
แจงเหตุตีกลับรถเมล์สศช.ตอบไม่ชัด
"สุเทพ"ย้ำตีกลับข้อเสนอ สศช. กรณีเช่ารถเมล์ 4 พันคัน เหตุคำตอบไม่ชัดเจน ยันพร้อมรับฟังทุกข้อเสนอ มั่นใจยกเลิกไม่มีปัญหากับพรรคร่วม
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวยอมรับว่า ไม่พอใจที่คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เสนอโครงการเช่าและซ่อมแซมบำรุงรักษารถยนต์โดยสารปรับอากาศใช้ก๊าซธรรมชาติเหลวเป็นเชื้อเพลิง หรือโครงการเช่ารถโดยสารเอ็นจีวี 4,000 คัน เพราะไม่มีคำตอบที่ชัดเจนที่เสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าจะให้เช่าหรือซื้อ โดยสิ่งที่คณะกรรมการ สศช.เสนอมานั้น ไม่ใช่คำตอบที่ ครม.มอบไป
"การบ้านที่ ครม.ให้ คือให้ไปศึกษาว่าซื้อกับเช่าอย่างไหนคุ้มค่ากว่ากัน หรือทั้งซื้อและเช่า ไม่ได้ก็ขอให้มาบอก ครม. ซึ่ง ครม.จะได้ตัดสิน แต่ สศช.ย้อนกลับมาให้ ครม.พิจารณา เช่น ให้ดูว่า ขสมก.เป็นผู้กำกับควบคุมไม่ใช่มาประกอบการเอง ผมจึงบอกไปว่า ถ้าเสนอมาให้ ครม. ตั้งต้นเรื่องขึ้นอย่างนี้ก็จะวุ่นวายไม่จบ จะมาเถียงเรื่องซื้อหรือเช่าก็ต้องมาถกเรื่อง ขสมก.อีก ผมจึงให้นำกลับไปทำให้สมบูรณ์ บอกมาเลยว่าทำอย่างไร ถ้าไม่ทำก็ยกเลิก จะได้ไปเถียงกัน ไม่ใช่มาเถียงเรื่องรถเมล์ เพราะรถเมล์ไม่ใช่ปัญหาสุดท้ายของประเทศ" นายสุเทพกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าหากให้ยกเลิกพรรคร่วมยอมรับได้หรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ทุกอย่างอยู่ที่เหตุผล พรรคร่วมรัฐบาลไม่ใช่พรรคต่างรัฐบาล อยู่รัฐบาลเดียวกัน ทุกอย่างต้องมีเหตุผล ถ้าทุกคนมีเหตุผลที่ดี ฟังเหตุผลกันได้ก็ต้องรับกันได้หมด
ด้านนายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่ ครม.มีมติให้ สศช.กลับไปพิจารณาชี้ขาดโครงการรถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน ว่า สศช.ไม่สามารถชี้ขาดได้ว่า ครม.จะมีมติเช่าหรือซื้อ หรือยกเลิกโครงการดังกล่าวได้ เนื่องจากต้องมีการพิจารณาถึงความเหมาะสม ที่สุดแล้ว ครม.ต้องเป็นผู้ชี้ขาด แต่หากยกเลิกเชื่อว่าจะไม่ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งในพรรคร่วม
สำหรับผลศึกษาของคณะกรรมการ สศช.ที่เสนอ ครม.ใน 4 ประเด็น คือ 1.ความเหมาะสมของเส้นทางเดินรถ 145 เส้นทาง 2.ความเหมาะสมของประมาณการปริมาณผู้โดยสารที่ไม่สอดคล้องกับข้อมูลปริมาณผู้โดยสารในช่วงที่ผ่านมา 3.ผลกระทบด้านค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นของผู้ใช้บริการที่มีรายได้น้อย และ 4.ความเหมาะสมของประมาณการรายได้และต้นทุนของโครงการที่สามารถสะท้อนความคุ้มค่าของการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ



