
ลีลา'บิ๊กตู่'แจงงบ!ถาม'มีใครไม่เห็นชอบ'
ลีลา'บิ๊กตู่'แจงงบ58!ถาม'มีใครไม่เห็นชอบไหม' ขณะที่สนช.ผ่านฉลุยวาระแรก
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 18 ส.ค.2557 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช. ) พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณรายจ่าย 2558 ในวาระที่ 1 มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.คนที่ 1 ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม โดยมีสมาชิกลงชื่ออภิปรายจำนวน 17 คน ให้เวลาอภิปรายคนละ 10 นาที ซึ่งจะไม่มีการโอนเวลา หรือสลับลำดับการอภิปราย หากใครไม่อยู่ก็จะถือว่าสละสิทธิ์ โดยสมาชิกได้มีการอภิปรายอย่างกว้างขวาง ต่างสนับสนุนและชื่นชมในหลักการพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช. ที่มีการน้อมนำพระราชดำรัช เศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการตั้งงบประมาณ และมีการนำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 มาใช้ในการจัดงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 อีกด้วย
ขณะที่สนช.ได้เสนอแนวคิดในด้านต่างๆ ทั้งให้มีกระบวนการในการเพิ่มรายรับให้มากขึ้น เพราะงบประมาณทุกปีมีการตั้งขาดดุลไว้ นอกจากนี้ยังอยากให้มีการจัดสสรรรเรื่องทรัพย์กรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนการพัฒนาวิทยศาสตร์ เทคโนยีและนวัตกรรม เรายังขาดความรู้มาก ทำให้นโยบายไม่ประสบความสำเร็จ และเรื่องโครงการต่างๆที่ลงพื้นที่ภาคใต้มากมาย อยากให้งบประมาณเหล่านี้ลงใต้อย่างพร้อมเพียงเชื่อมโยงกันทั้งหมด ซึ่งต้องทำงานควบคู่กันไป ทั้งเศรษฐกิจ สังคม โครงสร้างพื้นฐาน เรื่องพืชผล ส่วนตัวเลขไม่ติดใจ เพราะต้องปรับตัวเลขขึ้นลงตามเศรษฐกิจ แต่ต้องนำเงินไปใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
จากนั้นเวลา 15.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวว่า ตนและคณะคสช. ได้นั่งฟังข้อคิดเห็นซึ่งเป็นประโยชน์ จากการบริหารมา 4-5 เดือน ปัญหาทั้งหมดเกิดตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่จะทำให้ได้ ความคาดหวังของตนจะทำให้สำเร็จเท่าที่ทำได้ที่สุด จึงอยากช่วยทำปฎิรูปให้ได้ เพราะเป็นเรื่องของโครงสร้าง ทุกอย่างต้องแก้ไขด้วยการปฎิรูป ท่านไปพูดทางนู้น ทางตนทำอยู่แล้ว ตนไม่ได้อ่านอย่างเดียว แต่กำหนดให้เขาทำ มีการประชุมนำแผนต่างๆ อะไรทำได้อะไรทำไม่ได้ อะไรทำได้ก็ทำ ขั้นตอนในการปฎิบัติ ในกรรมมาธิการไปปรับแก้เอา ร่วมรับผิดชอบด้วยแล้วกัน ทุกคนต้องการหมด แต่จะเอาเงินที่ไหน วันนี้การต่อต้านยังมีอยู่ข้างนอก มีทุกที่รอเวลา ที่ไปไม่ได้ ตนว่าจะทำได้หรือไม่ 1 ปี เพราะปัญหามีมา 20 ปี แต่ขอเว้นช่องว่างตรงนี้ให้ตน ตนวางอนาคตไปตรงนี้ ทุกอย่างคิดให้หมดโดยสมองทหาร
“ผมไม่อยากสร้างภาระ ไม่กู้เงิน ปีหน้าปีเดียว จะทำทุกอย่างที่ควรทำ หาปัญหาให้ชัด หาวิธีการแก้ปัญหา กำหนดโรดแม็พอย่างไร และทำอย่างไรที่มาจากการเลือกตั้งเขาจะทำ อย่าบอกว่าคสช. แก้ทั้งหมด ผมไม่ใช่เทวดา ท่านต้องร่วมกับผม ถ้าพูดและทำไม่ได้ ผมก็ต้องรับผิดชอบด้วย สิ่งแรกที่ต้องแก้คือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทำยังไงจะเดินไปข้างหน้าได้ ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่าตลอดการชี้แจงพล.อ.ประยุทธ์ก็ได้พูดด้วยเสียงอันดัง ขณะที่ สนช. ต่างก็อยู่ในความสงบ อย่างไรก็ตามได้กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวในระหว่างการขอบคุณในช่วงท้ายว่า "มีใครมีปัญหาอะไรหรือไม่" และเมื่อพูดใกล้จนก็ได้ถามอีกว่า "มีใครไม่เห็นชอบหรือไม่" โดยในห้องประชุมต่างยิ้มและมอง หน้ากันไปมา
จากนั้นเวลา 15.30 น. ได้มีการลงมติเห็นชอบรับหลักการร่างพ.ร.บ.รายจ่ายประจำปี 2558 ด้วยคะแนน 183 งดออกเสียง 3 และตั้งกรรมาธิการวิสามัญจำนวน 50 คน แปรญัตติใน 7 วัน โดยให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาให้เสร็จภายในวันที่ 5 ก.ย. และสรุปรายงานให้เสร็จ ภายในวันที่ 11 ก.ย.และเสนอเข้าสู่ที่ประชุมในการพิจารณาวาระในวันที่ 17-18 ก.ย.
ต่อมานายพรเพชร วิชิตชลชัยประธาน สนช. เป็นประธานการประชุมได้นัดประชุมสนช.นัดต่อไปวันที่ 21 ส.ค. เวลา 10.00 น. โดยก่อนปิดประชุมประธานที่ประชุม ได้กล่าวขอบคุณพล.อ.ประยุทธ์ และคณะที่ร่วมรับฟังอภิปราย ก่อนที่พล.อ.ประยุทธ์และคณะ จะลุกขึ้นยกมือไหว้ ขอบคุณ ทำให้สมาชิกในที่ประชุม ต่างปรบมือให้พล.อ.ประยุทธ์ และปิดประชุมในเวลา 15.40 น.
ไม่พบงบคสช.-สนช.-สปช.ในร่างพ.ร.บ.งบปี58
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบรายละเอียดร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2258 พบว่า งบประมาณในส่วนของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)และสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ไม่ได้เขียนไว้ชัดเจนในร่างพ.ร.บ.งบประมาณ แต่มีรายงานแจ้งว่า งบในส่วนของคสช.ได้รับการจัดสรรไว้ในส่วนของงบกลาง ซึ่งตั้งขึ้นจำนวน 365,084,415,900 บาท และในส่วนของงบกระทรวงกลาโหม ซึ่งไม่มีการระบุรายละเอียดใดๆทั้งสิ้น ส่วนงบสนช.นั้น ส่วนหนึ่งจะใช้งบประมาณของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เลขานุการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งในปี 2558 ได้รับการจัดสรร 1,317,205,100 บาท ขณะที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ จะใช้งบประมาณของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฏรส่วนหนึ่งและอาจใช้งบกลางอีกส่วนหนึ่ง
“สุรชัย”ยันได้นายกฯไม่เกิน ส.ค.
เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ห้องประชุม 301 อาคารรัฐสภา2 มีการประชุมคณะกรรมาธิการสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ชั่วคราว โดยมีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. ทำหน้าที่ประธานการประชุม ซึ่งมีวาระพิจารณาตำแหน่งต่างๆ ในคณะกรรมาธิการฯ โดยที่ประชุมมีมติเลือกนายสุรชัย เป็นประธานคณะกรรมาธิการฯ ขณะที่รองประธานคณะกรรมาธิการ ประกอบด้วย พล.อ.มารุต ปัชโชตะสิงห์ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ และนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ซึ่งมีนายสมชาย แสวงการ เป็นเลขานุการ มีนายเจตน์ ศิรธรานนท์ เป็นโฆษก และมีพล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯ จากนั้นที่ประชุมกำหนดให้มีการประชุมคณะกรรมาธิการฯ ทุกวันพุธ เวลา 09.30 น. พร้อมกำหนดให้ประชุม สนช. ทุกวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ โดยสัปดาห์หน้าจะประชุมวันที่ 21 ส.ค.
