
โลกมุสลิมในอุษาคเนย์
โลกมุสลิมในอุษาคเนย์ : โลกมุสลิม โดยศราวุฒิ อารีย์
จากประชากรมุสลิมทั่วโลกที่มีอยู่ประมาณ 1,600 ล้านคน ในจำนวนนี้ร้อยละ 60 อยู่ในทวีปเอเชีย และประมาณ 250 ล้านคน อยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งคิดเป็นเกือบร้อยละ 50 ของประชากรในภูมิภาคทั้งหมด ด้วยเหตุนี้จึงทำให้พวกเขามีบทบาทสำคัญในการกำหนดวิถีความเป็นไปในอนาคตของภูมิภาคนี้
ประเทศมุสลิมในดินแดนอุษาคเนย์มีลักษณะความโดดเด่นที่แตกต่างกันออกไป อินโดนีเซียมีสถานะเป็นประเทศมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในโลก มาเลเซียก็จัดอยู่ในหมู่ประเทศมุสลิมสมัยใหม่ที่มีพลวัตและพลังขับเคลื่อนสูง ส่วนบรูไนก็เป็นประเทศมุสลิมเล็กๆ แต่ร่ำรวยที่สุดประเทศหนึ่งของโลก
นอกจากทั้งสามประเทศนี้ที่มีมุสลิมเป็นชนกลุ่มใหญ่แล้ว ในภูมิภาคนี้ยังมีชนกลุ่มน้อยมุสลิมที่มีจำนวนค่อนข้างมาก เช่น มุสลิมในไทย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ตลอดจนชุนชนมุสลิมกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยอื่นๆ ในแถบอินโดจีน (ไม่ว่าจะเป็นพม่า ลาว กัมพูชา หรือเวียดนาม) ซึ่งมุสลิมในแต่ละพื้นที่ก็มีอัตลักษณ์ ความปรารถนา และปัญหาความท้าทายที่แตกต่างกันออกไป
มุสลิมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับการยอมรับในด้านของความเข้มแข็ง ความมีประสิทธิภาพ และการสร้างคุณูปการต่างๆ มากมายที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและภูมิภาคโดยรวม โดยเฉพาะคุณูปการในด้านการสร้างชาติ (nation-building) ซึ่งหลายประเทศในโลกมุสลิมต่างก็ยอมรับและมองว่ามุสลิมในภูมิภาคนี้เป็นตัวแบบของการพัฒนาทางเศรษฐกิจและความทันสมัย ตลอดจนการยึดมั่นในทางสายกลางที่ควรนำมาเป็นแบบอย่าง
นอกจากนั้น ความหลากหลายในด้านที่มาของมุสลิมในภูมิภาคนี้ที่ประกอบเข้าด้วยกันและการปฏิสัมพันธ์หรือการดำรงอยู่ร่วมกันกับประชากรต่างศาสนิก ตลอดจนความสัมพันธ์กับภาครัฐ (ในกรณีที่เป็นชนกลุ่มน้อยในประเทศที่ไม่ใช่มุสลิม) เป็นประเด็นท้าทายสำคัญที่น่าติดตามความเคลื่อนไหวและศึกษาวิเคราะห์เพื่อให้เห็นภาพรวมของอิสลามในภูมิภาคนี้
ความท้าทายดังกล่าวจะเห็นได้ชัดเมื่อพิจารณาลึกลงไปในมิติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะและขอบเขตของพิธีกรรมและสำนักคิดทางศาสนาของพวกเขา ลักษณะทางด้านชาติพันธุ์ที่มีผลต่อความเคร่งครัดในศาสนาของแต่ละกลุ่ม หรือแม้แต่การขาดความเป็นเอกภาพในหมู่นักวิชาการศาสนาในข้อถกเถียงว่า แนวทางอิสลามแบบใดที่เหมาะสมกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ตลอดจนความแตกต่างในสถานะและระดับความก้าวหน้าทางสังคมและเศรษฐกิจของมุสลิมเมื่อเทียบกับกลุ่มชนศาสนิกอื่น
ชนกลุ่มน้อยมุสลิม โดยเฉพาะในประเทศที่กำลังพัฒนาในภูมิภาคนี้ มักประสบกับปัญหาดังกล่าวเหล่านี้ หลายกลุ่มไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่อย่างปรกติ อันเนื่องมาจากปัญหาหลายประการที่ถาโถมเข้ามากับกระแสโลกาภิวัตน์ (globalization) กระแสความทันสมัย (modernization) และที่สำคัญคือ ปัญหาการขาดความสามารถของรัฐในการสร้างสมดุลระหว่างวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของพวกเขาให้สอดคล้องกับสถานภาพความเป็นมุสลิมและพลเมืองของรัฐนั้นๆ
ตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 21 เหตุการณ์และปรากฏการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะเหตุการณ์การโจมตีสหรัฐอเมริกาในวันที่ 11 กันยายน 2001 ซึ่งนำไปสู่สงครามต่อต้านการก่อการร้าย (War on Terrorism) ภายใต้การนำของสหรัฐอเมริกา ก่อให้เกิดปัญหาความยุ่งยากในรูปแบบใหม่ๆ ต่อชาวมุสลิมในภูมิภาคแห่งนี้ไม่น้อย ในช่วงเวลาไม่นานหลังจากนั้น ก็มีการก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งมีประชากรส่วนใหญ่เป็นคนมุสลิม จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่สังคมไทยจะมีความหวาดระแวงควบคู่ไปกับความสนใจต่อคนมุสลิมไม่น้อยไปกว่าสังคมอื่นๆ ทั่วโลก
แต่เนื่องจากอิสลามเป็นศาสนาสากลหลัก อันประกอบไปด้วยผู้นับถือศรัทธาจำนวนกว่า 250 ล้านคนในดินแดนอุษาคเนย์ อิสลามจึงยังคงเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม อันสัมพันธ์กับเสถียรภาพและความมั่นคงของภูมิภาคนี้ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม
การติดตามความเคลื่อนไหวและทำความเข้าใจกับมุสลิมในอุษาคเนย์อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง จึงเป็นอีกเรื่องที่สำคัญสำหรับไทย เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นประชาคมหนึ่งเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้



