
ป.ป.ช.ชี้'โกง'เป็นขยะปท.ต้องจัดระเบียบ
18 ส.ค. 2557
ป.ป.ช.เล็งฟ้องเอง หลังคณะทำงานร่วม 'อสส.' ไม่ฟ้อง คดีสลายพธม.ปี 51 เปรียบการโกงเหมือนขยะ ต้องจัดระเบียบ 'ปนัดดา' หวัง สนช.-สปช.ออกแบบปท.ตามที่ปชช.ปรารถนา
18 ส.ค. 57 เมื่อเวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ถนนพิษณุโลก ได้จัดนิทรรศการ 'พอกันที การโกง' พร้อมกับเปิดตัวรถประชาสัมพันธ์ (โมบาย) สำนักงาน ป.ป.ช.เพื่อโรดโชว์ต้านภัยทุจริตทั่วประเทศ และจัดตั้ง 'พิพิธภัณฑ์และหอจดหมายเหตุ การป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ' เพื่อเป็นศูนย์กลางด้านข้อมูลการทุจริตในคดีที่ ป.ป.ช.ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว และยังจะเป็นต้นแบบของกระบวนการการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนเข้ามาเรียนรู้ร่วมกันเรื่องการป้องกันปราบปรามการทุจริต โดยมีนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช.เป็นประธานเปิดนิทรรศการ
จากนั้นเวลา 09.30 น. มีเสวนาในหัวข้อ 'พอกันที การโกง' โดยมีผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย ศาตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และ ดร.มานะ นิมิตรมงคล ผู้อำนวยการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น
โดยนายวิชา กล่าวว่า การป้องกันทุจริตจะไม่ได้ผล ถ้าไม่สร้างจิตสำนึกของการเรียนรู้ ทั้งปัญหาที่เกิดขึ้น และข้อผิดพลาด ว่า ทำไมจึงเกิดการทุจริต ทำไมคดีความมีจำนวนมาก และทำไมคนยังรู้สึกว่า ทุจริตแล้วไม่เป็นไร ขอให้ได้ประโยชน์ มันจึงฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกของคนไทยตลอด การทุจริตเป็นสิ่งน่ารังเกียจของสังคมโลก สังคมโลกพยายามดิ้นรนไปสู่จุดที่ใสสะอาด ซึ่งเรื่องความโปร่งใสมีการจัดเรตติ้งกันทุกปี โดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ปรากฏว่า ไทยสาละวันเตี้ยลงทุกที จากอันดับ 80 กว่า เป็นอันดับที่ 102 แล้ว ซึ่งเดือน ธ.ค.นี้ จะรอดูว่า จะร่วงหล่น หรือดีขึ้น อย่างไรก็ดี เรายังหวั่นใจว่า เมื่อการปฏิรูปเกิดขึ้น ซึ่งมีระยะเวลา 6 เดือน ถึง 1 ปี จะสำเร็จหรือไม่ ไม่รู้ แต่โรดแม็พกำหนดว่า ปีหน้าจะต้องมีการเลือกตั้ง ขณะที่การเลือกตั้ง ก็ไม่รู้ว่าการเมืองเก่าจะกลับมาหรือไม่ เป็นสิ่งที่ประชาชนคาดหวัง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อเข้ามาแล้ว จะทำอะไรในเชิงที่เปลี่ยนแปลง ไม่ใช่เปลี่ยนแต่สัญลักษณ์ ถ้าดูภาพก่อนที่จะมี คสช. ชายหาดทั้งหลายสกปรก แต่พอ คสช.เข้ามา มีการจัดระเบียบใหม่ คนมองเห็นภาพว่า การจัดระเบียบเป็นสิ่งดีงาม เช่นเดียวกับเรื่องทุจริต ที่ต้องจัดระเบียบเช่นเดียวกัน
นายวิชา กล่าวอีกว่า การโกงเหมือนขยะของประเทศ ขยะดังกล่าวสุมอยู่ในประเทศเรามายาวนานมาก เป็นขยะความคิด ขยะทัศนคติ ทำให้เราต้องต่ำเตี้ยลงในสายตาประชาคมโลก คนไทยเต็มไปด้วยระบบอุปถัมภ์ ถ้ารู้จักกัน จะวิ่งเต้น ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เอาลูกหลานที่ไม่มีความสามารถมาทำงาน แต่ไม่สามารถบริหารจัดการบ้านเมืองไปได้ รวมถึงการจัดซื้อจัดจ้างที่เราต่อสู้กันมาตลอด ขณะนี้กำลังสู้ให้มีความใสสะอาด ไม่ใช่อาศัยบริษัทพรรคพวก เครือญาติ เราต้องตัดแนวความคิดเรื่องทุจริตออกไปให้ได้ คณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงกำหนดยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามทุจริต ซึ่งมียุทธศาสตร์สำคัญเรื่องการศึกษาที่ให้ประชาชนเรียนรู้จากสิ่งที่ผิดพลาด เป็นการสร้างองค์ความรู้ ขณะนี้เรามี ป.ป.ช.จังหวัด ครบ 77 จังหวัดแล้ว ต่อไปหากมีการชี้มูลองค์กรที่ทุจริต ไม่ว่าจะเป็น อบต. อปท. เทศบาล เราจะแพร่กระจายองค์ความรู้ไปยังชุมชนนั้นๆ ทันที เพื่อให้ประชาชนรู้ว่า ขณะนี้งบประมาณของท่านถูกเจียดไปเข้ากระเป๋านักการเมืองเท่าไร
ด้าน ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล กล่าวว่า ภาคราชการต้องรู้บทบาทตัวเองเป็นสำคัญ เมื่อตัดสินใจเข้ามารับราชการ ต้องเสียสละ หากเข้ามาแล้วไม่รู้จักหน้าที่ตนเองถือว่าผิดตั้งแต่ต้น จะหวังเข้ามาวางอำนาจบาตรใหญ่ ฉกฉวยโอกาส อยากมีอำนาจวาสนาแบบสุดโต่ง บ้านเมืองจะเกิดความไม่เรียบร้อย ประเทศชาติดำรงความสง่างามมาตลอด เพิ่งจะมีระยะหลังที่ระบบระเบีบบการปกครองขาดความถูกต้อง และไม่เหมาะสม ผู้คนจึงลอกเลียนแบบอย่างที่ไม่ดี ระบบในช่วงหลัง ขาดการยึดเหนี่ยวเรื่องธรรมาภิบาล การเมืองมาครอบงำ ทำได้แม้กระทั่งเอาการเมืองมาแบ่งแยกผู้คน ไม่มีที่ไหนเขาทำกัน ซึ่งชาติต้องมาก่อน การเมืองมาทีหลัง เราต้องสร้างความรักชาติในหมู่พลเมืองให้เกิดขึ้น แล้วให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ช่วยกันทำหน้าที่เป็นสถาปนิกใหญ่ช่วยกันสเก็ตช์ภาพบ้านเมืองไทยให้ดี ให้เป็นที่พึงปรารถนา
"ข้าราชการต้องอยู่จนเกษียณอายุราชการ หากทุจริตจะทำให้ต้องพ้นจากหน้าที่ เป็นมลทินติดตามครอบครัว และตระกูลไปตลอด จึงอยากให้ยึดมั่นกฎระเบียบที่ถูกต้อง การเมืองมาแล้วก็ไป ไม่จีรังยั่งยืน อย่างเรื่องข้าว หากมองในเชิงความถูกต้อง ความสุจริต และยุติธรรม เขาจะไม่ทำโครงการนี้ เพราะก่อให้เกิดความเสียหายมาก โดยเฉพาะกับเกษตรกร ชาวนา ซึ่งถือเป็นผู้ที่มีบุญคุณต่อประเทศไทย ที่ผ่านมาข้าวไทยขึ้นชื่อมากในต่างประเทศ แต่ก็ต้องมาเกิดปัญหา ดังนั้น ข้าราชการต้องค้านบ้าง หากเห็นว่าไม่ถูกต้อง ไม่ใช่ตามใจทุกเรื่อง พูดด้วยเหตุผล เขาจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็อีกเรื่องหนึ่ง"
ขณะที่ ดร.มานะ กล่าวตอนหนึ่งว่า มีคำถามว่าใครเป็นตัวการที่ทำให้เกิดการทุจริต บ้างมองว่านักการเมือง ทั้งส่วนกลาง และท้องถิ่น เพราะเป็นผู้มีอำนาจในการกำหนดนโยบาย อาศัยพวกพ้องของตน ผู้ใต้บังคับบัญชาเห็นเช่นนั้น จึงเอาเป็นตัวอย่าง ส่วนข้าราชการ ซึ่งมีความรู้ในระบบการทำงาน หากไม่ชงเรื่อง หรือเป็นไม้เป็นมือให้นักการเมือง คงไม่มีทางสำเร็จ และภาคเอกชน หากไม่เสนอสินบน แล้วจะเกิดการคอร์รัปชั่นได้อย่างไร ทั้งยังตั้งข้อสังเกตว่า งบประมาณในการโฆษณาของภาครัฐกว่า 7 พันล้านบาท ใช้ไปอย่างคุ้มค่า และเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติหรือไม่ ที่ผ่านมาเงินเหล่านี้เข้าไปแทรกแซงสื่อ จนสามารถกำหนดทิศทางการทำงานได้
ป.ป.ช.เล็งฟ้องเอง คดีสลายชุมนุมพธม.
นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีคณะทำงานร่วมอัยการสูงสุด (อสส.) - ป.ป.ช. มีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) เมื่อปี 51 ว่า หลังจากคณะทำงานร่วม อสส.-ป.ป.ช. สั่งไม่ฟ้องคดีดังกล่าว เรื่องจึงกลับมาสู่การพิจารณาของ ป.ป.ช. โดยที่ผ่านมา หากเกิดกรณีเช่นนี้ ป.ป.ช.สั่งฟ้องเองได้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินการ แต่ยังไม่ระบุกรอบเวลาที่ชัดเจน ว่าจะสั่งฟ้องเมื่อไร ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช.
คสช.ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินเป็นความสมัครใจ
นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผช.ผบ.ทบ.) และหัวหน้าฝ่ายกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ระบุ คสช.พร้อมแสดงรายการบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สิน ว่า กฎหมายไม่ได้กำหนดว่า คสช.จะต้องยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สิน จึงขึ้นอยู่กับเจ้าตัว หากต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจที่จะยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ ต่อ ป.ป.ช.สามารถทำได้ เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่รัฐตำแหน่งอื่นๆ ที่แม้จะไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องยื่น แต่ก็สามารถยื่นได้ทั้งสิ้น แต่กรณีนี้ เมื่อมีการยื่นบัญชีทรัพย์สินแล้ว คงจะไม่เปิดเผยต่อสาธารณชน เนื่องจากกฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และเจ้าหน้าที่รัฐตำแหน่งใดบ้าง ที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สิน และต้องเปิดเผยต่อสาธารณชน
นายสรรเสริญ กล่าวว่า ส่วนกรณีสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีหน้าที่จะต้องยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินฯ ต่อ ป.ป.ช.หรือไม่นั้น เนื่องจากเมื่อปี 49 สสร.ไม่ได้มีการยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สิน จึงต้องไปดูแนวทางการปฏิบัติเก่า เพื่อนำมาเปรียบเทียบกันว่าเหมือน หรือต่างกันอย่างไรกับครั้งนี้ แต่ทั้งนี้ ในส่วนของ ป.ป.ช.มีมาตรา 40 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 สามารถออกประกาศกำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และเจ้าหน้าที่รัฐตำแหน่งใดบ้าง จะต้องยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินฯ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้คงต้องหารือในรายละเอียดก่อน
นายสรรเสริญ กล่าวอีกว่า กรณีที่ตนได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการสรรหาเป็น สปช.ด้านการเมือง เป็นมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่ได้รับโควตาในการเสนอชื่อได้ 2 คน โดยในส่วนของตนถูกเสนอชื่อทางด้านการเมืองนั้น สาเหตุเพราะ ป.ป.ช.มีความเกี่ยวข้องกับการป้องกันบุคคลที่จะเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมือง เพื่อไม่ให้เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์จากตำแหน่งหน้าที่
นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า สำหรับ คสช.จะต้องยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินฯ หรือไม่นั้น ต้องไปพิจารณาดูก่อน เพราะถ้ายึดตามหลักกฎหมาย และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 ไม่ได้กำหนดให้ คสช.จะต้องยื่น ทั้งนี้ จะต้องพิจารณาในส่วนที่มีเหตุผลรองรับ เนื่องจากกฎหมายไม่ได้ระบุเอาไว้ แต่ถ้าบุคคลใดใน คสช.ได้รับการแต่งตั้งในคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะต้องมีหน้าที่ยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินฯ และเปิดเผยต่อสาธารณชนตามปกติ



