
มอนสเตอร์มายด์:เรื่องแฉล่าสุดจากสโนว์เดน
18 ส.ค. 2557
มอนสเตอร์มายด์ : เรื่องแฉล่าสุดจากสโนว์เดน
ผ่านมากว่าหนึ่งปีแล้วแต่ดูเหมือนว่า นายเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน ผู้ที่สหรัฐต้องการตัวไปดำเนินคดีในข้อหาจารกรรม ยังแฉโครงการสอดแนมและล้วงความลับของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ (เอ็นเอสเอ) ไม่หมดสิ้น
สโนว์เดนเพิ่งขึ้นปกนิตยสารไวร์ (WIRED) ของอังกฤษฉบับกันยายน และมีการเผยเนื้อหาที่เจมส์ แบมฟอร์ด ผู้สื่อข่าวของไวร์ เดินทางไปสัมภาษณ์ถึงกรุงมอสโกบางส่วนเมื่อวันพุธที่แล้วว่า เอ็นเอสเอพัฒนาซอฟต์แวร์ใช้ในสงครามไซเบอร์ที่มีชื่อรหัสว่า "มอนสเตอร์มายด์" ทำงานเหมือนหุ่นยนต์ค้นหา สกัดการโจมตีไซเบอร์ต้องสงสัย ทำลายภัยคุกคามนั้น แล้วตอบโต้กลับแบบอัตโนมัติโดยมนุษย์ไม่ต้องทำอะไร
ในความคิดของสโนว์เดน ซอฟต์แวร์ใหม่อาจก่ออุบัติเหตุทางการทูตร้ายแรงให้แก่สหรัฐ เนื่องจากการโจมตีไซเบอร์จำนวนมากมักทำผ่านคอมพิวเตอร์ที่มีต้นทางในประเทศที่สาม ที่ไม่รู้ตัวว่าได้เข้าไปเกี่ยวข้อง จึงหมายความว่าการตอบโต้ด้วยระบบอัตโนมัติของสหรัฐ อาจนำไปสู่ความขัดแย้งกับประเทศที่ถูกศัตรูใช้เป็นเครื่องมือ "อาจมีบางคนนั่งอยู่ในจีน ทำให้ดูเหมือนว่าการโจมตีมีต้นทางจากรัสเซีย จากนั้นก็โจมตีกลับไปโรงพยาบาลสักแห่งในรัสเซีย แล้วจะเกิดอะไรขึ้น"
นอกจากนี้ มอนสเตอร์มายด์ยังคุกคามความเป็นส่วนตัว เนื่องจากการทำให้โปรแกรมทำงาน เอ็นเอสเอจะต้องสอดแนมการติดต่อสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ทุกอย่างที่เข้าไปในสหรัฐ ซึ่งการทำเช่นนี้ถือเป็นการละเมิดมาตรา 4 รัฐธรรมนูญ ที่ห้ามการยึดการสื่อสารส่วนตัวโดยไม่มีหมายจับ ปราศจากเหตุอันควร หรือต้องสงสัยกระทำความผิด
อดีตลูกจ้างเอ็นเอสเอ ยังกล่าวว่า ตัวเขามีปัญหากับกิจกรรมของเอ็นเอสเอตลอดมา อย่างหนึ่งที่ค้นพบและไม่ชอบรวมถึงการสอดแนมกระทั่งพฤติกรรมการดูสื่อลามกของผู้มีความเห็นรุนแรงทางการเมือง คล้ายกับสมัยที่สำนักงานสืบสวนกลาง (เอฟบีไอ) พยายามใช้เรื่องชู้สาวของมาร์ติน ลูเธอร์คิง นักต่อสู้เพื่อสิทธิพลเรือนของชาวอเมริกันผิวสี มาแบล็กเมล์กดดันให้อีกฝ่ายฆ่าตัวตาย
สโนว์เดนคิดเปิดโปงความลับเอ็นเอสเอสหลายครั้งในช่วงไม่กี่ปีก่อนหน้า แต่เลื่อนออกไปช่วงที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ได้รับเลือกตั้ง โดยหวังว่าจะได้รัฐบาลที่โปร่งใสมากขึ้น แต่ก็ผิดคาด และฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ตัดสินใจหลบหนีออกจากฮาวาย มุ่งหน้ามาฮ่องกงพร้อมข้อมูลลับดาวน์โหลดใส่ยูเอสบี เกิดขึ้นหลังจากได้อ่านรายงานบรรยายสรุปของนายเจมส์ แคลปเปอร์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติต่อวุฒิสภาเมื่อมีนาคมปีที่แล้วว่า ทางหน่วยงานไม่ได้มี "เจตนา" เก็บข้อมูลพลเมืองอเมริกันหลายล้านคน
แต่หลังจากที่สโนว์เดนแฉโครงการสอดแนมของเอ็นเอสเอส นายแคลปเปอร์ได้กล่าวขอโทษต่อวุฒิสภาที่ได้แสดงความเห็นผิดพลาดไป
บทสัมภาษณ์ในไวร์ ถูกสื่อหลายสำนักระบุเป็นระเบิดลูกใหม่ และมีขึ้นขณะมีข้อกล่าวหาว่า วีรกรรมของสโนว์เดน ได้สร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนอื่นๆ ดำเนินรอยตาม ด้วยการรั่วเอกสารจัดชั้นความลับให้แก่สื่อ ซึ่งสโนว์เดนกล่าวว่า หากเป็นอย่างนั้นจริง ก็แสดงว่า เอ็นเอสเอไม่ได้เรียนรู้บทเรียน พวกเขาไม่รู้ว่าการรั่วข้อมูลมาจากไหนและไปที่ไหน หากเป็นเช่นนั้นแล้ว ประชาชนจะมอบความไว้ใจเอ็นเอสเอให้นำข้อมูลส่วนตัวของเราไปเก็บไว้ได้อย่างไร
สโนว์เดน บอกด้วยว่า พร้อมจะเลิกลี้ภัยในมอสโกและกลับไปติดคุกในสหรัฐ หากเป็นการรับโทษตามวัตถุประสงค์ที่ถูกต้อง
ส่วนครั้งนี้จะใช่การเปิดโปงเรื่องสุดท้ายแล้วจากเอกสารที่ฉกไปเกือบ 2 ล้านชิ้นหรือไม่ สโนว์เดนก็ยังไม่แน่ใจเพราะยังอ่านเอกสารที่มีอยู่ไม่หมด แต่ยืนยันว่า จำนวนเอกสารจัดชั้นความลับที่มีอยู่ในมือ ไม่ถึง 1.7 ล้านชิ้นอย่างที่รัฐบาลอ้าง และมีความเป็นไปได้ที่ยังมีระเบิดอีกหลายลูกซุกซ่อนอยู่ในข้อมูลที่มี



