
'ประยุทธ์'ขอคัดสรรสปช.คุณสมบัติตรงส่วนงาน
19 ส.ค. 2557
'พล.อ.ประยุทธ์' ย้ำใช้งบฯโปร่งใส-ตรวจสอบติดตามอย่างต่อเนื่อง ขอคัดสรร สปช.คุณสมบัติตรงส่วนงาน ด้าน 'พล.อ.ไพบูลย์' แจงไม่มีแนวคิดนิรโทษกรรม 'ทักษิณ'
19 ส.ค.57 เมื่อเวลา 09.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.เป็นประธานการประชุมคสช.ชุดใหญ่ โดยมีรองหัวหน้าคสช.ประกอบด้วย พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฎิมาประกร พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว พร้อมด้วยพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เลขาธิการคสช.
โดยก่อนการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวขอบคุณทุกส่วนงานที่มีส่วนทำให้การประชุมเพื่อพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 วาระแรกที่มีขึ้นเมื่อวานนี้ (18 ส.ค.) เป็นไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมทั้งเน้นย้ำให้สำนักงบประมาณรวมทั้งทุกส่วนงานใน คสช.ต้องมีแผนการตรวจสอบการใช้งบประมาณและติดตามรายงานผลการปฏิบัติตามแผนงบประมาณรายจ่ายที่กำหนดไว้ให้ทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติด้วย ทั้งนี้เพื่อความโปร่งใสและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สำหรับกระบวนการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช.นั้น ขอให้คัดสรรผู้ที่จะเข้ามาเป็นสมาชิก สปช.ให้มีคุณสมบัติที่ตรงกับแต่ละส่วนงานที่จะดำเนินการปฏิรูป พร้อมขอให้เร่งประชาสัมพันธ์เพื่อให้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถสมัครเข้ามาเป็นสมาชิกสปช. ให้มากที่สุด โดยล่าสุดมียอดผู้สมัครเข้ามาแล้ว 400 คน นอกจากนี้ขอให้ส่วนงานฝ่ายสังคม ได้มีการเตรียมความพร้อมในแง่ของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายสังคม เช่น เรื่องของกฏหมายและโครงสร้างเพื่อเสนอต่อสภาปฏิรูปทันทีที่มีการดำเนินการคัดเลือก สปช.เสร็จสิ้นในเดือนกันยายนนี้
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา หัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ได้ชี้แจงต่อที่ประชุม คสช.ว่า ตนไม่เคยให้ข่าวว่า คสช.เตรียมจะออกกฏหมายนิรโทษกรรมให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมยืนยัน คสช.ไม่มีแนวคิดดังกล่าวแน่นอน ทั้งยังเชื่อว่าผู้ที่ปล่อยข่าวน่าจะมีวัตถุประสงค์ก่อให้เกิดความเสียหายต่อ คสช.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเรื่องอื่น ๆ ที่ได้มีการเสนอเพื่อทราบและเพื่อพิจารณาในที่ประชุมใหญ่ คสช. วันนี้ มีหลายเรื่อง เช่น. การพิจารณาโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะ โครงการขยายระบบขนส่งไฟฟ้าระยะที่ 12 ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องการลดอัตราภาษีสรรพสามิตร 2 ฉบับ ว่าด้วยการส่งเสริมการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล หรือ อีโค่ คาร์ ระยะที่ 2 การดำเนินการแก้ไขปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยของจังหวัดพระนครศรีอยุทธยา และการพิจารณาเพื่ออนุมัติระบายสต็อคยางพาราของโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง
'หน.คสช.' ถกบอร์ดบีโอไอ กำหนดยุทธศาสตร์การลงทุนที่ยั่งยืน
เมื่อเวลา 14.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอขอบคุณบอร์ดบีโอไอ.ที่ร่วมประชุมในวันนี้ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในไตรมาศที่ 3 และ 4 และส่งต่อการทำงานในปีงบประมาณ 2558 ทั้งเรื่องส่งเสริมการลงทุนและการพัฒนาเศรษฐกิจของไทย ให้ก้าวหน้าไปในอนาคต เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งผู้ประกอบการชาวไทยและต่างประเทศด้วย ซึ่งในวันนี้มีหลายเรื่องที่ต้องพิจารณา โดยเฉพาะประกาศคสช.ฉบับที่ 100 / 2557 ในเรื่องการแก้ไขกฎหมาย และเรื่องที่ว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ที่มีการปรับย้าย รวมไปถึงการโอนคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน จากกระทรวงอุตสาหกรรม มาขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี เหมือนครั้งแรกที่มีการแต่งตั้งบอร์ดขึ้นมา เพื่อปรับให้กลับมาอยู่ในสายการบังคับบัญชาเดิม และให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น
ทั้งนี้ข้อมูลการประชุมในวันนี้จะเน้นในเรื่องยุทธศาสตร์การลงทุนที่ต้องมุ่งดำเนินการทุกด้านอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในเรื่องส่งเสริมอุตสาหกรรมในอนาคตว่าที่จะเดินหน้าต่อไปอย่างไร รวมทั้งการกำหนดนโยบาย และหลักเกณฑ์ พร้อมกันนี้จะกำหนดยุทธศาสตร์ใหม่ในวันนี้ด้วย
'ประยุทธ์' ส่งตัวแทนมอบแจกันดอกไม้อวยพรวันเกิด 'บรรหาร'
เมื่อเวลา 13.10 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มอบหมายให้ พล.ต.พลภัทร วรรณภักตร์ เลขานุการกองทัพบก นำแจกกันดอกไม้เข้าอวยพร นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เนื่องในโอกาสครบรอบวันคล้ายวันเกิดปีที่ 82 ที่บ้านพักส่วนตัว ทั้งนี้พล.ต.พลภัทร กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ฝากอวยพรให้มีสุขภาพและพลานามัยที่แข็งแรง โดยนายบรรหาร ได้กล่าวขอบคุณไปยังพล.อ.ประยุทธ์และคณะ คสช.ด้วย พร้อมชื่นชมการทำงานรอบ 2 เดือนที่ผ่านมาว่าใช้ได้อย่างดีเยี่ยม การแก้ปัญหาให้ประชาชนมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ตนขอให้กำลังใจ
“การทำงานทุกอย่างมีได้บ้างไม่ได้บ้าง หากเกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศชาติและประชาชนถือว่าเป็นจุดสูงสุดแล้ว โดยเฉพาะการเทิดพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์ ตอนนี้ผมไม่มีอะไร เป็นแค่ประชาชนธรรมดาเท่านั้ ขอให้กำลังใจอยู่เบื้องหลัง” นายบรรหาร กล่าว
จากนั้นนายบรรหาร ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ อาจได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คนใหม่ ว่า พล.อ.ประยุทธ์มีบุคลิกที่ใช้ได้ จากการทำงานรอบ 2 เดือนที่ผ่านมายังมีใบหน้าที่แจ่มใส ไม่เครียด ทั้งนี้หากพล.อ.ประยุทธ์จะดำรงตำแหน่งนายกฯ ต้องเข้าใจว่าจะเป็นการทำงานอีกรูปแบบหนึ่งที่แตกต่างจากหัวหน้าคสช. ที่สามารถใช้อำนาจอย่างเด็ดขาดได้ แต่กรณีนายกฯ นั้นต้องปฏิบัติตามกฎหมาย มีรัฐสภา นานวันอาจจะมีเสียงติติงบ้าง ขอให้พิจารณาให้ดี โดยสำคัญต้องใช้ดุลยพินิจของตนเอง นอกจากนั้นขอให้มีสมาธิและใช้คนรอบรู้ให้มาช่วยดู ส่วนบทบาทของพล.อ.ประยุทธ์ต่อการชี้แจงในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อวันที่ 18 ส.ค. ระหว่างการประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ พ.ศ.2558 นั้นตนไม่ขอออกความเห็น
และเมื่อเวลา 13.45 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้นำสมาชิกพรรค อาทิ นายอิสรา สุนทรวัฒน์, นายจุติ ไกรฤกษ์ เข้ามอบแจกันดอกไม้ให้กับนายบรรหาร โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น ทั้งนี้นายบรรหาร ได้กล่าวทักนายอภิสิทธิ์ ว่า สวัสดีท่านนายกฯ และได้ถามไถ่สุขภาพของกันและกัน จากนั้นนายบรรหาร กล่าวอวยพรให้นายอภิสิทธิ์มีสุขภาพแข็งแรงเพื่อร่วมทำงานให้กับประชาชน ทั้งนี้หากนายอภิสิทธิ์ ได้เป็นนายกฯ ก็อย่าลืมคนชื่อบรรหารด้วย
คสช.เตรียมขยายผลการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมเพิ่ม
พล.ท.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รองหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา คณะรักษาความสงบแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการอบรมการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ที่ จ.สุพรรณบุรี ว่าจากข้อสั่งการของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้มอบหมายให้หัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา คณะรักษาความสงบแห่งชาติพิจารณาแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครูในพื้นที่ห่างไกล ตนและคณะจึงได้ไปตรวจเยี่ยมสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุพรรณบุรี เขต 1 ซึ่งได้จัดทำโครงการการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมเฉลิมพระเกียรติมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กที่ประสบปัญหาการมีครูไม่ครบชั้น ครูสอนไม่ตรงสาขาวิชาเอก และครูบางส่วนไม่ใช้สื่อ ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ เป็นเหตุให้นักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็กขาดโอกาสและความเท่าเทียมกันกับนักเรียนในโรงเรียนขนาดใหญ่หรือโรงเรียนที่อยู่ในเมือง ซึ่งผลการใช้การเรียนการสอนทางไกลผ่านดาวเทียมดังกล่าว ทำให้นักเรียนมีผลการเรียนดีขึ้น ผลการสอบ NT และ O-Net สูงขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อเปรียบเทียบกับก่อนเริ่มโครงการและนักเรียนยังได้พัฒนาทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง ครูพัฒนาการสอนและลดภาระการเตรียมการสอน
ด้วยเหตุผลดังกล่าวคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงได้มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินการศึกษาและขยายผลโครงการการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมไปยังพื้นที่อื่นๆต่อไปด้วย อีกทั้งโครงการนี้เป็นโครงการที่เกิดขึ้นตามแนวพระราชดำริ จึงได้ดำเนินการเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษาวันที่ 5 ธันวาคม 2557 นี้ และเพื่อให้สามารถดำเนินการขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ ให้มีผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว ซึ่งโครงการขยายผลดังกล่าวมีกิจกรรมสำคัญได้แก่ การจัดหาและติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม 15,523 โรงเรียน อบรมผู้บริหารและครูปลายทาง 124,000 คน ทดลองการจัดการเรียนการสอนทางไกลผ่านดาวเทียม นิเทศ กำกับ ติดตาม ประเมินและสรุปผลการดำเนินการ โดยเริ่มจัดการเรียนการสอนเต็มพื้นที่ทั่วประเทศในภาคเรียนที่ 2 ของปีการศึกษานี้
ในส่วนของการอบรมได้มอบหมายให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุพรรณบุรี เขต 1 ดำเนินการจัดทำแผนการอบรมโดยแบ่งออกเป็น 4 แผน คือ 1.แผนการอบรมสำหรับผู้อำนวยการ-รองผู้อำนวยการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ศึกษานิเทศก์และผู้เกี่ยวข้อง 2.สำหรับผู้อำนวยการโรงเรียนและคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฎิบัติระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 3.สำหรับครูโรงเรียนปลายทาง4.การประชุมสัมมนาโรงเรียนแกนนำการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม เพื่อสร้างความตระหนัก ความรู้ ความเข้าใจแก่ผู้เข้าอบรมเกี่ยวนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนการจัดการศึกษาทางการผ่านดาวเทียมสู่การปฎิบัติจริงต่อไป



