ข่าว

'บิ๊กตู่'เตรียมรับสนองพระบรมราชโองการ

'บิ๊กตู่'เตรียมรับสนองพระบรมราชโองการ

22 ส.ค. 2557

'ประยุทธ์' เข้า ทบ.ติดตามงาน เตรียมสถานที่ 'รัฐบาล-กองทัพ' รับสนองพระบรมราชโองการ 'สภากลาโหม' ถกปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย

 
                         22 ส.ค. 57  เมื่อเวลา 09.00 น.  ที่กระทรวงกลาโหม  พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมสภากลาโหมประจำเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นการประชุมครั้งที่ 3 หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เข้าควบคุมการบริหารประเทศ โดยมีผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้แทนผู้บัญชาการเหล่าทัพ เข้าร่วมประชุม อาทิ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล เสนาธิการทหาร พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รองผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.อักษรา เกิดผล พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก และ พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง เสนาธิการทหารอากาศ
 
                         ทั้งนี้วาระการประชุมสภากลาโหมในวันนี้ เป็นวาระปกติ โดยเน้นพิจารณากฎหมายสำคัญของกระทรวงกลาโหม ที่จะต้องแก้ไขปรับปรุงใหัทันสมัยยิ่งขึ้น เช่น ระเบียบราชการศาลทหาร พุทธศักราช 2532 รวมไปถึงวาระที่เหล่าทัพต่างๆ จะเสนอเรื่องเข้าพิจารณาในที่ประชุมสภากลาโหม
 
                         ขณะที่ในวันนี้ ไม่มีการประชุมของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.คณะย่อย โดยมีหนังสือเวียนแจ้งงดการประชุมตั้งแต่เมื่อวานนี้ เนื่องจากผู้บังคับบัญชาระดับสูง ติดภารกิจการประชุม ส่วนความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้า คสช.และว่าที่นายกรัฐมนตรี ติดตามงานอยู่ที่กองบัญชาการกองทัพบก และการเตรียมการต่างๆ หลังได้รับการเสนอชื่อจากที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 29 วานนี้ นอกจากนี้ยังได้เตรียมสถานที่เพื่อเตรียมรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีการเตรียมสถานที่ไว้ 2 แห่ง คือ ที่ทำเนียบรัฐบาล และกองบัญชาการกองทัพบก
 
 
 
ทำเนียบพร้อมรับโปรดเกล้าฯ นายกฯ
 
 
 
 
 
 
                         กรมศิลปากร รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาปรับปรุงภูมิทัศน์รอบพื้นที่ เพื่อรอรับการเข้าทำงานของนายกรัฐมนตรี และ ครม.ชุดใหม่ ขณะที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ก็ได้เตรียมความพร้อมทำพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกมนตรี คนที่ 29 ของไทย
 
                         เจ้าหน้าที่จากกรุงเทพมหานคร นำไม้ดอก ไม้ประดับ ซึ่งล้วนเป็นไม้มงคล ตามความเชื่อไทยโบราณ มีทั้งดอกเข็มสีเหลือง ที่ถูกนำเข้ามาตกแต่ง หลังจากนำดอกเข็มสีเแดงออก โดยดอกเข็มสีเหลือง ถือเป็นไม้มงคล ของคนที่เกิดวันอาทิตย์ ซึ่งตรงกับวันเกิดของพลเอกประยุทธ์ และเป็นสีแห่งความสว่างไสว ทำให้สมองปลอดโปร่ง มีความคิดความอ่านที่ดี เป็นสิริมงคลช่วยสร้างเสริมบารมี นอกจากนี้ยังมีต้นพุดขาว ซึ่งถือเป็นพันธุ์ไม้นำโชค และความสำเร็จ
 
                         ภายในตึกไทยคู่ฟ้า ห้องสีงาช้าง สำนักปลัดนายกรัฐมนตรี กองพิธีการ ก็ได้จัดเตรียมสถานที่เพื่อทำพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้ง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี หลังผ่านการรับเลือกจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวานนี้
 
                         ส่วนความคืบหน้าหลังจากการปรับปรุงซ่อมแซม ทำเนียบรัฐบาล มาร่วม 2 เดือน ถือว่ามีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะตึกไทยคู่ฟ้า ที่ได้นำนั่งร้านออกหลังจากทาสีเสร็จ ซึ่งมีความสง่า และสวยงามไม่ต่างจากตึกสันติไมตรี ที่สำนักปลัดนายกฯ ยืนยันว่า จะแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคมนี้ ส่วนห้องทำงานของนายกรัฐมนตรี ที่เตรียมพร้อมรับ พลเอกประยุทธ์ เข้ามาทำงานนั้น ก็ได้ปรับปรุงเสร็จแล้ว รวมถึงห้องประชุม และห้องรับรอง ซึ่งได้ติดตั้งสิ่งของเครื่องมือสารสนเทศ เพื่ออำนวยความสะดวก และอุปกรณ์ต่างๆ ยกเว้นห้องสุขาเท่านั้น ที่ต้องปรับปรุงให้เหมาะสม
 
                         ภาพรวมตอนนี้ เหลือเพียงการซ่อมแซมทาสีรั้ว ทั้งตึกนารีสโมสร ตึกบัญชาการ 1 อาคารอื่นๆ รวมถึงการปรับพื้นถนน ทางเข้าออกทำเนียบรัฐบาล ภาพรวมทั้งหมดถือว่าเป็นไปตามกรอบเวลาวางไว้ โดยสำนักปลัดนายกรัฐมนตรี บอกว่า ตอนนี้มีความพร้อมทันการประชุมของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ที่จะเข้ามามาทำงานในเดือนกันยายนนี้
 
 
 
ไม่เลิกกฎอัยการศึก แม้ 'ประยุทธ์' นั่งนายกฯ
 
 
                         พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเรียกร้องให้ยกเลิกกฎอัยการศึก ภายหลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับเลือกจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ว่า ขณะนี้ ประชาชนยังคงใช้ชีวิตได้ตามปกติ รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ก็เข้ามาเที่ยวในเมืองไทยกันมากกว่าเดิม ดังนั้นถือว่า การที่ คสช.ยังคงต้องดำรงกฎอัยการศึกไว้นั้น ก็เพื่อความสงบเรียบร้อย อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่า กฎอัยการศึก ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการบริหารราชการแผ่นดินแต่อย่างไร