
ย้อนวิกฤติการเมืองไทยก่อนรีสตาร์ทประยุทธ์1
ย้อนวิกฤติการเมืองไทย ก่อนรีสตาร์ทประยุทธ์1
สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้โหวตด้วยคะแนนเสียง 191 ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้า คสช. เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 29 ของประเทศ นับจากนี้จะเป็นผู้นำรัฐบาลในการขับเคลื่อนประเทศหลังจากประเทศต้องหยุดชะงักด้วยวิกฤติการเมืองมาเป็นเวลานานถึง 11 เดือนเต็ม ถ้าหากจะนับหนึ่งใหม่ตามปีงบประมาณ 1 ตุลาคม 2557
ก่อนมาถึงการรีสตาร์ทประเทศไทยครั้งนี้ มีหลายเหตุการณ์สำคัญ ที่ย้ำเตือนผู้คนในสังคมอยู่เสมอว่า ระยะเวลา 10 เดือนที่ผ่านมา ประเทศชาติกำลังเดินเข้าสู่หายนะ และประชาชนทุกผู้ทุกนามล้วนจมอยู่ในกองทุกข์
เริ่มด้วย 31 ตุลาคม 2556 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ นัดชุมนุมใหญ่ที่บริเวณสถานีรถไฟสามเสน หลังสภาผู้แทนราษฎร กำหนดประชุมพิจารณา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ในวาระสาม และผ่านความเห็นชอบในเช้ามืดวันรุ่งขึ้น จากนั้น 4 พฤศจิกายน กลุ่มผู้ชุมนุมได้ย้ายไปปักหลักที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง มีประชาชนจากทุกภาคส่วนเข้าร่วมชุมนุม โดยแกนนำเรียกว่า "วันมวลมหาประชาชน คนไทยใจเกินล้าน"
สัญญาณความรุนแรงเริ่มขึ้น เมื่อ 30 พฤศจิกายน ในช่วงค่ำจนถึงเช้าตรู่วันที่ 1 ธันวาคม เกิดเหตุจลาจลรอบมหาวิทยาลัยรามคำแหง หลังจากกลุ่ม นปช.นัดชุมนุมคนเสื้อแดงที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียง จนมีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บ 71 ราย
1 ธันวาคม เกิดเหตุปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.และตำรวจ บริเวณใกล้ทำเนียบรัฐบาล มีผู้บาดเจ็บ 221 ราย ขณะที่แกนนำ กปปส.เดินทางไปฟรีทีวี และเจรจาให้แต่ละช่องต่อสัญญาณถ่ายทอดสดแถลงการณ์ กปปส.ฉบับที่ 1
9 ธันวาคม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ประกาศยุบสภา พร้อมให้มีการเลือกตั้งใหม่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 จากนั้น ได้เกิดเหตุความรุนแรงแทบนับครั้งไม่ถ้วน แม้กระทั่งการลอบสังหารระหว่างรณรงค์คัดค้านเลือกตั้งในวันเลือกตั้งล่วงหน้า เช่นเดียวกับการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่ถูกปิดล้อมหลายหน่วย
ความรุนแรงยังไม่หยุดเพียงแค่ความสูญเสียระหว่างการขอคืนพื้นที่บริเวณสะพานผ่านฟ้า เมื่อ 18 กุมภาพันธ์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 5 คน บาดเจ็บอีกจำนวนมาก
23 กุมภาพันธ์ คนร้ายใช้ระเบิดและอาวุธปืน ยิงเข้าใส่เวที กปปส. ที่ตลาดยิ่งเจริญ อ.เขาสมิง จ.ตราด มีผู้บาดเจ็บ 41 คน และเสียชีวิต 3 คน รวมทั้งเด็กหญิงวัย 5 ขวบด้วย วันเดียวกันคนร้ายใช้เครื่องยิงลูกระเบิดที่บริเวณหน้าห้างบิ๊กซี สาขาราชดำริ ใกล้ที่ชุมนุม กปปส.แยกราชประสงค์ มีผู้บาดเจ็บ 24 คน และเสียชีวิต 3 คน ซึ่งในส่วนผู้เสียชีวิตเป็นเด็ก 2 ราย
21 มีนาคม ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 เสียง ให้การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ เป็นโมฆะ
7 พฤษภาคม ศาลรัฐธรรมนูญพิพากษาให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยรัฐมนตรีอีก 9 คน จากการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี ออกจากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)โดยมิชอบ ทำให้สิ้นสภาพจากนายกรัฐมนตรีรักษาการ
8 พฤษภาคม กรรมการ ป.ป.ช. มีมติ 7 ต่อ 0 ชี้มูลถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กรณีละเลยไม่ดำเนินการเรื่องทุจริตโครงการรับจำนำข้าว
14 พฤษภาคม นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ว่าที่ประธานวุฒิสภา เชิญองค์กรภาคเอกชน 12 องค์กร หารือทางออกประเทศไทย หลังจากการเลือกตั้งเป็นโมฆะ และเกิดความขัดแย้งที่อาจนำไปสู่ความรุนแรงเกิดจลาจลเป็นสงครามกลางเมือง
22 พฤษภาคม พล.อ.ประยุทธ์เชิญตัวแทน 7 ฝ่าย จากรัฐบาล พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ กลุ่ม กปปส. และกลุ่ม นปช. ตัวแทนวุฒิสภา กกต. เข้าหารือหาทางออก แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ จึงประกาศยึดอำนาจการปกครอง และตั้ง คสช.เข้ามาบริหารประเทศ
-------------------------------
(หมายเหตุ : ย้อนวิกฤติการเมือง‘รีสตาร์ท’ประเทศก่อนสตาร์ทบิ๊กตู่1)



