
จลาจล!ไม่พอใจ'ไลบีเรีย'กักโรค'อีโบลา'
21 ส.ค. 2557
ยอดเหยื่อ 'อีโบลา' พุ่งเป็น 1,350 คนแล้ว ขณะที่ 'ไลบีเรีย' มีการปะทะกัน หลังประชาชนในย่านชุมชนแออัดไม่พอใจที่ถูกกักโรค 'เวียดนาม' เลิกกักตัว 2 ต้องสงสัยติดเชื้อ
21 ส.ค. 57 ได้เกิดการปะทะกันที่เขตกักโรคอีโบลา ในย่านชุมชนแออัดของกรุงมอนโรเวีย เมืองหลวงของไลบีเรีย ขณะที่ทางการพยายามยับยั้งการแพร่ระบาดของโรค และการพบผู้ต้องสงสัยว่าอาจติดเชื้อในเอเชีย ยิ่งทำให้เกิดความวิตกว่าไวรัสมรณะอาจแพร่ระบาดออกไปนอกแอฟริกา
มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 คน หลังจากตำรวจปราบจลาจล และทหาร ใช้แก๊สน้ำตา และกระสุนจริง ในการสลายฝูงชนในย่านชุมชนแออัดเวสต์ พอยต์ ที่มีประชากรอาศัยอยู่ราว 50,000 คน และได้ชื่อว่า เป็นหนึ่งในย่านที่ยากจนที่สุด และมีประชากรอาศัยอยู่แออัดที่สุด ซึ่งประชาชนเหล่านี้ พยายามจะออกจากเขตกักโรค และขว้างปาก้อนหินเข้าใส่เจ้าหน้าที่ // ประธานาธิบดีเอลเลน จอห์นสัน เซอร์ลีฟ ที่สั่งกักโรค รวมถึงประกาศใช้เคอร์ฟิวในตอนกลางคืนด้วย แถลงว่า การออกมาตรการเหล่านี้ มีเป้าหมายเพื่อช่วยชีวิต
ก่อนหน้านี้ ทางการได้นำโครงไม้ และลวดหนามไปปิดทางเข้า-ออกชุมชนแออัด เรือโดยสารถูกสั่งให้หยุดบริการ และมีเรือของยามฝั่งคอยลาดตระเวนในน่านน้ำ // ประชาชนที่ถูกกักโรคต่างร้องเรียนว่า เป็นการปฏิบัติที่ไร้มนุษยธรรม ที่กักตัวพวกเขาไว้โดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า ทำให้พวกเขาไม่สามารถออกไปหาอาหารให้ลูกๆ ได้ และสถานการณ์ยิ่งบานปลาย เมื่อพบว่า เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงได้เข้าไปอพยพเจ้าหน้าที่รัฐบาลคนหนึ่ง และครอบครัว ออกจากเขตกักโรคด้วย
พวกที่ถูกกักโรคต่างรู้สึกว่า รัฐบาลไม่ได้ปกป้องพวกเขาอย่างเพียงพอจากการแพร่ระบาดของโรค และพวกวัยรุ่นที่มีไม้พลองเป็นอาวุธ ยังบุกศูนย์กักโรคอีโบลาในเวสต์ พอยต์ โดยกล่าวหาว่า รัฐบาลนำผู้ป่วยจากทุกแห่งในมอนโรว่า เข้าไปในย่านที่อยู่อาศัยของพวกเขา นอกจากนี้ยังพบว่า ตามถนนหลายสายในเมืองหลวง มีศพถูกทิ้งไว้หลายชั่วโมง หรือหลายวัน แม้จะมีการร้องขอให้ทางการเข้าไปจัดการก็ตาม
เหตุการณ์รุนแรงในไลบีเรีย เกิดขึ้นในขณะที่ทั่วโลก กำลังพยายามรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลาครั้งเลวร้ายที่สุดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้ระบุว่า ในเวลาเพียง 2 วัน มียอดผู้เสียชีวิตพุ่งขึ้นถึง 106 คน เป็น 1,350 คนแล้ว
เมื่อวันพุธ ได้มีการกักตัวผู้โดยสารหลายคนที่เดินทางจากแอฟริกาตะวันตกไปยังเอเชีย เนื่องจากต้องสงสัยว่าอาจติดเชื้อไวรัสอีโบลา ได้แก่ ชาวไนจีเรีย 2 คน ที่เดินทางจากไนจีเรียไปยังเวียดนาม และอยู่ระหว่างการทดสอบที่โรงพยาบาลในนครโฮจิมินห์ และอีกคนหนึ่งเดินทางจากกินี ไปยังเมียนมาร์
ขณะนี้ได้มีตัวยาหลายชนิดที่อยู่ระหว่างการทดลอง แต่ส่วนใหญ่ใช้ทดสอบกับสัตว์ โดยแคนาดาได้เสนอจะให้วัคซีนที่เรียกว่า VSV-EBOV จำนวน 1,000 โดส ที่แสดงผลตอบสนองที่ดีในการวิจัยกับสัตว์ // สำหรับยาซีแม็พพ์ ที่ WHO อนุญาตให้ใช้รักษาผู้ป่วยก่อนหน้านี้ ได้หมดสต็อกแล้ว ส่วนตัวยาอื่นๆ ก็มีจำนวนจำกัดสำหรับการรักษาผู้ป่วยที่มีมากมายหลายหมื่นคน
'เวียดนาม' เลิกกักตัว 'ไนจีเรีย' สงสัยติดเชื้อ
กระทรวงสาธารณสุขเวียดนาม เผยเมื่อวันพุธว่า เลิกกักตัวชาวไนจีเรีย 2 คน ที่เดินทางถึงนครโฮจิมินห์ โดยมีไข้สูงแล้ว แม้ว่าผลทดสอบหาเชื้ออีโบลา ยังไม่ออกมา เนื่องจากผลการเฝ้าสังเกตอาการ ครบ 24 ชม. ทั้งสองคนไม่มีไข้ และไม่มีอาการป่วยอื่นๆ ร่วมด้วย แต่ทั้งสองจะยังต้องถูกเฝ้าติดตามอีก 3 สัปดาห์ นับจากวันที่ออกจากแหล่งระบาด ส่วนผู้โดยสารที่นั่งใกล้กับสองคนนี้ ที่เดินทางจากไนจีเรียผ่านกาตาร์ถึงโฮจิมินห์ ได้รับคำแนะนำให้เฝ้าสังเกตอาการตัวเองด้วยเช่นกัน
ขณะที่ทางการเมียนมาร์ แจ้งว่า แรงงานชาวเมียนมาร์ ที่เพิ่งกลับจากกินี โดยแวะต่อเครื่องบินที่สนามบินในกรุงเทพฯ ไปถึงนครย่างกุ้ง เมื่อวันอังคาร ป่วยเป็นโรคมาลาเรีย แต่ต้องขึ้นทะเบียนเข้าข่ายเฝ้าระวังอีโบลา เพราะมาจากพื้นที่ระบาด และได้ส่งตัวอย่างเลือดไปอินเดีย เพื่อตรวจหาเชื้ออีโบลา ซึ่งยังต้องรอผลอีก 3-4 วัน
---------------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : EPA)



