ข่าว

'บิ๊กตู่'แจงงบ58โว'ศก.'ครึ่งปีหลังดีดตัวดีขึ้น

'บิ๊กตู่'แจงงบ58โว'ศก.'ครึ่งปีหลังดีดตัวดีขึ้น

18 ส.ค. 2557

"บิ๊กตู่" แจงงบ 58 กว่า2.575 ล้านล้านบาท ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง วาง9 ยุทธศาสตร์สร้างอนาคตปท.โว ศก.ครึ่งปีหลังดีดตัวดีขึ้น เข้มใครเรียกรับผลประโยชน์ แจ้งคสช.

 
 
          วันที่ 18 ส.ค.57 เมื่อเวลา 10.35 น. มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.เป็นประธาน โดยได้พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2558 โดยพล.อประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พร้อมด้วยคสช. เข้าร่วมประชุม ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ และผู้บริหาร คสช. ต่างแต่งกายด้วยชุดสูท แทนที่จะเป็นชุดทหารเหมือนปกติ
 
          โดยพล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงหลักการและเหตุผลร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯว่า ร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี58 พิจารณาความต่อเนื่องแผนงานโครงการทุกกระทรวง ทบวง กรม ลักษณะบูรณาการ ทำให้เกิดความยั่งยืนขึ้น ต้องสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 ตั้งแต่ปี2555-2559 โดยการบูรณาการกลุ่มงาน เดียวกันที่มีงบประมาณอยู่หลายกระทรวง แต่ต้องแบ่งแยก เพราะไม่สามารถทำงานใดในกระทรวงเดียวได้ โดยความต่อเนื่องเชื่อมโยงควบคุมการใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามวินัยการเงินการคลัง ส่วนการทำยุทธศาสตร์ดูว่าประเทศไทยจะมียุทธศาสตร์อย่างไร เดินหน้าประเทศทางไหน แต่เห็นว่าต้องเน้นทั้งเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมไปด้วยกัน ขณะที่มาตรการควบคุม ให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม รายงานใช้งบประมาณรายไตรมาส การเดินหน้าต้องมีแผนงานโรดแม็พ 3 เดือนจะทำอะไร แล้วให้รายงาน ซึ่งขอโทษเสียงอาจจะดัง เป็นอย่างนี้ ไม่ได้ดุเดือดอะไร เขาเตือนให้ตนใจเย็นๆ แต่ตื่นเต้นปวดท้องตั้งแต่เช้า ทุกคนยังไม่มีความสุข
 
          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า งบประมาณรายจ่ายประจำปี2558 เป็นจำนวนไม่เกิน 2.575 ล้านล้านบาท สำหรับเป็นค่าใช้จ่าย รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่น เป็นจำนวน 2,533,034,659,800 บาท และเพื่อชดใช้เงินคงคลังจำนวน 41,965,340,200 บาท เหตุผลเพื่อให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่น มีงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณฯ พ.ศ.2558 ใช้เป็นหลักในการจ่ายเงินแผนดิน และเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง ที่กำหนดให้ตั้งงบประมาณรายจ่าย เพื่อชดใช้เงินคงคลังตามที่จ่ายไปแล้ว สำหรับภาพรวมแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2557 มีแนวโน้มขยายตัวร้อยละ 1.5-2.5 อัตราเงินเฟ้อประมาณร้อยละ 1.9-2.9 โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญจากอุปสงค์ภายในประเทศที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นช่วงครึ่งปีหลังหลังสถานการณ์การเมืองชัดเจน และการบริหารราชการแผ่นดินดำเนินต่อได้ โดยการเร่งทำร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ให้บังคับใช้ได้เป็นกฎหมายตามกำหนด เบิกจ่ายได้ตั้งแต่เริ่มปีงบประมาณ สร้างความเชื่อมั่น กระตุ้นให้เกิดการใช้จ่าย การลงทุนภาคเอกชน ให้อุปสงค์ภายในประเทศปรับตัวดีขึ้นกลับมาเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญ
 
          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เศรษฐกิจไทยปี2558 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 3.5-4.5 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลกและปริมาณการค้าโลก เป็นปัจจัยสนับสนุนให้มูลค่าส่งออกขยายตัวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้อุปสงค์ภายในประเทศ มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจากปี2557 สำหรับเสถียรภาพเศรษฐกิจปี2558 คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะมีแนวโน้มทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ 1.8-2.8 ใกล้เคียงปี2557 แม้จะมีแรงกดดันจากอุปสงค์ที่ฟื้นตัว แต่คาดว่าระดับราคาน้ำมันจะค่อนข้างทรงตัว ขณะเดียวกันดุลบัญชีเดินสะพัดมีแนวโน้มเกินดุลต่อเนื่องจากปีก่อน เนื่องจากมูลค่าการส่งออกที่เร่งตัวขึ้น และการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว สำหรับฐานะและนโยบายการคลังปีงบประมาณ2558 ประมาณการว่าจะเก็บรายได้สุทธิทั้งสิ้น 2,434,000 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนร้อยละ 2.1 เมื่อหักการจัดสรรภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวน 109,000 ล้านบาท คงเหลือเป็นรายได้สุทธิที่นำมาจัดสรรเป็นรายจ่ายรัฐบาลจำนวน 2,325,000 ล้านบาท หรือร้อยละ 17.6 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ
       
          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า คสช.ตระหนักดีถึงความสามารถจัดเก็บรายได้ ที่คาดว่าจะเพิ่มไม่มากเนื่องจากเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ประกอบกับใช้มาตรการทางภาษีเพิ่มขีดความสามารถแข่งขัน การลดความเหลื่อมล้ำและกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงทำให้มีการกำหนดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ2558 จำนวน 2,575,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงบประมาณปี2557 เพิ่มขึ้นเป็น 50,000 ล้านบาท หรือร้อยละ 2 โดยเป็นเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณจำนวน 250,000 ล้านบาท ปัจจุบันฐานะเงินคงคลังมีจำนวน 333,429 ล้านบาท จะบริหารเงินคงคลังให้เหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุด
        
          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า  ทั้งนี้ประมาณปี2558 เป็นการตั้งงบแบบขาดดุล โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางกรอบกำหนดวงเงินงบประมาณ  ซึ่งได้กำหนดนโยบายและแนวทางจัดสรรงบประมาณที่สำคัญ  3 ด้าน  คือ 1. จัดทำงบประมาณในลักษณะบูรณาการ 14 เรื่อง เช่น การจัดงานฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ  การแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้  การดำเนินการตามกรอบประชาคมอาเซียน การป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ การพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต เป็นต้น 2.พิจารณาการใช้จ่ายให้ครอบคลุมทุกแหล่งเงิน ทั้งเงินงบประมาณ และนอกงบประมาณ เช่น เงินรายได้ เงินสะสม และเงินกู้ ควบคู่กับกับการพิจารณาทบทวน ชะลอหรือยกเลิก การดำเนินงานที่หมดความจำเป็นหรือไม่ยั่งยืน หรือสร้างภาระหนี้สาธารณะประเทศเกินความจำเป็น โดยการจัดสรรงบประมาณให้แก่ส่วนราชการในปีงบประมาณ 2558 กระทรวงศึกษาธิการได้รับงบประมาณสูงสุดโดยมีสัดส่วนร้อยละ 19.5 ของวงเงินงบประมาณ รองลงมาคืองบกลางปละกระทรวงมหาดไทย และ  3.เพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายปี 2558 โดยเน้นสนับสนุนภารกิจที่สำคัญในการให้บริหารสาะธารณภาครัฐ ส่งเสริทมการขยายตัว กิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคม โดยรายจ่ายลงทุนของประเทศจำนวน 450,158.6 ล้านบาท จะกระจายงบดังกล่าวในลักษณะค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้างจากส่วนกลางไปเพิ่มส่วนภูมิภาค  
        
          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สำหรับกรอบยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณ ได้แก่ 1. ยุทธศาสตร์การฟื้นฟูความเชื่อมั่นและเร่งรัดวางรากฐานที่ดีของประเทศ 186,240.7ล้านบาท 2.ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งรัฐ 222,762.7 ล้านบาท 3.ยุทธศาสตร์การสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนและเป็นธรรม169,112.6 ล้านบาท 4.ยุทธศาสตร์การศึกษา สาธารณสุข คุณธรรม จริยธรรม และคุณภาพชีวิต  955,921 ล้านบาท 5.ยุทธศาสตร์การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 135,121.8 ล้านบาท 6.ยุทธศาสตร์การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรม 24,741.4ล้านบาท 7.ยุทธศาสตร์การต่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ 9,594.9 ล้านบาท 8.ยุทธศาสตร์การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี 354,484.6 ล้านบาท และ9.รายการค่าการดำเนินการภาครัฐ 517,020.3 ล้านบาท
 
          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าการจัดสรรงบประมาณรายจ่าย ปี 2558 มีพื้นฐานหลักการ เหตุผลที่ชัดเจนและเหมาะสม จึงขอให้มั่นใจว่าเงินภาษีอากรของประชาชนจะมีการใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ยึดหลักการความระมัดระวัง ความคุ่มค่าและโปร่งใส และระหว่างปีงบประมาณจะมีกลไกเพื่อติดตามตรวจสอบการใช้จ่ายอย่างใกล้ชิด ทุกหน่วยงานจะต้องรายการใช้จ่ายงบประมาณทุก ๆ 3 เดือนให้ทราบ ค่าก่อสร้างจะต้องลดลง 10-30 เปอร์เซ็นต์ จะต้องไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์ ใครเก็บค่าหัวคิวเรียก คสช .ได้เลย ซึ่งคสช.เชื่อมั่นว่า หากดำเนินการตามร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้จะสามารถแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติได้ รวมทั้งวางรากฐานที่ดีเพื่ออนาคตของประเทศ อย่างไรก็ตามพล.อ.ประยุทธ์ ใช้เวลา 1.15 ชั่วโมง ชี้แจงหลักการและเหตุร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