
บัวแก้วแย้งสุวิทย์อ้างผลเลื่อนขึ้นทะเบียนพระวิหารเป็นเท็จ
"บัวแก้ว" แย้ง "สุวิทย์" อ้างผลงานค้านเลื่อนขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นเท็จ แค่ คกก.มรดกโลกรับรองมติขยายเวลากัมพูชาจัดส่งรายงาน ตามที่ร้องขอ ขณะที่สุวิทย์ยอมรับผลเจรจาคือยื้อเวลาขึ้นทะเบียนพระวิหาร
(1 ก.ค.)ตามที่มีรายงานว่า นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยถึงผลการเดินทางไปร่วมประชุมกับคณะกรรมการมรดกโลก ครั้งที่ 33 ที่ประเทศเสปน ระหว่างวันที่ 23 -30 มิถุนายน 2552 ว่า ไทยสามารถคัดค้านคณะกรรมการมรดกโลก การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ของกัมพูชาเพียงฝ่ายเดียวสำเร็จ จนต้องเลื่อนชี้ขาดไปเป็นปีหน้านั้น
แหล่งข่าวกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ผลการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ตามข้อมติว่าด้วยเรื่องปราสาทพระวิหาร เลขที่ 32 COM 8B.102 โดยสรุป 4 หัวข้อ ได้แก่ 1.แผนที่รายละเอียดเกี่ยวกับตัวทรัพย์สินที่ขึ้นทะเบียน และแผนที่ระบุพื้นที่กันชน 2.ให้ส่งข้อมูลที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินที่จดทะเบียน 3.ให้ยืนยันพื้นที่จัดการตัวปราสาท ซึ่งจะต้องถูกนำเข้ามารวมกับทรัพย์สินที่จดทะเบียน และพื้นที่กันชนที่กำหนดไว้ในแผนที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ ซึ่งในข้อนี้กัมพูชาได้ยืนยันพื้นที่จัดการไปแล้วในเดือนเมษยนปี 2552 และ 4.ให้กัมพูชาดำเนินการตามระเบียบของยูเนสโก รายงานความคืบหน้าแผนการคุ้มครองและพัฒนาปราสาทพระวิหารให้ได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2553 ซึ่งเอกสารชุดอยู่นี้ในระหว่างการยกร่าง นอกจากนี้ ไม่พบว่า ได้มีการเรียกประชุมคณะกรรมการประสานงานระหว่างประเทศที่คณะกรรมการมรดกโลกได้ให้จัดตั้งขึ้น ซึ่งไทยได้รับเชิญเข้าร่วมด้วย
ทั้งนี้ รายงานดังกล่าว ทางฝ่ายกัมพูชาได้ขอผ่อนผันการจัดส่งรายงานจากเดิมที่ต้องรายงานในเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ โดยที่ฝ่ายกัมพูชาได้ส่งรายงานไปในเดือนเมษายนที่ผ่านมาแล้วครั้งหนึ่ง และได้เลื่อนมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม และมิถุนายน เนื่องจากยูเนสโกขอให้ส่งเอกสารข้อมูลเพิ่มเติม ประกอบกับเกิดเหตุขัดข้องหลายประการ รวมทั้งความขัดแย้งตามแนวชายแดนด้านจังหวัดศรีสะเกษ ทำให้การจัดทำแผนการต้องล่าช้าออกไป ทั้งนี้ การเลื่อนแผนการดังกล่าวเป็นสิ่งที่คาดการณ์ ตามที่กัมพูชาขอเลื่อน โดยแหล่งข่าวกระทรวงการต่างประเทศระบุ ที่ประชุม ได้เห็นชอบรับรองวาระนี้ โดยไม่มีการอภิปรายใดๆ ทั้งสิ้น
แหล่งข่าวกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวอีกว่า นายสุวิทย์ เป็นตัวแทนประเทศไทย ยื่นหนังสือคัดค้านการดำเนินการของยูเนสโกที่ไม่ถูกต้องตามระเบียบที่วางไว้เกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยได้ยื่นก่อนประชุมคณะกรรมการมรดกโลกจะเริ่มขึ้น อีกทั้งในการประชุมครั้งนี้ไม่ได้กำหนดประเด็นปัญหาว่าด้วยเรื่องปราสาทพระวิหารอยู่ในวาระการประชุม จึงทำให้การขยายระยะเวลาจัดส่งเอกสารรายงานดังกล่าวไม่ได้เป็นผลจากการดำเนินการของฝ่ายไทย
สุวิทย์ยอมรับผลเจรจาคือยื้อเวลาขึ้นทะเบียนพระวิหาร
เมื่อเวลา 18.00 น.นายสุวิทย์ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมกรณีการเดินทางไปยื่นหนังสือต่อยูเนสโก และคณะกรรมการมรดกโลก ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ 33 ที่ประเทศสเปน ว่า จากเดิมจะมีการพิจารณารายละเอียดประกอบการขึ้นทะเบียนมรดกโลกพระวิหารของกัมพูชา ซึ่งประกอบด้วยแผนที่เขตแดน แผนบริหารจัดการพื้นที่เป็นต้น แต่หลังจากที่เราได้เดินทางไปยื่นหนังสือ และชี้แจงในประเด็นเรื่องไม่เห็นด้วยกับการที่ยูเนสโก ขึ้นทะเบียนโดยที่พระวิหารยังขาดองค์ประกอบและรายละเอียดที่สมบูรณ์ ทำให้ที่ประชุมไม่ยินยอมให้มีการนำวาระนี้เข้าพิจารณา เนื่องจากเกรงว่าจะก่อให้เกิดการ เผชิญหน้าระหว่าง 2 ประเทศ จึงมีมติรับพิจารณารายละเอียดต่างๆที่กัมพูชา ต้องเสนอไปอีกครั้งในเดือนก.พ. 53 แทน ประกอบกับมีการรายงานให้ทราบว่าในช่วงที่ผ่านมามีปัญหาปะทะระหว่างทหารไทยและกัมพูชาถึง 2-3 ครั้งจากการขึ้นทะเบียนพระวิหาร
“ยอมรับว่าตอนนี้เหมือนกับช่วงต่อเวลาไปอีก 1 ปีว่าเราจะดำเนินการอย่างไรก็ให้รีบดำเนินการ และวางแผนเดินหน้าให้เป็นเอกภาพมากที่สุด ทั้งนี้เพื่อให้สามารถยุติความขัดแย้งจากประ เด็นการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร ระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยเบื้องต้นคงต้องชัดเจนในแง่ของการปักปันเขตแดน และสามารถรักษาอธิปไตยของทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้เพื่อลดปัญหาการเผชิญหน้าซึ่งกันและกัน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เห็นจากการประชุมครั้งนี้คือ รู้สึกชื่นชมคณะจากกัมพูชาที่ให้ความสำคัญกับการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารมาก มีการส่งคนสำคัญระดับประเทศจากหลายส่วนเข้าไป แสดงว่าเขามีความต่อเนื่องเป็นอย่างมาก ขณะที่ของเรายังมัวทะเลาะกันอยู่ ” นายสุวิทย์ ระบุ
เมื่อถามว่าที่สุดแล้วในปีหน้า ไทยจะยังพร้อมผนวกแหล่งโบราณสถานในเขตแดนไทยเข้าไปเป็นมรดกโลกร่วมกับปราสาทพระวิหารได้หรือไม่ นายสุวิทย์ กล่าวว่า เบื้องต้นคงต้องรอให้การปักปันเขตแดนให้ชัดเจนก่อน จึงจะสามารถมากำหนดแนวทางได้ ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่ามันยังมีช่องทางอีกหลายทางที่จะดำเนินการ แต่เป้าหมายตอนนี้ขอให้เกิดสันติภาพก่อนจึงจะทำงานในขั้นตอนอื่นๆได้



