ข่าว

ดัน'สมุทรสาคร'ต้นแบบจัดการที่อยู่ต่างด้าว

ดัน'สมุทรสาคร'ต้นแบบจัดการที่อยู่ต่างด้าว

18 ส.ค. 2557

ดัน'สมุทรสาคร'ต้นแบบจัดการที่อยู่ต่างด้าว : ทีมข่าวภูมิภาครายงาน

               การนำคณะลงพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ของ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล เสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการประสานงานการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าว (อกนร.) ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีมิติที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะนั่นคือที่มาของการเริ่มต้นเข้ามาดูแลปัญหาแรงงานต่างด้าวอย่างเต็มรูปแบบ ต่อท่าทีของกองทัพ ในนามของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ด้วยเหตุที่ว่าคือการผลักดันให้ จ.สมุทรสาคร ได้กลายเป็นจังหวัดต้นแบบต่อการจัดการแรงงานต่างด้าวอย่างเต็มรูปแบบ

               ปัจจุบันแรงงานต่างด้าวใน จ.สมุทรสาคร มีอยู่ 3 สัญชาติ ได้แก่ แรงงานสัญชาติเมียนมาร์ กัมพูชา และลาว ส่วนแรงงานต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานทั้งหมด 196,579 คน ขณะที่แรงงานต่างด้าวที่ไม่ได้จดทะเบียนคาดว่ามีจะอยู่ที่ 1.9 แสนคน ในจำนวนแรงงานต่างด้าวทั้งจังหวัดรวมกันทั้ง 2 สองกลุ่ม หรือกว่า 3.8 แสนคน พบว่า เป็นแรงงานชาวพม่าในสัดส่วน 80%

               ทั้งนี้ แนวทางที่คณะอนุกรรมการประสานงานการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าว ให้ความสำคัญคือบริหารจัดการแรงงานในพื้นที่ โดยที่กระทรวงแรงงานจะต้องเข้ามามีบทบาทต่อการจัดทำพื้นที่จำเพาะ (โซนนิ่ง) ให้แก่ จ.สมุทรสาคร ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการกำหนดพื้นที่และรวบรวมข้อมูล การจัดพื้นที่จำเพาะ ที่คณะกรรมการประสานงานการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าว (กนร.) ให้ความสำคัญ คือแนวคิดในการจัดระเบียบที่พักอาศัยควบคู่กับสาธารณสุข  

               การดูแลบุตรหลานของแรงงานต่างด้าวให้เป็นไปตามหลักสากล การขอความร่วมมือให้สมาคมอุตสาหกรรม หอการค้าจังหวัด และฝ่ายที่เกี่ยวข้องปฏิเสธไม่จ้างแรงงานเด็ก แรงงานบังคับ แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ถือเป็นการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวที่บูรณาการครอบคลุมทุกมิติ สำหรับการจัดโซนนิ่งในแต่ละจังหวัดจะแตกต่างกัน 

               "ปัญหาแรงงานเถื่อนนับเป็นเรื่องเรื้อรัง ที่ผ่านมายังไม่สามารถทำการจัดระเบียบเข้าระบบกับแรงงานได้ จึงส่งผลทำให้กระทบกันโดยรวมหลายด้านตลอดจนปัญหาด้านความมั่นคง แนวคิดของทาง คสช.คือ จะนำปัญหาที่เกิดขึ้นไปร่วมกันวางแนวทาง ซึ่งจะเป็นผลดีโดยรวม ทั้งต่อผู้ประกอบการที่ใช้แรงงาน และแรงงาน เกิดผลดีต่อระบบเศรษฐกิจประเทศ จะสกัดปัญหาเรื่องปัญหาการค้ามนุษย์ ทั้งนี้ แนวทางของ คสช.ยังครอบคลุมไปถึงกลุ่มแรงงานนอกฤดูกาล แรงงานในฤดูกาล การบังคับใช้กฎหมาย การแก้ไขปัญหาแรงงานเถื่อนนอกระบบ ที่เป็นช่องว่างให้เกิดการหาประโยชน์" พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล เสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการประสานงานการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าว (อกนร.) ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน

               ขณะเดียวกัน การขับเคลื่อนสมุทรสาครโมเดล จึงเป็นไปพร้อมกันใน 3 ส่วนก็คือ 1.การสำรวจข้อมูลที่แท้จริงของแรงงานต่างด้าวทั้งที่ถูกต้องตามกฎหมายและไม่ถูกต้องตามกฎหมายในจังหวัด  2.การจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว และ 3.การจัดระเบียบที่พักอาศัย โดยขั้นตอนการดำเนินงานของสมุทรสาครในขณะนี้ อยู่ที่การดำเนินการสำรวจข้อมูลที่ชัดเจนของจำนวนแรงงานต่างด้าว และจำนวนที่พักอาศัยทั้งในสถานประกอบการและนอกสถานประกอบการ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่จะนำมาใช้ในการจัดทำแผนรองรับ โดยการจัดทำระบบแรงงานต่างด้าวที่ครอบคลุมดังกล่าว ทำให้สมุทรสาครคือพื้นที่นำร่องแห่งแรกของประเทศ

