
'เฉิน หลง'รับผิดลูกถูกจับพี้กัญชา
21 ส.ค. 2557
'เฉิน หลง' ยอมรับผิด-ขออภัย สอน 'เจย์ซี ชาน' ไม่ดี หลังถูกจับข้อหาเสพกัญชาที่ปักกิ่ง เผยโกรธ-ช็อก เจ็บปวด แต่ในฐานะพ่อ พร้อมจะเผชิญหน้ากับอนาคตเคียงข้างลูก
21 ส.ค. 57 หนังสือพิมพ์เซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ รายงานว่า แจ็คกี้ ชาน หรือ เฉิน หลง ซึ่งทั้งโกรธ และช็อก ในเวลาเดียวกัน ได้โทษตัวเอง หลังจากเจย์ซี ชาน ลูกชายของเขา ถูกตำรวจจีนจับกุมพร้อม 'เคอ เจิ้นตง' นักแสดงหนุ่มดาวรุ่งชาวไต้หวัน คาร้านนวดเท้าในกรุงปักกิ่ง ในข้อหาเสพกัญชา พร้อมมีกัญชาในครอบครองอีก 100 กรัม เมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา และนับเป็นหนึ่งในคดียาเสพติดบนแผ่นดินใหญ่ ที่ดังกระฉ่อนที่สุดในรอบหลายปี
เฉิน หลง ได้โพสต์ข้อความขอโทษต่อสาธารณชนในเว็บ ซีน่า เหว่ยโป๋ว ซึ่งเป็นสังคมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดของชาวเน็ตจีน ที่ให้บริการในรูปแบบคล้ายทวิตเตอร์เมื่อวันพุธ ยอมรับว่า เขาเป็นพ่อที่ไม่ดีพอของเจย์ซี ชาน หรือ ฝาง จู่ หมิง วัย 32 ปี และเขาทั้งโกรธ และช็อกอย่างมาก
นับเป็นการส่งสารครั้งแรกถึงเหล่าฟอลโลเวอร์ของเขา ที่มีจำนวนมากกว่า 22 ล้านคน นับตั้งแต่เกิดเรื่อง // เฉิน หลง ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลจีน ให้เป็นทูตต่อต้านยาเสพติด เมื่อปี 2552 โพสต์ว่า ในฐานะบุคคลสาธารณะ ผมรู้สึกละอาย // ในฐานะคนเป็นพ่อ เขารู้สึกเจ็บปวด แม่ของเจย์ซี หัวใจสลาย เขาหวังว่า เยาวชนจะได้บทเรียนจากเจย์ซี และห่างไกลจากยาเสพติด
เจิ้นตง วัย 23 ปี ถูกควบคุมตัวนาน 14 วัน ขณะที่เจย์ซี ถูกตั้งข้อหาให้ที่หลบซ่อนกับผู้เสพยาคนอื่น ส่วนกัญชา จำนวนกว่า 100 กรัม ที่พบที่้บ้านของเจย์ซี ถูกระบุว่า เป็นของเจย์ซี ขณะที่สื่อจีนแผ่นดินใหญ่ รายงานว่า เจย์ซี ยอมรับสารภาพว่าเขาเสพยาครั้งแรกที่เนเธอร์แลนด์ เมื่อปี 2549 ส่วนเจิ้นตง ลองเสพเป็นครั้งแรก ที่บ้านของเจย์ซี เมื่อ 2 ปีก่อน ซึ่งภาพที่ตำรวจบุกบ้านเจย์ซี ได้ถูกเผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ CCTV เมื่อวันอังคาร ตามด้วยภาพของเจิ้นตง หลั่งน้ำตารับสารภาพผิด
เฉิน หลง ที่เพิ่งมีอายุครบ 60 ปี เมื่อเดือนเมษายน ได้โพสต์ข้อความว่า เขาได้บอกกับเจย์ซีว่า ให้รับผิดชอบต่อความผิดที่กระทำลงไป ในฐานะพ่อ เขาจะเผชิญหน้ากับอนาคตไปกับลูก เขาสอนลูกไม่ดีพอ เขาต้องรับผิดชอบ และเคียงข้างลูก เราขอน้อมคารวะ และขออภัยต่อสังคม-สาธารณชน
หลังจากนั้น ก็มีคนนับแสนเข้าไปแสดงความเห็น ส่วนใหญ่ปลอบใจเฉิน หลง แต่บางคนก็ตำหนิว่าเขาละเลยลูกชาย เพราะเอาแต่ทำงานในวงการบันเทิง
---------------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)



