ข่าว

ในความเงียบสงบ

ในความเงียบสงบ

20 ส.ค. 2557

ในความเงียบสงบ : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับประภัสสร เสวิกุล

               ความเงียบกับความสงบ เป็นคำสองคำที่มักจะถูกนำมาใช้ร่วมกัน ทั้งๆ ที่ตามความเป็นจริงแล้ว ในความเงียบอาจจะมีความไม่สงบ และในความสงบก็อาจจะไม่มีความเงียบเสมอไป

               คนโดยทั่วไป ส่วนใหญ่ไม่ชอบความวุ่นวาย ความขัดแย้ง ตลอดจนความรุนแรงต่างๆ ดังนั้น จึงต้องการความสงบที่จะมีชีวิตเป็นปกติสุข ไปไหนมาไหนและทำมาหากินอย่างปลอดภัย ในเวลาเดียวกันความไม่สงบก็ทำให้เกิดสภาพของการไร้เสถียรภาพทางการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจและสังคม จนกระทั่งบ้านเมืองเกิดความระส่ำระสาย ขาดความมั่นคงและน่าเชื่อถือ ดังจะเห็นได้จากหลายๆ ประเทศในโลกที่เกิดความไม่สงบขึ้นในประเทศ

               แต่เราก็คงไม่สามารถทำให้คนในสังคมมีความคิดเห็นที่ตรงกันได้ทุกเรื่อง สิ่งสำคัญก็คือ ทำอย่างไรจึงจะให้ยอมรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง ทำอย่างไรจึงจะทำให้ความแตกต่างสร้างความเติบโตแก่สังคม ไม่ใช่ความแตกแยก และทำอย่างไรจึงจะมีกฎเกณฑ์กติกาซึ่งเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย สิ่งดังกล่าวเป็นวัฒนธรรมทางสังคม ซึ่งจะต้องมีการปลูกฝัง และประพฤติปฏิบัติจนเป็นจารีต ทำนองเดียวกับธรรมเนียมปฏิบัติ และมารยาททางสังคมอื่นๆ

               ในส่วนของความเงียบนั้น อาจจะหมายได้ทั้งการยอมรับ หรือการไม่แสดงปฏิกิริยาใดๆ ออกมา ซึ่งประการหลังนั้น อาจจะไม่ใช่การเห็นด้วย แต่เป็นการจำยอมชั่วขณะ เพื่อรอเวลาที่เหมาะสมในการคัดค้านโต้แย้ง ขณะเดียวกันก็เป็นอุปนิสัยอย่างหนึ่งของคนไทยที่ไม่ชอบแสดงท่าทีของตนออกมาอย่างชัดเจน การนิ่งและการเงียบจึงเป็นวิธีที่คนไทยนิยมทำกันตั้งแต่เล็กจนโต ดังนั้นการคาดเดาใจคนไทยจากความเงียบ จึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะทำได้ยาก ขณะเดียวกันก็ไม่อาจคะเนได้ว่า ความเงียบนั้นเป็นความเงียบสงบ หรือความเงียบก่อนที่จะเกิดอะไรขึ้น

               ระยะเวลาเพียง 3 เดือน หลังการรัฐปฏิวัติ ไม่สามารถบอกได้ว่า ความเงียบที่เกิดขึ้นเป็นความสงบ และหนทางต่อไปจะราบเรียบ ปราศจากความวุ่นวายทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว และมีนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีแล้ว - การปฏิรูปประเทศไทยซึ่งเป็นจุดหมายประการหนึ่งของการปฏิวัติ ก็ค่อนข้างจะเป็นงานใหญ่ที่ยากจะทำให้ลุล่วงลงได้ในระเวลาอันสั้น หรือให้การปฏิรูปประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้าน ถ้าเรายอมรับสภาพความเป็นจริงว่า ประเทศไทยของเราขณะนี้ เหมือนคนที่โรคร้ายรุมเร้าเรื้อรัง เราก็ต้องยอมรับความจริงว่า ไม่มีแพทย์ที่ไหนจะลงมือผ่าตัดรักษาทุกๆ โรคพร้อมกันในเวลาเดียวได้ หากจะต้องเลือกเอาว่าจะรักษาโรคที่รุนแรงก่อน หรือโรคที่รักษาได้ง่ายก่อน ซึ่งไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ต้องใช้แพทย์ที่มีฝีมือ ยาที่ดี อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย และเวลาพอสมควร มิเช่นนั้นแล้วก็จะเป็นการเปิดแผลเพิ่มขึ้น และคนไข้ก็อาจจะอาการหนักไปกว่าเดิม

               ตอนนี้อาจจะดูเหมือนประเทศไทยอยู่ในความเงียบและความสงบ แต่ย่อมไม่อาจจะเหมาว่า ทุกอย่างอยู่ในความเงียบสงบ หากเป็นเพียงการอยู่ในอาการของผู้ที่ได้รับยาสลบ เมื่อใดที่หมดฤทธิ์ยาสลบแล้วก็คงจะได้ยินเสียงโวยวายและการดิ้นรนอย่างสุดกำลัง

               ถ้าไม่เตรียมอุดหูให้ดี ก็เห็นจะต้องเลือกที่จะผ่าตัดหรือปฏิรูปการเมืองเป็นลำดับแรกละครับ