
ฉุนโดนบีบแตรใส่ชักปืนยิงครูสอนโยธวาทิต-ลูกศิษย์เจ็บ
19 ส.ค. 2557
คนร้ายฉุนโดนบีบแตรใส่ ชักปืนลูกซองยิงครูสอนโยธวาทิต-ลูกศิษย์เจ็บ
วันที่ 19 ส.ค.57 พ.ต.อ.ธรรมนูญ มั่นคง ผกก. สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี รับแจ้งจากรพ.กรุงเทพ-พัทยา เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า มีผู้ถูกอาวุธปืนยิงได้รับบาดเจ็บ 2 ราย จากบริเวณหน้าร้านอาหารปากซอยโพธิสาร ถนนสุขุมวิท ม.6 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เข้ามารักษาตัว จึงนำกำลังชุดสืบสวนรีบรุดไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงบริเวณหน้าโรงพยาบาลดังกล่าว พบรถปิกอัพ ยี่ห้อ ฟอร์ด เรนเจอร์ สีบรอนซ์ ทะเบียน บษ 9467 ชลบุรี จอดแน่นิ่งอยู่ ถูกอาวุธปืนลูกซองสั้นยิงเข้ากระจกแคปหลังฝั่งซ้าย จนกระจกแตกไปทั้งบาน เศษกระจกเกลื่อนเต็มในรถ
ตรวจสอบภายในห้องฉุกเฉิน พบทีมแพทย์กำลังให้การช่วยเหลือ นายสาโรจน์ บุญม่วง อายุ 27 ปี ครูควบคุมวงโยธวาทิต ประจำโรงเรียนโพธิสัมพันธ์พิทยาคาร เมืองพัทยา ถูกลูกปรายยิงเข้าที่ศีรษะได้รับบาดเจ็บ ส่วนอีกรายคือ น.ส.อมิตา คล้ายแดง อายุ 19 ปี นักศึกษา ปวส.ปี 1 วิทยาลัยเทคโนโลยีแหลมฉบัง ถูกเศษกระจกกระเด็กใส่บาดเจ็บเล็กน้อย ทีมแพทย์ได้ช่วยเหลือซึ่งทั้งคู่อาการปลอดภัยแล้ว
สอบสวน น.ส.ภัณฑิรา ชนะศุภประภา อายุ 28 ปี ครูสอนคอมพิวเตอร์ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ ครูสาโรจน์ เป็นคนขับรถ มีตนนั่งข้างมา ส่วนน.ส.อมิตา เป็นลูกศิษย์เก่าได้นั่งอยู่ด้านหลัง ขับขี่ออกมาจากโรงเรียน จากนั้นพบรถยนต์เก๋ง ฮอนด้า รุ่นเก่า ทะเบียน กจ 2971 ชลบุรี ของคนร้ายขับปาดไปปาดมา ครูสาโรจน์ จึงบีบแตรไป 2-3 ครั้ง แต่ปรากฏว่า ขณะกำลังเลี้ยวเข้าซอยโพธิสาร เพื่อขึ้นถนนสุขุมวิท รถเก๋งคนร้ายได้ขับมาปาดขวางหน้ารถ ก่อนจะเปิดกระจกออกมาด่าทอเสียงดัง แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไร โดยลักษณะของคนร้ายจำได้ว่า เป็นชายไทยวัยกลางคน ครูสาโรจน์ จึงขับตามรถคนร้ายมาเรื่อยๆ จนเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุคนร้ายนึกว่าคงตามหาเรื่อง จึงชักอาวุธปืนยิงใส่ดังกล่าว
สอบสวน น.ส.ภัณฑิรา ชนะศุภประภา อายุ 28 ปี ครูสอนคอมพิวเตอร์ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ ครูสาโรจน์ เป็นคนขับรถ มีตนนั่งข้างมา ส่วนน.ส.อมิตา เป็นลูกศิษย์เก่าได้นั่งอยู่ด้านหลัง ขับขี่ออกมาจากโรงเรียน จากนั้นพบรถยนต์เก๋ง ฮอนด้า รุ่นเก่า ทะเบียน กจ 2971 ชลบุรี ของคนร้ายขับปาดไปปาดมา ครูสาโรจน์ จึงบีบแตรไป 2-3 ครั้ง แต่ปรากฏว่า ขณะกำลังเลี้ยวเข้าซอยโพธิสาร เพื่อขึ้นถนนสุขุมวิท รถเก๋งคนร้ายได้ขับมาปาดขวางหน้ารถ ก่อนจะเปิดกระจกออกมาด่าทอเสียงดัง แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไร โดยลักษณะของคนร้ายจำได้ว่า เป็นชายไทยวัยกลางคน ครูสาโรจน์ จึงขับตามรถคนร้ายมาเรื่อยๆ จนเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุคนร้ายนึกว่าคงตามหาเรื่อง จึงชักอาวุธปืนยิงใส่ดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ไปตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุ สอบถามพยานแวดล้อมทราบว่า ขณะยืนอยู่หน้าร้านอาหารใกล้จุดเกิดเหตุ พบรถปิกอัพ ขับตามรถเก๋งคนร้ายมาปกติ ก่อนจะได้ยินเสียงดังคล้ายยางระเบิด แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร จนมีตำรวจมาสอบถามจนรู้ว่ามีคนถูกยิงเจ็บ
อย่างไรก็ตามตำรวจจะได้ไปตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด พร้อมกับเช็กทะเบียนรถเก๋งคนร้าย เพื่อหาผู้ครอบครองว่าเป็นใคร ก่อนเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี
รวบโจ๋พร้อมยาบ้า-ขยายผลจับเพิ่ม พบเป็นขบวนการค้ายาข้ามชาติรายใหญ่
เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 18 ส.ค. พล.ต.ต.กมลสันติ กลั่นบุศย์ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.มานิตย์ จำลองรักษ์ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.ชินภัทร ตันศรีสกุล รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.จรินทร์ วัฒนไพรสาณฑ์ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.วีระ วิจิตรหงส์ ผกก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.พงษกร อุปพงษ์ ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี พ.อ.สุรินทร์ นิลเหลือง ผู้บังคับการกรม ร.9 กองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ พ.ท.สถาพร เตี๊ยะเพชรดี ผู้พัน.ร้อย.ร.9 พัน 1กองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายประทิน หรือทิน จันทร์ดี อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 67/2 หมู่ 5 ต.หนองหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ของกลางยาบ้า จำนวน 300 เม็ด นางสาวสุชาดา หรือยุ้ย คงสุนัน อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78 หมู่ 5 ต.หนองลาน อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ของกลางยาบ้า จำนวน 10400 เม็ด นางสาวสร้อยสุดา หรือสร้อย ศักดิ์พงษ์ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 96/1 หมู่ 9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ของกลางยาบ้า จำนวน 9800 เม็ด และนางสาวกฤตยา หรือเจ้ปลา เพ๊งทั่ว อายุ 32 ปี อยู้บ้านเลขที่ 179/15 หมู่ 11 ต.ทุ่งมน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ของกลางเงินสดที่ได้จากการจำหน่ายยาบ้า จำนวน 37000 บาท การแถลงข่าวครั้งนี้ มี พล.ต.ต.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ รอง ผบช.ภ.7 เป็นประธาน
พล.ต.ต.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ รอง ผบช.ภ.7 เปิดเผยว่าเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น.วันนี้ 18 ส.ค.เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี นำโดย พ.ต.อ.พงษกร อุปพงษ์ ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี พร้อมด้วย พ.ต.ท.บัญชา ศรีรุจิเมธากร รอง ผกก.ป.สภ.เมืองกาญจนบุรี พร้อมกำลัง จับกุมตัวนายประทิน ได้ที่หน้าร้านรับซื้อของเก่าไม่มีเลขที่ พื้นที่หมู่ 5 ต.หนองหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ของกลางยาบ้าจำนวน 300 เม็ด โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่าซื้อยาบ้ามาจากนางสาวสุชาดา หรือยุ้ย เจ้าหน้าที่จึงวางแผน ด้วยการให้นายประทิน โทรศัพท์ให้นางสาวสุชาดา นำยาบ้ามาส่งให้จำนวน 2 ถุงหรือ 400 เม็ด ในราคาถุงละ 23,000 บาท เมื่อนางสาวสุชาดา หรือยุ้ยหลงเชื่อจึงนำยาบ้ามาส่งให้กับนายประทิน โดยมีการนัดส่งมอบยาบ้าที่ถนนสาย บ้านยาง-เขาปูน หมู่ 4 เจ้าหน้าที่จึงซุ่มโป่ง เมื่อนางสาวสุชาดา มาตามเวลานัดหมาย เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมทันที และนำพาไปค้นห้องพักที่โรงแรมทิพย์ณรงค์วิลเลจ ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ที่นางสาวสุชาดาเช่าอยู่ พบของกลางยาบ้าซุกซ่อนอยู่ที่ลิ้นชักตู้เสื้อผ้า จำนวน 10,000 เม็ด
นางสาวสุชาดา หรือยุ้ย ผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่า เมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา นางสาวกฤตยา หรือเจ้ปลา ได้สั่งการให้ตนเดินทางไปที่ด่านชายแดนบ้านพระเจดีย์สามองค์ หมู่ 9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี เพื่อไปขนยาบ้ามาส่งให้กับลูกค้ารวมทั้งหมด 30 มัด ได้ค่าจ้างมัดละ 10,000 บาท ซึ่งเดินทางไปโดยรถยนต์ตู้โดยสาร ไปถึงประมาณเที่ยงวัน โดยจะมีคนนำยาบ้ามาวางไว้ข้างทางใกล้กับท่าจอดรถยนต์ตู้โดยสาร หลังจากได้ยาบ้ามาครบตามจำนวน จากนั้นจะเช่ารีสอร์ตพักค้าง 1 คืน และเดินทางด้วยรถยนต์บัสโดยสารเที่ยวแรกประมาณ 07.00 น.มาถึงจังหวัดกาญจนบุรีประมาณ บ่ายโมง ซึ่งนางสาวกฤตยา จะเป็นคนสั่งให้นำยาบ้าไปส่งให้กับลูกค้าตามจุดต่างๆ ตามที่ลูกค้าสั่งเอาไว้ โดยเก็บเอาไว้จำหน่ายเองจำนวน 5 มัด และได้จำหน่ายให้กับลูกค้าไปแล้วบางส่วน
นางสาวสุชาดา รับสารภาพอีกว่า ได้นำยาบ้าไปส่งให้กับนางสาวสร้อยสุดา หรือสร้อย ที่บ้านเช่าเลขที่ 84/4 หมู่บ้านพฤกษากาญจน์ 8 หมู่ 5 ต.ท่ามะขาม อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เจ้าหน้าที่จึงไปตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว เมื่อไปถึงพบนางสาวสร้อยสุดา อยู่ภายในบ้าน เจ้าหน้าที่จึงใช้กฎอัยการศึก เข้าไปตรวจค้น จากการตรวจค้นพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ภายในห้องนอน จำนวน 9,800 เม็ด จึงคุมตัวมาสอบสวน
จากนั้นได้ขยายผลไปจับกุม นางสาวกฤตยา หรือเจ้ปลา ผู้สั่งการรายใหญ่ ที่บ้านพักไม่มีเลขที่ หมู่ 4 ต.บ้านเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ไปถึงปรากฎว่านางสาวกฤตยาไม่อยู่บ้าน โดยขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า อัลติส สีขาว หมายเลขทะเบียน 2 กบ 4102 กทม.ออกจากบ้านไปก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่จึงให้นางสาว สุชาดา หรือยุ้ย โทรศัพท์ ไปหาเพื่อสอบถาม โดยวางแผนว่าจะนำเงินค่ายาบ้าไปให้ จึงมีการนัดหมายกันที่บริเวณ ถนนสาย 323 บ้านลาดทอง ต.แก่งเสี้ยน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เจ้าหน้าที่จึงรีบเดินทางไป และพบรถยนต์จอดเปิดไฟกระพริบรออยู่ที่ริมถนน จึงเข้าชาร์ตจับกุมตัวเอาไว้ได้
จากนั้นคุมตัวมาค้นบ้านพัก จากการตรวจค้นไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย พบเพียงเงินสดที่ได้จากการจำหน่ายยาบ้า จำนวน 37,000 บาท สมุดบัญชีธนาคาร และบัตรเอทีเอ็ม จำนวนหนึ่ง จึงคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดมาสอบปากคำที่ ภ.จว.กาญจนบุรี นางสาวกฤตยา หรือเจ้ปลา ยอมรับสารภาพอย่างไม่สะทกสะท้านว่า สามีของตนถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำเขาบิน จังหวัดราชบุรี ในข้อหายาเสพติด และได้โทรศัพท์มาสั่งให้ตนเป็นผู้ติดต่อซื้อยาบ้าจากนายทหารกะเหรี่ยงชนกลุ่มน้อย DKBA ชื่อผู้พันเอวัน อยู่ที่อำเภอพญาตองซู ประเทศพม่า การสั่งซื้อยาบ้าแต่ละครั้งขึ้นอยู่กับจำนวนของลูกค้าของสามี หลังจากได้จำนวนเป็นที่แน่นอน ตนจะสั่งให้นางสาวสุชาดา หรือยุ้ย เป็นคนไปรับของ โดยสามีตนจะจ่ายค่าจ้างให้มัดละ 10,000 บาท โดยวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา นางสาวสุชาดา ได้ไปรับยาบ้ามาจำนวน 30 มัด ได้ค่าจ้าง 300,000 บาท และได้กระจายยาบ้าให้กับลูกค้าไปแล้ว จำนวนหนึ่ง ส่วนตนจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาบ้า จะเป็นเพียงผู้สั่งการตามคำสั่งของสามีที่อยู่ในเรือนจำเขาบินเท่านั้น
ด้าน พล.ต.ต.กมลสันติ กล่าวว่า ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมทั้งหมดถือว่าเป็นขบวนการค้ายาบ้ารายใหญ่ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี และขณะนี้เจ้าหน้าที่ทราบแล้วว่าผู้ร่วมขบวนการนั้นมีใครบ้าง แต่ทางเจ้าหน้าที่ขอปิดเอาไว้เป็นความลับ เนื่องจากเกรงว่าจะไหวตัวหลบหนีไปก่อน ขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.กาญจนบุรี ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี ตามประกบผู้ร่วมขบวนการอย่างใกล้ชิด หากมีโอกาสก็คงเข้าจับกุมทันที โดยจะมีเจ้าหน้าที่ทหารจากกองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์เข้าร่วมปฏิบัติหน้าที่ทุกครั้ง ทั้งนี้จะได้ประสานไปยังเรือนจำเขาบิน จังหวัดราชบุรี เพื่อให้ดำเนินคดีกับสามีของนางสาวกฤตยา และจะใช้มาตรการยึดทรัพย์ขั้นเด็ดขาด ตาม พรบ.ยาเสพติดต่อไป



