
บิ๊กธอส.หนาวส่อถูกสอบวินัยฐานปล่อยปละให้ทุจริต-พบพนง.10คนร่วมยักยอก
เปิดผลสอบพนักงาน ธอส. ยักยอกเงิน เบื้องต้นมีพนักงานร่วมกระบวนการ 10 คน พร้อมชงสอบวินัยผู้บริหารระดับสูง ฐานประมาทปล่อยปละละเลยจนทำให้การทุจริต นัดประชุมอีกรอบก่อนนำเสนอที่ประชุมบอร์ด ธอส.วันที่ 15 กรกฎาคมนี้
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนายสมเกียรติ ปัญญาวรคุณเดช อดีตพนักงาน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ยักยอกเงิน ธอส.จำนวน 499 ล้านบาท ชุดที่มี น.ส.โสภาวดี เลิศมนัสชัย เป็นประธานตรวจสอบ ได้ข้อสรุปในเบื้องต้นแล้ว หลังจากที่ได้สอบพยานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีกประมาณ 30 ปาก โดยผลสรุปเบื้องต้นไม่พบว่ามีผู้บริหารระดับสูงของ ธอส.เข้าไปเกี่ยวข้องกับการยักยอกเงินดังกล่าว มีเพียงพนักงานของ ธอส. ร่วมกระทำความผิด ร่วมทุจริตจำนวน 10 คน
"อย่างไรก็ตาม ผลการสอบสวนสรุปว่า ผู้บริหารระดับสูงได้ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตภายในองค์กร ซึ่งหากเทียบกับข้าราชการก็คือการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ซึ่งจะต้องมีการลงโทษต่อไป ไล่ตั้งแต่กรรมการผู้จัดการใหญ่ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ในปัจจุบัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ในอดีต ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ และผู้จัดการสาขาบางแห่ง คณะกรรมการสอบสวนต้องสรุปอีกครั้ง ว่าแต่ละคนมีความผิดอย่างไร ต้องรับผิดชอบมากน้อยเพียงใด ซึ่งผลการสอบสวนในเบื้องต้น พอจะชี้ได้ว่าคดีทุจริตที่เกิดขึ้น เป็นผลมาจากการที่ผู้บริหารระดับสูงปล่อยปละละเลย" แหล่งข่าวกล่าว
สำหรับขั้นตอนจากนี้ไปคณะกรรมการสอบสวนจะนัดประชุมอีก 1 ครั้งเพื่อสรุปผลสอบสวนทั้งหมดร่วมกัน หลังจากนั้นจะเสนอรายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการ ธอส.ที่จะประชุมกันในวันที่ 15 กรกฎาคมนี้ ซึ่งคณะกรรมการธนาคารจะเป็นผู้นำเสนอรายงานต่อนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้กำกับดูแล ธอส.ในเรื่องนี้ต่อไป
"เมื่อคลังได้รับรายงานเรื่องนี้จากคณะกรรมการสอบสวนแล้ว คงจะมีการตั้งกรรมการสอบวินัยตามมา บอร์ด ธอส.คงไม่สามารถตั้งเองได้ เพราะตำแหน่งผู้จัดการใหญ่เทียบเท่าระดับ 10 ระดับอธิบดี ที่กระทรวงการคลังจะต้องเป็นผู้ตั้งกรรมการมาสอบวินัย" แหล่งข่าวกล่าว
แหล่งข่าวกล่าวว่า ในการสอบสวนนั้น คณะกรรมการพบว่าผู้บริหารระดับสูงของธนาคาร รวมถึงนายขรรค์ ประจวบเหมาะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไม่สั่งการให้ปิดความเสี่ยง หรือปิดช่องว่างของระบบคอมพิวเตอร์ ระบบบัญชี ของสำนักงานใหญ่ และของสาขา จนกลายเป็นช่องโหว่ให้มีการทุจริตและยักยอกเงิน ธอส.ไปมากกว่า 499 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
"ระบบควบคุมตรวจสอบภายในจะมีทั้งหมด 11 ประการ ที่ต้องทำ แต่ปรากฏว่าผู้จัดการใหญ่ไม่ยอมทำ เมื่อมีการสอบสวนกลับบอกว่าเป็นหน้าที่ของฝ่ายบัญชี หน้าที่ของฝ่ายคอมพิวเตอร์ และหน้าที่ของสาขา ไม่เกี่ยวกับตนเอง แต่เมื่อเรียกผู้จัดการสาขา เรียกฝ่ายคอมพิเวอร์ เรียกฝ่ายบัญชีมาสอบสวน คนเหล่านี้ก็บอกว่า ทำไม่ได้ ต้องมีคำสั่งมาจากกรรมการผู้จัดการใหญ่" แหล่งข่าวระบุ



