
ธ.ก.ส.เล็งให้กู้นาน12ปีแก้'หนี้นอกระบบ'
ธ.ก.ส.เล็งให้กู้นาน12ปีแก้'หนี้นอกระบบ' ชงแผนอุ้มเกษตรกร-ปล่อยรายละไม่เกิน1แสนบาท
นายสมศักดิ์ กังธีระวัฒน์ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส.วันที่ 25 สิงหาคมนี้ จะมีการเสนอให้ที่ประชุมพิจารณามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่มีหนี้นอกระบบ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มอบหมายมา โดยจะนำโครงการที่เคยดำเนินการมาในอดีตมาปรับปรุงใหม่ให้มีความรอบครอบเหมาะสมยิ่งขึ้น
สำหรับการช่วยเหลือลูกค้าของธนาคารที่เป็นหนี้นอกระบบซึ่งยังไม่ได้สำรวจว่ามีมากน้อยเพียงใดนั้น ธนาคารจะปล่อยกู้เพื่อนำไปใช้หนี้นอกระบบที่มีอัตราดอกเบี้ยแพง โดยให้กู้รายละไม่เกิน 1 แสนบาท ส่วนอัตราดอกเบี้ยจะสูงกว่าปกติที่คิดในระดับ 7% แต่จะเป็นเท่าใดนั้น คณะกรรมการจะพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ส่วนระยะเวลาการชำระหนี้จะผ่อนผันให้ถึง 10-12 ปี เพื่อให้เกษตรกรมีภาระในการผ่อนชำระไม่มากนัก
“ที่ผ่านมา ธ.ก.ส.พยายามดึงเกษตรกรเข้ามาเป็นลูกค้าในระบบของธนาคารปีละ 1.5 แสนรายอยู่แล้ว แต่มาตรการช่วยเหลือกเพิ่มเติมนี้จะเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรที่มีหนี้นอกระบบให้มีภาระลดลงอีกทางหนึ่ง ซึ่งในอดีตธนาคารเคยดำเนินการมาแล้วแต่ในครั้งนี้จะการปรับปรุงมาตรการเพิ่มเติม โดยจะมีการทำประกันชีวิตด้วยให้ด้วยและเพื่อดูแลความเสี่ยงกรณีผู้กู้เสียชีวิตหนี้จะได้ไม่ตกเป็นของลูกหลาน และยังจะมีการฝึกอบรมและเรียนรู้การใช้เงินใช้ชีวิตอย่างไรไม่เป็นหนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้กลับไปเป็นหนี้อีก” นายสมศักดิ์ กล่าว
นอกจากนี้ ธ.ก.ส.จะเสนอไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะที่ดูแลกองทุนหมุนเวียนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจน ซึ่งทำหน้าที่ช่วยเหลือเกษตรกรที่เป็นหนี้จากการทำกินอยู่แล้ว โดยขอให้ขยายขอบเขตการช่วยเหลือครอบคลุมไปยังเกษตรกรที่เป็นหนี้แต่ไม่มีที่ดินทำกินของตัวเองด้วย เพื่อ ธ.ก.ส.จะได้ส่งต่อเกษตรกรที่มีปัญหาหนักและต้องเข้าสู่กลไกการช่วยเหลือของภาครัฐผ่านการใช้เงินงบประมาณดูแลต่อไป อันจะทำให้การแก้ไขปัญหาทำได้เป็นระบบมากขึ้น แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับฝ่ายนโยบายด้วย
ด้านนายพิสิฐ ลี้อาธรรม นายกสมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เปิดเผยว่า สมาคมมีแผนเสนอให้มีการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคบังคับอีกครั้ง จากที่ก่อนหน้านี้เคยนำเสนอไปแล้ว แต่ต้องรอให้มีสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ก่อน โดยหากมองแรงงานทั้งระบบในปัจจุบันมีประมาณ 37 ล้านคน เป็นแรงงานที่อยู่ในระบบประกันสังคม 10 ล้านคน อีก 27 ล้านคนไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม และใน 10 ล้านคนที่อยู่ในระบบประกันสังคมเองนั้น มีเพียง 2.7 ล้านคน ที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ อีก 7.3 ล้านคนไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งแนวคิดของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคบังคับจะดึงให้แรงงานทั้ง 37 ล้านคน เข้ามาอยู่ในระบบการออมเพื่อเกษียณ โดยในช่วงแรกอาจจะเริ่มจากกลุ่มแรงงานในระบบประกันสังคม 7.3 ล้านคน ที่ยังไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพก่อนก็ได้
“สิ่งที่สมาคมจะเสนอเข้าไป คือ การเปิดให้ลูกจ้างสามารถออมได้มากกว่านายจ้าง และให้ลูกจ้างชั่วคราวสามารถเข้ามาเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ด้วย ปัจจุบันจำนวนสมาชิกที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมี 2.7 ล้านคน แต่คิดเป็นเม็ดเงินไม่น้อยกว่า 7 แสนล้านบาท ถ้าดึงเข้าสู่ระบบได้เพิ่ม 10 เท่าตัว เงินจะเพิ่มขึ้นเป็น 7 ล้านล้านบาท สามารถนำเงินออมนี้ไปใช้ลงทุนประเทศได้อีกมากทีเดียว และจังหวะนี้ถือว่าเป็นจังหวะที่ดี ที่จะนำเรื่องนี้เสนอให้ภาครัฐพิจารณาอีกครั้ง ส่วนจะตัดสินใจอย่างไรคงขึ้นกับการตัดสินใจภาครัฐอีกครั้ง” นายพิสิฐกล่าว



