ข่าว

มนุษย์ตัวการใหญ่ละลายธารน้ำแข็ง

มนุษย์ตัวการใหญ่ละลายธารน้ำแข็ง

23 ส.ค. 2557

เวิลด์วาไรตี้ : มนุษย์ตัวการใหญ่ละลายธารน้ำแข็ง

 
                    ผลการศึกษาตีพิพม์ในวารสารไซแอนซ์ ยืนยันว่า การหลอมละลายของธารน้ำแข็งภูเขาทั่วโลกตั้งแต่เทือกเขาแอลป์ ในยุโรปจนถึงหิมาลัยในเอเชีย เป็นผลมาจากโลกร้อนที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ "เป็นส่วนใหญ่" ทั้งจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรม การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล การตัดไม้ทำลายป่า มากกว่าเกิดจากการแปรผันของสภาพภูมิอากาศโลกตามธรรมชาติอย่างเมื่อร้อยปีก่อนหรือราวๆ นั้น
 
                    ดร.เบน มาร์ซีออน จากสถาบันธรณีฟิสิกส์และอุตุนิยมวิทยา มหาวิทยาลัยอินส์บรุค ในออสเตรีย หัวหน้าคณะนักวิจัยกล่าวว่าในศตวรรษที่ 19 จนถึงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20 ไม่พบกิจกรรมมนุษย์มีส่วนต่อการหลอมละลายของธารน้ำแข็งมากนัก แต่หลังจากนั้นเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่การผันแปรของรังสีดวงอาทิตย์และผลกระทบจากการปะทุของภูเขาไฟขนาดใหญ่ มีบทบาทเป็นส่วนน้อยต่อการลดน้อยถอยลงหรือการขยายตัวของธารน้ำแข็ง
 
                    การศึกษาโดยใช้แบบจำลองทางคอมพิวเตอร์ ประเมินสภาพธารน้ำแข็ง 1.2 แสนแห่งทั่วโลก พบว่า ธารน้ำแข็งที่หลอมละลายช่วงปี 2394-2553 กิจกรรมมนุษย์มีส่วนราว 25% แต่สัดส่วนนี้เพิ่มขึ้นเป็น 69% ช่วงปี 2534-2553
 
                    เป็นที่ยอมรับในวงวิชาการว่า การหลอมละลายของธารน้ำแข็งทั่วโลกเริ่มราวกลางศตวรรษที่ 19 หลังสิ้นสุดยุค ลิทเทิล ไอซ์ เอจ หรือช่วงที่เวลาที่โลกมีอุณหภูมิเฉลี่ยลดลง แต่ธารน้ำแข็งใช้เวลาหลายสิบปีหรือเป็นศตวรรษในการปรับตัว และผลกระทบจากกิจกรรมนุษย์ที่แท้จริงต่อสภาพภูมิอากาศโลก ไม่เคยชัดเจนกระทั่งการศึกษาชิ้นนี้
 
                    แม้ธารน้ำแข็งภูเขากักเก็บน้ำแข็งไม่ถึง 1% ของน้ำแข็งบนโลก แต่การละลายอย่างรวดเร็ว เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นในศตวรรษที่ 20
 
                    เหตุที่ต้องสนใจสภาพของธารน้ำแข็งขณะสภาพภูมิอากาศโลกอุ่นขึ้น ยังเป็นเพราะการหลอมละลายตามฤดูกาล คือแหล่งน้ำจืดสำคัญในหลายภูมิภาคของโลก มีประชากรโลกราว 119 ล้านคนที่พึ่งพาธารน้ำแข็งเป็นแหล่งน้ำจืดเพื่อการอุปโภคบริโภคราว 50% ขณะที่ 317 ล้านคนพึ่งพา 10% ทั้งยังมีประชาชนอีกไม่น้อยที่พึ่งแหล่งน้ำจากธารน้ำแข็งภูเขาเพื่อการเกษตรในเอเชีย นอกจากนี้ การลดน้อยถอยลงของธารน้ำแข็งยังเป็นเงื่อนไขหนึ่งของน้ำท่วมรุนแรง หากน้ำแข็งละลายหลังเขื่อนธรรมชาติที่ก่อตัวจากหินและตะกอน สะสมเป็นปริมาณมากจนเกิดการพังทลาย