               ข้อมูลจากสำนักงานจัดหางานจังหวัดสมุทรสาคร รายงานว่า สำหรับแหล่งชุมชนที่มีแรงงานข้ามชาติเข้ามาอาศัยค่อนข้างหนาแน่น เนื่องจากมีสถานประกอบการประมง และโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมาก  ประกอบด้วยเขต อ.เมือง จำนวน 37 ชุมชน, อ.กระทุ่มแบน 39 ชุมชน,  และบ้านแพ้ว รวม  4 ชุมชน ส่วนที่อยู่อาศัยที่รองรับแรงงานต่างด้าว ที่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้คือ "บ้านเอื้ออาทรท่าจีน"  ซึ่งดำเนินการโดยบริษัทรอยัล เฟม แมเนจเม้นท์ จำกัด

               ภายในโครงการจัดให้มีการดูแลทั้งในด้านของห้องพัก สุขอนามัย สาธารณูปโภค และสิ่งแวดล้อม จัดให้สนามกีฬา ภายในยังมีศูนย์พัฒนาการเรียนรู้ให้แก่เด็กต่างด้าวเปิดสอนภาษาไทย ภาษาพม่า และภาษาอังกฤษ ปัจจุบันมีเด็กที่อยู่ในศูนย์แห่งนี้ 100 คน ขณะที่ในด้านของผู้เช่าอาศัยอยู่ในโครงการนั้น ปัจจุบันอยู่ที่ 4,000 คน โดยหนึ่งห้องจะอยู่ได้ไม่เกิน 4 คน ค่าเช่าห้องอยู่ที่ 900-1,200 บาท

               นางพิไลรัตน์ บุญวิวัฒน์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร   กล่าวว่า การจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว ด้วยการเน้นไปที่จัดทำพื้นที่จำเพาะ นอกจากจะทำให้ทราบข้อมูลแรงงานต่างด้าวที่มีอยู่อย่างแท้จริง  และทราบที่อยู่จริงแล้ว ยังทำให้สามารถจัดวางแผนดำเนินงานได้ทั้งด้านการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคได้ 

               ที่ผ่านมาปัญหาด้านสาธารณสุขกับแรงงานต่างด้าวนับว่าน่าเป็นห่วง เพราะแรงงานต่างด้าวมีทั้งที่เข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นแรงงานงานเถื่อน ส่งผลให้การปฏิบัติงานควบคุมโรคของเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยความลำบากเพราะไม่ทราบจำนวนที่แน่นอนของแรงงานต่างด้าว รวมทั้งไม่รู้ว่าแรงงานต่างด้าวพักอาศัยอยู่ที่ไหนบ้าง ดังนั้น การทราบถึงจำนวนและที่พักพิง ทำให้ง่ายต่อการจัดการด้านสาธารณสุข

               นายสมพงษ์ สระแก้ว ผู้อำนวยการมูลนิธิส่งเสริมเครือข่ายคุณภาพชีวิตแรงงาน กล่าวว่า ในการจัดทำสมุทรสาครโมเดล สิ่งที่ต้องคำนึงก็คือ  จะต้องมีแนวปฏิบัติที่ดีในการดูแลแรงงานในทุกช่วงอายุ รวมทั้งต้องดูแลประชากรเด็กที่เป็นผู้ติดตามด้วยจะเห็นว่าสภาพการเติบโตของชุมชนแรงงานต่างด้าวภายในสมุทรสาครขณะนี้ เป็นการก้าวเข้าสู่รุ่นที่ 2-3

               สำหรับเด็ก ที่เป็นบุตรหลานของแรงงานต่างด้าว ซึ่งหากไม่ได้รับการดูแล ให้การศึกษาเพื่อพัฒนาเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ ก็มีความเสี่ยงที่จะนำไปสู่การชักนำให้เข้าสู่ตลาดค้าแรงงาน ตามสภาพการจ้างงานของแต่ละพื้นที่ และจะกลายเป็นปัญหาใช้แรงงานเด็กในที่สุด การจัดทำโมเดลว่าด้วยการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว จึงต้องครอบคลุมในทุกด้าน

               ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า การจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวภายใต้โครงการ "สมุทรสาครโมเดล" จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ต่อการจัดการแรงงานต่างด้าว ที่สำคัญคือแรงงานได้รับการคุ้มครอง ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ แรงงานต่างด้าวสามารถที่จะเข้าถึงระบบสวัสดิการ เป็นไปตามหลักสากล ซึ่งจะทำให้ภาพลักษณ์เรื่องแรงงานต่างด้าวคลี่คลายไปในทางที่ดี
 
               นายเจแปน อายุ 40 ปี แรงงานสัญชาติเมียนมาร์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาในการเข้ามาค้าแรงงานที่สมุทรสาคร นายหน้าที่นำพามาจะเป็นผู้จัดหาที่พักให้ ซึ่งก็เป็นไปตามสภาพ ซึ่งไม่สามารถคาดหวังได้ แต่ถ้าหากมีการขยายพื้นที่หรือจัดทำพื้นที่เฉพาะให้แรงงานต่างด้าวสามารถเข้าไปพักพิง และได้รับการอนุเคราะห์ในด้านต่างๆ ของสวนราชการ เพื่อให้เป็นไปตามหลักสากล ก็เชื่อได้ว่าจะทำให้แรงงานต่างด้าว เกิดความมั่นใจ ต่อการที่จะเข้ามาหางานทำในไทย เพราะได้รับการดูแลตามความเหมาะสม

               "สมุทรสาครโมเดล" ในมิติของการจัดพื้นที่เป็นโซนเฉพาะ ที่กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการ ด้วยการจัดทำพื้นที่พักพิงให้แรงงานต่างด้าวเข้ามาอยู่อาศัย จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งของการบูรณาการปัญหาให้ครอบคลุมทุกด้าน