
ตร.ค้น-ยึดบ้าน-รถ'รอง ผกก.สภ.ไชยปราการ'ลอบขนยา
19 ส.ค. 2557
ตร.ลำปางบุกค้นบ้าน รอง ผกก.สภ.ไชยปราการ ลักลอบขนยาบ้า-ยาไอซ์ ยึดทรัพย์สินบ้าน 2 หลัง รถยนต์เฟอร์จูนเนอร์ 1 คัน มูลค่าทรัพย์สินกว่า 10 ล้านบาท
วันที่ 19 ส.ค.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อคืนวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 32 ค่ายสุรศักดิ์มนตรี จ.ลำปาง ในฐานะกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยมณฑลทหารบกที่ 32 ค่ายสุรศักดิ์มนตรี จ.ลำปาง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มงานสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง นำโดย พ.ต.อ.สังเวียน อินตากูล ผกก. ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านจำนวนสองหลัง ซึ่งเป็นบ้านของ พ.ต.ท.ชำนาญ พุ่มไพจิตร รองผกก.ป. สภ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ที่ถูกจับกุมพร้อมยาบ้า 800,000 เม็ด และยาไอซ์น้ำหนัก 1 กิโลกรัมที่ ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย
โดยหลังแรก ในหมู่บ้านเจนแอนด์จอย เลขที่ 112/225 หมู่ 8 ต.ต้นธงชัย อ.เมือง จ.ลำปาง และหลังที่สอง อยู่หมู่บ้านสุขสวัสดิ์ เลขที่ 353/3 หมู่ ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง ซึ่งการตรวจค้นบ้านทั้ง 2 หลังมี ส.ต.ท.หญิง ยุพาภรณ์ พุ่มไพจิตร อายุ 27 ปี ลูกสาวของ พ.ต.ท.ชำนาญ นำตรวจค้น แต่จากการตรวจค้นไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย แต่บ้านทั้งสองหลัง มีรูปของ พ.ต.ท.ชำนาญ และโล่ประกาศเกียรติคุณ ที่ได้รับรางวัลการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด จำนวนมาก
ทั้่งนี้ เมื่อ 3 ปี ก่อน พ.ต.ท.ชำนาญ เคยเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นดี ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอยู่ที่ด่านตรวจค้นยาเสพติดของ สภ.สบปราบ จ.ลำปาง ที่มีผลงานการสกัดและปราบปรามยาเสพติดได้เป็นจำนวนมาก ก่อนที่จะไปรับตำแหน่งเป็นรอง ผกก.สภ.ไชยปราการ ก่อนหลงผิดไปเข้าร่วมขบวนการค้ายาเสพติด กระทั่งมาถูกจับกุมในครั้งนี้
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกตรวจยึดทรัพย์สินของบ้านหรูทั้ง 2 หลัง ซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียว รวมถึงรถยนต์เฟอร์จูนเนอร์อีก 1 คัน มูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดกว่า 10 ล้านบาท ไว้
สตช.ไล่ออก รอง ผกก.ป.สภ.ไชยปราการ ขนยาบ้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี พ.ต.ท.ชำนาญ พุ่มไพจิตร รอง ผกก.ป.สภ.ไชยปราการ ขนยาบ้า 800,000 เม็ด และยาไอซ์นั้น ล่าสุด บช.ภ.5 ได้มีคำสั่งให้ พ.ต.ท.ชำนาญ ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริง โดยให้ ปส.เข้าร่วมเป็นกรรมการสอบ ส่วน พ.ต.อ.ธวัชชัย เทพบุญ ผกก.สภ.ไชยปราการ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของ พ.ต.ท.ชำนาญ ให้ไปช่วยราชการที่ บช.ภ.5 โดยไม่มีกำหนด ฐานไม่ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาจนเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น และพร้อมถูกตั้ง กก.สอบสวนข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน



