ข่าว

จีบสาวเจ้าของโอเกะแต่ถูกสลัดรักแอบเผาร้านวอด

จีบสาวเจ้าของโอเกะแต่ถูกสลัดรักแอบเผาร้านวอด

18 ส.ค. 2557

จีบสาวเจ้าของโอเกะ แต่ถูกสลัดรัก แอบเผาร้านวอด 2 แสน อีกราย เพลิงไหม้เครื่องดูดควันเตาย่างอาหารในร้านซีฟู้ดกลางวอล์กกิ้งสตรีทพัทยา

 
 
          วันที่ 18 ส.ค.57 เมื่อเวลา 01.00 น. พ.ต.ท.อรรถรส ครองราชย์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา สาขาย่อยโค้งดงตาล ได้รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้ร้านคาราโอเกะเลขที่ 231 ถนนเทพประสิทธิ์ ซ.17 ม.12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จากนั้นจึงได้ประสานงานรถดับเพลิงเมืองพัทยาจำนวน 2 คัน พร้อมหน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รุดไประงับเหตุ
 
          ที่เกิดเหตุพบเพลิงกำลังลุกไหม้ร้านคาราโอเกะดังกล่าวอย่างรุนแรง จึงได้ระดมฉีดน้ำจนเพลิงสงบโดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที ตรวจสอบพบว่าภายในร้านได้รับความเสียหายแทบทั้งหมด ทั้งโทรทัศน์ เครื่องเสียง ตู้คาราโอเกะ รถจักรยานยนต์ และเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งภายใน เจ้าหน้าที่จึงปิดกั้นบริเวณเพื่อรอเจ้าหน้าที่วิทยาการเวรมาตรวจสอบอีกครั้ง
 
          สอบสวนเบื้องต้นจากนางจิ๋ม วัสติ อายุ 50 ปี เจ้าของร้านให้การว่า ก่อนเกิดเหตุนายชาติ (นามสมมมติ) อายุประมาณ 50 ปี ซึ่งเป็นลูกค้าประจำที่ได้มาติดพันตนได้เข้ามานั่งดื่มในร้าน แต่ตนกำลังดูแลลูกค้าคนอื่นอยู่ทำให้นายชาติเกิดความไม่พอใจ ก่อนจะได้ใช้หมวกกันน็อกตีเข้าที่แผ่นหลังตนหนึ่งครั้งก่อนขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจากร้านไป ทั้งนี้ ตนเห็นท่าจะไม่ดี จึงได้ปิดร้านและกลับไปพักผ่อนที่บ้านพัก ซึ่งอยู่ใกล้กับร้านที่เกิดเหตุ ต่อมามีคนมาบอกว่าร้านเกิดไฟไหม้จึงรีบออกมาดู พบว่า เพลิงกำลังโหมไหม้อย่างรุนแรง จึงแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ ซึ่งเชื่อว่านายชาติ น่าจะเป็นคนก่อเหตุ เพราะปกตินายชาติ มักแสดงอาการหึงหวง ทั้งที่ตนไม่เล่นด้วย และมักแสดงออกด้วยอารมณ์รุนแรงอยู่บ่อยครั้ง และชอบอวดเบ่งว่าเป็นคนขับรถให้นายตำรวจ ความเสียหายครั้งนี้น่าจะไม่ต่ำกว่า 2 แสนบาท
 
          อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ประจำป้อมยามเทพประสิทธิ์ให้ข้อมูลด้วยว่า ก่อนเกิดเพลิงไหม้มีหนุ่มใหญ่มาแจ้งว่า มีปัญหาที่ร้านคาราโอเกะดังกล่าวด้วยท่าทางเมาสุราอย่างหนัก แต่ไมได้สนใจอะไร ต่อมาจึงทราบว่าเกิดเพลิงไหม้ร้านดังกล่าวจริง จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นคนเดียวกันกับผู้ก่อเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบถามพยานแวดล้อมก่อนติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินการต่อไป