นายสุรชัย ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมภายหลังประชุมคณะกรรมาธิการฯ ว่า การประชุมวิป สนช. จะพิจารณาร่างกฎหมาย 10 ฉบับเร่งด่วนที่คสช. ส่งมาให้ สนช.เร่งพิจารณา ซึ่งจะจัดลำดับความสำคัญต่อไป เช่น ร่างพ.ร.บ.ถวายความปลอดภัย พ.ศ.. และร่างพ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ.. ส่วนการเลือกนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าจะได้นายกรัฐมนตรีไม่เกินส.ค.นี้ ขณะที่ข้อกังวลว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. จะนั่งควบเก้าอี้นายกฯ ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้นั้น เป็นเรื่องที่ สนช. จะรับไว้พิจารณาประกอบการตัดสินใจ และเมื่อดูจากรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวก็ไม่น่าเกี่ยวข้องกัน เพราะหลังจากมีนายกฯ และคณะรัฐมนตรีแล้ว อำนาจของ คสช. จะลดลงและดูเพียงเรื่องความมั่นคงเท่านั้น ส่วนการตรวจสอบเรื่องต่างๆ จะเป็นหน้าที่ สนช. โดยการใช้กลไกกรรมาธิการฯ ตรวจสอบการบริหารงานของรัฐบาลและนายกฯ
"พีระศักดิ์"แนะกมธฯศึกษาร่างข้อบังคับหมวด8เลือกนายกฯ
เมื่อเวลา 16.15 น. ที่อาคารรัฐสภา 2 มีการประชุมคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสนช.คนที่ 2 ได้รับเลือกให้เป็นประธานคณะกรรมาธิการฯ
โดยนายพีระศักดิ์ ได้กล่าวถึงแนวทางการยกร่างข้อบังคับการประชุม ว่า ได้มีการยกร่างข้อบังคับเพิ่มเติมขึ้นมาจาก ข้อบังคับสนช.ปี 49 เพื่อเป็นแบบให้คณะกรรมาธิการทุกคนร่วมกันศึกษาและพิจารณาเห็นชอบ ก่อนจะนำไปขอความเห็นชอบจากที่ประชุมสนช.อีกครั้ง อาทิ จำนวนคณะกรรมาธิการและคณะอนุกรรมาธิการ จะให้มีกี่คณะ และการดำรงตำแหน่งคณะกรรมาธิการว่า สนช. 1 คน จะดำรงตำแหน่งได้กี่คณะ เป็นต้น
นายพีระศักดิ์ กล่าวต่อว่า มีเวลาร่างข้อบังคับการประชุมให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน ตามกรอบเวลา ส่วนการประชุมสนช.ในวันที่ 21 ส.ค. หากประธานสนช. บรรจุวาระการประชุมให้มีการเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งข้อบังคับไม่อาจยกร่างข้อบังคับได้ทัน ประธานในที่ประชุมอาจใช้อำนาจขออนุโลม นำข้อบังคับหมวดที่ 8 การพิจารณาให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรี ที่ร่างไว้ มาใช้ในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี จึงอยากให้ คณะกรรมาธิการศึกษาร่างข้อบังคับในหมวด 8 ไว้ด้วย
นักรัฐศาสตร์มองสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน
ที่ห้องประชุมชัยเกษม สุวรรณกุล คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดเสวนาวิชาการ เรื่อง "รัฐศาสตร์ไทยไม่ไร้น้ำยา" เนื่องในวันสถาปนาคณะรัฐศาสตร์ ครบรอบ 66 ปี โดยมีคณาจารย์ประจำคณะเข้าร่วมเวทีอย่างคับคั่ง โดยมีนิสิตคณะรัฐศาสตร์และบุคคลภายนอกร่วมฟังเสวนา เกือบ 300 คน ทั้งนี้การจัดเสวนาดังกล่าวเพื่อใช้เป็นเวทีอภิปรายถึงปรากฎการณ์ทางการเมือง ที่เกิดเมื่อวันที่ 22 พ.ค. และการทบทวนหลักวิชารัฐศาสตร์ ซึ่งมีนักวิชาการที่อภิปรายได้น่าสนใจ
นายจรัส สุวรรณมาลา อาจารย์ประจำภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์ กล่าวว่า วิกฤตการเมืองที่เกิดขึ้น ตนมองว่านักวิชาการและองค์ความรู้ด้านรัฐศาสตร์สามารถช่วยนำสังคมออกจากวิกฤตทางการเมืองได้ด้วยข้อมูลและข้อเท็จจริง ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าในปัญหาการเมืองที่เป็นวิกฤตนั้นเป็นเพราะระบบธรรมาภิบาล
ขณะที่น.ส.นฤมล ทับจุมพล อาจารย์ภาควิชาการปกครอง กล่าวว่า โลกไม่ได้หยุดนิ่งกับที่ ดังนั้นเราไม่สามารถจะแช่แข็งเหตุการณ์ปัจจุบันได้ แต่เราสามารถกลับไปตั้งคำถามได้ว่ารัฐศาสตร์ ที่หมายถึงอำนาจและความสัมพันธ์ทางอำนาจนั้น เราอยู่ในกระบวนการผลิตซ้ำของอำนาจหรือไม่
น.ส.ศิริพรรณ นกสวน สวัสดี อาจารย์ภาควิชาปกครอง กล่าวปิดท้ายงานเสวนาว่า ต้องจับตาด้วยว่าประเทศไทยสามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่การจัดระเบียบสังคมไทยที่เหมาะสมกับสภาพสังคมได้จริงหรือไม่



