
เงินทองต้องรู้ : คุณคือใคร (1)
22 ส.ค. 2557
เงินทองต้องรู้ : คุณคือใคร (1) : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]
ในขณะที่ชั้นวางหนังสือออกใหม่ในร้านหนังสือหลายแห่ง คลาคล่ำไปด้วยหนังสือที่ว่าด้วยกฎของการสร้างความมั่งคั่งที่ติดอันดับ “ขายดี” เต็มไปหมด ยังมีหนังสือเก่าๆ หลายเล่มที่ซุกตัวอยู่ในชั้นวางหนังสือของร้านหนังสือสแตนด์อโลน หรือเรียกว่าร้านหนังสืออิสระ หรืออาจจะเรียกว่าเป็นร้านหนังสือเล็กๆ และเป็นหนังสือเก่าๆ ที่ไม่มีทางได้ขึ้นเทียบชั้นหนังสือใหม่ที่มีผู้เขียนมากหน้าหลายตา ขยันเขียน ขยันวางขายกันถี่ยิบ
บ่ายวันอาทิตย์ ระหว่างใช้เวลาวันหยุดที่ร้านหนังสือริมถนนพระสุเมรุ ลองหยิบหนังสือเก่าที่เขียนไว้ตั้งแต่เดือนกันยายน 2548 หรือ 9 ปีที่แล้วขึ้นมาอ่าน ไม่ใช่เพราะคำว่า “หนังสือดีที่ควรมีไว้ประจำบ้าน” หรือเพราะราคาที่ติดป้ายลดจากหน้าปก 50% แต่เป็นเพราะปกหลังของหนังสือที่บ่งบอกว่า ในเล่มมีอะไรบ้าง
หนังสือเล่มนี้ มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า I-Independent อาจแปลได้ว่า “อิสระ” หรือแปลได้ว่า “พึ่งพาตัวเอง” - ไม่ยึดโยง ไม่ยึดติด ไม่พึ่งพาใคร หนังสือเล่มนี้พาย้อนรอยไปถึงจุดเริ่มต้นของวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 จากการรวบรวมบทสัมภาษณ์ที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร “สารคดี” ในช่วงระหว่างปี 2540-2542 โดยเป็นผลงานของคุณวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์
ในฐานะผู้มีประสบการณ์ร่วมในวิกฤติเศรษฐกิจครั้งนั้น เมื่อฝุ่นควันในชีวิตหายตลบอบอวลแล้ว การย้อนกลับไปอ่านเรื่องราวในวันนั้นอีกครั้ง ก็ทำให้เห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้น และค้นพบว่า แม้วิกฤติเศรษฐกิจจะผ่านไป 17 ปีเต็ม และหนังสือเล่มนี้จะผ่านมาถึง 9 ปีแล้ว แต่นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ “บางเรื่อง” ก็ยังไม่เปลี่ยน
เดือนกันยายน 2542 หรือเมื่อ 15 ปีมาแล้ว คุณวันชัยได้ตีพิมพ์บทสัมภาษณ์คุณณรงค์ โชควัฒนา ซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารกลุ่มแพน ในเครือบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) คุณณรงค์ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ใช่คนไทยไม่มีเงินออม แต่น่าเสียดายมากที่เงินออมของเราเป็นเงินออมของคนรวย และเป็นเงินออมของคนรวยที่มีไว้ให้คนจนกู้
“คนรวยก็จะรวยขึ้นเพราะการอดออม คนจนก็ยิ่งจน เพราะไม่ออม แต่ไปกู้เขาอีก ประเทศที่กินดีอยู่ดี เงินออมส่วนใหญ่มาจากชาวไร่ชาวนาที่มีฐานะต่ำต้อยที่สุด เขาออมเงินเพื่อที่ว่าเขาจะมีฐานะดีขึ้น…”
แต่ที่น่าห่วงกว่านั้น ก็คือ ไม่ใช่คนรวยที่ยังคงออมอยู่ และคนจนที่ยังคงกู้อยู่ เพราะชนชั้นกลาง ซึ่งเป็น “ตรงกลาง” ที่ใหญ่และกว้าง มีแนวโน้มออมน้อยลง กู้มากขึ้นเรื่อยๆ
หลายๆ ครั้งเราพบว่า การให้คำแนะนำเรื่องการจัดการด้านการเงินแบบรวมๆ อาจจะไม่ได้ผลครอบคลุมกลุ่มคนที่อยู่ตรงกลางทั้งหมด ลองพิจารณาคำแนะนำแบบแยกส่วนตามที่ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ผ่านการตั้งคำถามให้เราตอบว่า “คุณคือใคร” ซึ่งจริงๆ เขาแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม แต่พื้นที่สัปดาห์นี้ คงเสนอได้เพียง 2 กลุ่มเท่านั้น
“คุณคือใคร” - ถ้า “คุณคือนักเรียน-นักศึกษา” คำแนะนำ คือ วัยเรียนเป็นวัยที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ไปกับการเล่น เรียนรู้ และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ มีหน้าที่หลักคือการเรียนหนังสือ ขณะเดียวกัน ก็เป็นช่วงเวลาทองที่จะปลูกฝังนิสัยวางแผนทางการเงิน เช่น การออม โดยการหยอดกระปุกออมสิน เพื่อเก็บเงินที่เหลือจากค่าขนม หรือเงินที่ญาติผู้ใหญ่ให้มาไว้เป็นทุนการศึกษา ซึ่งผู้ปกครองอาจพาเด็กไปเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ หรือสถาบันการศึกษากำหนดให้เปิดบัญชีควบคู่กับการทำบัตรนักเรียนหรือบัตรนักศึกษา ซึ่งในปัจจุบันมักเป็นบัตรที่ออกร่วมกับสถาบันการเงิน เพื่อใช้เป็นบัตรเอทีเอ็ม-บัตรเดบิต หรือบัตรอี-มันนี่ ในบัตรเดียวกัน
สำหรับนักเรียนนักศึกษาที่ต้องการเรียนต่อในชั้นที่สูงขึ้นไป แต่ติดขัดปัญหาทางการเงินก็อย่าเพิ่งย่อท้อต่ออุปสรรค เพราะสินเชื่อเพื่อการศึกษา อาจเป็นทางแก้ไขปัญหาได้
“คุณคือใคร” - ถ้า “คุณคือพนักงานประจำ” คำแนะนำก็จะแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงเริ่มต้นทำงาน และช่วงทำงานมาระยะหนึ่ง เริ่มสร้างครอบครัว มีลูก มีรายได้สูงขึ้น และสะสมความมั่งคั่งเพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่วัยหลังเกษียณ
สำหรับช่วงเริ่มต้นทำงาน เมื่อเรียนจบและก้าวออกจากรั้วสถาบันการศึกษาเข้าสู่โลกแห่งการทำงาน การมีโอกาสได้ทำงานที่รักและถนัดจะนำมาซึ่งความภูมิใจและอนาคตที่สดใสมั่นคง การมีรายได้เป็นของตนเองทำให้มีอิสระในการใช้จ่าย ซึ่งหากไม่มีการวางแผนการเงินที่ดีแล้ว โอกาสที่เงินจะรั่วไหลไปตามกระแสสังคม กิน เที่ยว ใช้ ช็อป ย่อมเกิดขึ้นได้มาก และโอกาสที่จะก้าวต่อไปในชีวิต เช่น ซื้อบ้าน ซื้อรถ แต่งงาน สร้างครอบครัว ก็ย่อมถอยห่างออกไปเช่นกัน
ดังนั้น การเริ่มต้นทำงานจึงถือเป็นโอกาสดีที่จะใคร่ครวญถึงสิ่งที่ต้องการจริงๆ ในชีวิต และประเมินความรอบรู้ทางการเงินของตนเอง ณ ตอนนี้ ว่าเป็นอย่างไร เพื่อเริ่มตั้งเป้าหมายและวางแผนที่จะช่วยให้มองเห็นเส้นทางเดินที่ชัดเจนไปสู่อนาคตที่วาดหวังไว้ ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มต้นทำงาน มีข้อมูลสำคัญอื่นๆ ที่คนทำงานจำเป็นต้องทราบ เช่น 1.คนกลุ่มนี้จะมีโอกาสได้ใช้บริการของสถาบันการเงินมากขึ้น ตั้งแต่บัตรเอทีเอ็ม-บัตรเดบิต การชำระเงินผ่านอินเทอร์เน็ต การชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ ทำให้ชีวิตสะดวกและบริหารจัดการเงินได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งต้องรอบคอบ และระวังภัยทางการเงินต่างๆ ที่มาพร้อมความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้วย
2.นายจ้างมักจะจ่ายเงินเดือนเข้าบัญชีเงินฝาก ดังนั้น อาจจะได้ใช้บริการตัดบัญชีเงินฝาก เพื่อชำระหนี้หรือค่าใช้จ่ายรายเดือน เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต ทำให้ชำระเงินได้ตามกำหนด และสะดวกสบาย 3.หลายคนเริ่มมีบัตรเครดิตใบแรก รวมไปถึงบัตรกดเงินสด หรืออาจมีความคิดที่จะเช่าซื้อรถยนต์ ดังนั้น ต้องไม่ลืมวินัยทางการเงินและประเมินความสามารถในการผ่อนชำระให้ดีเสียก่อน 4.ควรศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางการเงินสำหรับการออม การลงทุน และการลดหย่อนภาษี เพื่อบริหารเงินของคุณให้งอกเงยทันกับเงินเฟ้อ ภายใต้ความเสี่ยงที่ตนเองยอมรับได้ และสุดท้าย 5.อาจจะดูห่างไกลสำหรับคนวัยเริ่มทำงาน แต่เป็นเรื่องของการคิดและเตรียมตัว นั่นคือ การมีอิสรภาพทางการเงินในวัยเกษียณ
ถ้าคุณไม่ใช่กลุ่มคนเหล่านี้ แต่เป็นคนที่มีอาชีพอิสระ หรือเป็นเจ้าของธุรกิจเอสเอ็มอี รอค้นหาตัวเองว่า คุณคือใคร (2) ในสัปดาห์หน้า
---------------------------
(เงินทองต้องรู้ : คุณคือใคร (1) : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected])



