ตระกูลสิงโตและไม้สาย ซึ่งจะมีตั้งแต่ราคาหลักร้อยถึงหลักหมื่น ส่วนใหญ่ลูกค้าจะสั่งซื้อทางเน็ต ก็สั่งมาได้โดยเฉพาะในเฟซบุ๊ก sitthipong srisung บางครั้งหลายคนก็มาซื้อที่บ้าน แม้ความต้องการของตลาดจะไม่บูมมากนัก เปรียบเทียบจากบางเดือนไม่มีออเดอร์เข้ามาเลย หรือบางเดือนอาจจะขายได้สูงสุดถึงหลายหมื่นบาท แต่เพราะไม่ได้ทำเป็นธุรกิจ จึงไม่ได้รู้สึกกังวลกับรายได้จากอาชีพเสริมนี้เท่าใดนัก

                "การจะทำอะไรสักอย่าง ถ้าเราคาดหวังมากเกินไป จะทำให้รู้สึกกดดัน เมื่อไหร่ที่ไม่ได้เป็นอย่างหวังจะแย่อย่างเพาะพันธุ์ไม้ก็เหมือนกัน ผมทำเพราะเพลินดี ยิ่งเวลากลับมาจากเข้าพื้นที่เกิดเหตุ เครียดนะ เจอกับระเบิดมาเยอะ ถึงบ้านเห็นต้นไม้ ได้จับได้ดูแล หายเครียดเลย"

                พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้ให้ความสำคัญที่วัตถุสิ่งของมากมายเท่าสภาพจิตใจ ทุกวันนี้ยอมรับว่าภรรยาก็เครียด ยิ่งเมื่อช่วง ร.ต.อ.แซนโดนระเบิดเสียชีวิต ภรรยายิ่งเครียดหนัก อยากให้ย้ายที่ทำงาน ทำให้รู้สึกกดดันว่า เรายังอยากทำตรงนี้ต่อ ที่สำคัญเคยพูดหน้าโลงศพ "พี่แชน" ว่าจะทำหน้าที่ตรงนี้ต่อไปอย่างดีที่สุด ซึ่งอีโอดีทุกคนจะละทิ้งหน้าที่ไม่ได้ ทำให้กลายเป็นสิ่งที่เราต้องคิด และต้องหยั่งตาชั่งดูว่าอะไรสำคัญที่สุด

                "ผมคิดว่าครอบครัวสำคัญ แต่หน้าที่ก็ละทิ้งไม่ได้ เลยชดเชยด้วยการอยู่กับต้นไม้ สบายใจดี แล้วมีรายได้เสริมให้ลูกอีก" ส.ต.อ.สิทธิพงษ์ แจกแจง
 
                เมื่อได้สนทนากับ "ศศิธร เทพกำเนิด" อายุ 27 ปี ภรรยาของ ส.ต.อ.สิทธิพงษ์ ปัจจุบันเป็นนักวิเคราะห์นโยบายและแผน รพ.ตากใบ ก็บอกด้วยน้ำเสียงที่ระคนไปด้วยความกังวลว่า เห็นสามีรักต้นไม้ ก็รู้สึกดีขึ้น เพราะจะได้คลายเครียดจากการทำงานแต่ละวัน ทุกวันนี้คิดถึงอนาคตข้างหน้า อยากมีชีวิตคู่ด้วยกันไปจนแก่ ไม่ได้คาดหวังอะไรกับเงินทองที่สามีพยายามหามาให้ครอบครัว ทั้งจากงานหลักและขายต้นไม้ แต่คิดถึงความปลอดภัยมากกว่า

                "ทุกวันนี้ยังไม่ชินกับที่เป็นอยู่ บางทีคิดว่าต้องทำใจและรักในสิ่งที่พี่เบียร์รัก เขารักที่จะเป็นอีโอดี รักที่จะอยู่กับต้นไม้ ซึ่งเป็นความสุขเล็กๆ น้อยๆ ก็พอใจแล้ว" ภรรยาขมวดท้าย

                ชีวิตบนเส้นด้ายอีกมุมหนึ่งอย่าง "ส.ต.อ.ธีรศักดิ์ แก้วสุกใส"  หรือ "เมย์" อายุ 30 ปี ผบ.หมู่ชุดอีโอดีเดียวกัน ก็แทบไม่ต่างจากรุ่นพี่อย่าง "เบียร์" เพราะจำต้อง "คิดนอกกรอบ" โดยเฉพาะในยามนอกเวลางานประจำ จึงตัดสินใจนำเงินที่เก็บไว้หาซื้อที่ดินจำนวน 5 ไร่ ที่ ต.สุไหงปาดี อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เพื่อทำสวนยางพาราเป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง
 
                "อนาคตที่วางไว้ และตัวผมเองยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับการทำงานในทุกๆ วัน อย่างน้อยได้เลี้ยงดูพ่อแม่ที่เริ่มแก่ลงทุกวัน ผมเองยังโสด แต่นั่นล่ะค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนเยอะ ทำสวนยางรายได้อย่างที่รู้ๆ กัน ถ้าราคายางสูงก็ได้เยอะ แต่ถ้าตกต่ำเมื่อไหร่ก็ต้องทำใจ" เมย์ ระบุ

                แม้เส้นทางชีวิตจะยังกระเพื่อมดุจลูกระนาด ทว่า ส.ต.อ.ธีรศักดิ์ ก็ยืนยันว่า ไม่เคยคิดจะลาออกจากอาชีพนี้ และที่บ้านก็ไม่เคยบอกให้ลาออกด้วย ถึงแม้จะกลัวบ้างกับการทำงาน แต่นี่คือหน้าที่ เมื่อเลือกมาทำตรงนี้ก็ต้องทำให้ดีที่สุด จะเป็นความภูมิใจด้วยที่ได้ทำหน้าที่เพื่อปกป้องบ้านเมืองและผู้บริสุทธิ์
  
                "ผมไม่อยากกังวลในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง ไม่ได้ประมาท แต่อยากให้การทำงานในทุกๆ วันเป็นไปอย่างมีความสุข อะไรจะเกิดก็เกิด จะเครียดก็ต่อเมื่อไม่มีเงินใช้ เวลาได้พัก 10 วันผมจะกลับไปบ้าน ทำสวนยางกับพ่อแม่พี่น้องอีก 2 คน ได้เงินใช้ด้วย คลายเครียดด้วย กำไรถึง 2 ต่อ ผมมองว่านี่คือกำไรของชีวิตที่บางครั้งเราต้องรู้จักสรรหาให้แก่ตัวเราและคนรอบข้างด้วย"

                เหนืออื่นใด "เมย์" ยังตอกย้ำในห้วงท้ายการสนทนาด้วยว่า เวลาเข้าพื้นที่ตรวจจุดเกิดเหตุในแต่ละครั้ง ก็ไม่เคยเครียด และไม่เคยมีคำถามกับตัวเองเหมือนหลายๆ คนกังวล

                "จะได้กลับบ้านด้วยความปลอดภัยหรือไม่" !!

............

(หมายเหตุ : ธรรมชาติบำบัดเครียด‘อีโอดี’ใต้ : สัญฐิติ ขอจิตต์เมตต์รายงาน)