เพลิงไหม้เครื่องดูดควันเตาย่างอาหารในร้านซีฟู้ดกลางวอล์กกิ้งสตรีทพัทยา 
 
          วันที่ 18 ส.ค.57 เมื่อเวลา 00.00 น.  ร.ต.ท.ยม พรมศาตร์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ได้รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในครัวของร้านล็อบสเตอร์ พ็อท บริเวณกลางถนนคนเดินพัทยาใต้ หรือวอคล์กิ้งสตรีทพัทยา จึงประสานรถดับเพลิงเมืองพัทยา และหน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์รุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบกลุ่มนักท่องเที่ยวจำนวนมากพากันแตกตื่นอลหม่าน บ้างมามุงดูเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่จึงกั้นพื้นที่เพื่อความสะดวกในการดับเพลิง ตรวจสอบภายในครัวของร้านพบต้นเพลิงมาจากเครื่องดูดควันของเตาย่างอาหาร จึงฉีดน้ำยาเคมีเพื่อดับเพลิงโดยใช้เวลาไม่นานเพลิงจึงสงบ
 
          ตรวจสอบบริเวณห้องน้ำชาย ภายในร้านพบเศษกระเบื้องแตกหล่อนได้รับความเสียหาย ใกล้กันพบผู้บาดเจ็บเป็นชายทราบชื่อนายหนึ่ง จันทสิงห์ อายุประมาณ 40 ปี ซึ่งเป็นพนักงานรักษาความสงบของร้านได้รับบาดเจ็บขาซ้ายหักงอผิดรูป เจ้าหน้าที่จึงปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่งโรงพยาบาล 
 
          สอบสวนเบื้องต้นจากนางสาวรสสุคนธ์ คนศิลป์ อายุ 47 ปี แม่ครัวของร้านเล่าว่า ขณะที่พนักงานปรุงอาหารกำลังปรุงอาหารให้ลูกค้าตามปกติ ด้านบนของเตาย่างอาหารซึ่งเป็นเครื่องดูดควันระบายกลิ่นได้เกิดประกายไฟก่อนเพลิงจะลุกลามไหม้ จากนั้นนายหนึ่ง จึงได้ปีนขึ้นไปเพื่อดับเพลิงก่อนพลาดผลัดตกลงมาได้รับบาดเจ็บ
 
          อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้น่าจะมาจากเตาย่างอาหารที่มีคราบน้ำมันหมักหมมไปเกาะจับตัวอยู่ ทำให้เครื่องดูดควันทำงานมากกว่าปกติจนเป็นเหตุให้กระแสไฟฟ้าลัดวงจรก่อนเกิดประกายไฟและมีเพลิงไหม้ดังกล่าว เบื้องต้นประมาณการณ์ความเสียหายไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาท





 

 พบศพนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียเสียชีวิตปริศนาคาคอนโดหรูย่านจอมเทียน
 
          เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.ท.อรรถรส ครองราชย์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา สาขาโค้งดงตาล ได้รับแจ้งว่ามีชาวต่างชาติเสียชีวิต ภายในห้องพักเลขที่ 444/595 ชั้น 3 ของอาคาร SA โครงการคอนโดมิเนียมบ้านสวนลลนา ริมหาดจอมเทียน เมืองพัทยา จ.ชลบุรี จึงประสานกำลังหน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รุดไปตรวจสอบ
 
          ที่เกิดเหตุบนเตียงนอนพบศพ Mr.Vladimir Shahmatov อายุ 29 ปี นักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย เชื้อสายอังกฤษ ถือพาสปอตเลขที่ 507766664 นอนเสียชีวิตในสภาพเปลือยกาย ลักษณะห่มผ้านวม อยู่บนเตียงนอน ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบร่องรองการถูกทำร้าย และไม่พบหลักฐานการต่อสู้ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 10 ชม.
 
          ด้านเพื่อนของผู้ตายบอกว่า ผู้ตายได้เดินทางมาท่องเที่ยวเมืองพัทยาและเข้าพักห้องดังกล่าวประมาณ 20 วัน ปกติผู้ตายเป็นคนร่าเริงสนุกสนาน แต่ชอบมีอาการเป็นตะคริวอยู่บ่อยครั้ง ก่อนเกิดเหตุได้เช่ารถขับเล่นในเมืองพัทยา จากนั้นได้แยกย้ายกันกลับเข้าที่พัก เมื่อมาเรียกเพื่อจะออกไปเที่ยวตามปกติ ผู้ตายกลับไม่ขานรับ  จึงลองเปิดกระจกดูเห็นผู้ตายนอนแน่นิ่ง ด้วยความกังวลจึงแจ้ง รปภ.ของคอนโดฯ มาตรวจสอบพบว่าเสียชีวิต จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ทราบ ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยจะได้นำศพส่งสถาบันนิติเวชเพื่อชันสูตรหาสาเหตุการตายที่แน่ชัด ก่อนจะประสานสถานทูตเพื่อติดต่อญาติมารับศพไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป