ข่าว

คสช.จี้ตร.เร่งจับกุมคนโปรยใบปลิวโจมตี

คสช.จี้ตร.เร่งจับกุมคนโปรยใบปลิวโจมตี

17 ส.ค. 2557

'บิ๊กอ๊อด'เผยคสช.จี้ตร.เร่งจับกุมคนโปรยใบปลิวโจมตี ระบุวางมาตรการตั้งด่านให้ความสำคัญกับพื้นที่เชิงสัญลักษณ์ทางการเมือง ทำพิธีรับโปรดเกล้าฯแต่งตั้งปธ.-รองปธ.สน

               เมื่อวันที่ 17 ส.ค.2557 พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. ดูแลงานด้านความมั่นคง กล่าวถึงกรณีที่มีการโปรยใบปลิว และมีข้อความในใบปลิวเป็นอักษรขนาดใหญ่พิมพ์คำด่าทอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ลงบนกระดาษเอ 4 หลายข้อความแตกต่างกัน ซึ่งลักษณะของข้อความเหมือนกับใบปลิวที่เคยมีการแจกที่จังหวัดนนทบุรีเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะนี้ทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ให้พนักงานสืบสวนสอบสวนเร่งรัดติดตามจับกุมกลุ่มบุคคลที่ลงมือกระทำการดังกล่าวให้ได้ ซึ่งได้มีมาตรการรองรับให้ทุกพื้นที่ตั้งด่านตรวจสกัดจับ โดยให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่เป็นเชิงสัญลักษณ์ เช่น ทำเนียบรัฐบาล รัฐสภาไทย และกองทัพต่าง ๆ ที่เป็นเชิงสัญลักษณ์ทั้งหมด ทั้งนี้ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ให้ความสำคัญและติดตามเอาใจใส่เป็นกรณีพิเศษ


ทำพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งปธ.-รองปธ.สนช.09.19น.

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)โดยนางนรรัตน์ พิมเสน เลขาธิการวุฒิสภา จะมีพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช  และนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ณ ห้องรับรองพิเศษ ชั้น 2 อาคารรัฐสภา 2  ในเวลา 09.19น. วันจันทร์ที่ 18 ส.ค. นี้ ทั้งนี้จะร่วมสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 7และพระสยามเทวาธิราช พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง และพระภูมิเจ้าที่ ก่อนที่จะเข้าร่วมประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติในเวลา 10.00 น.


เตรียมเรียกประชุมวันจันทร์18 ส.ค.ทันที

               เมื่อเวลา13.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า นางนรรัตน์ พิมเสน เลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ทำหนังสือเชิญสนช. เข้าร่วมประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่2/2557 ในวันจันทร์ที่ 18 ส.ค.2557 เวลา 10.00 น.โดยหนังสือได้ระบุว่าด้วยได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานและรองประธานสนช.แล้ว ประธานสนช.จึงได้มีคำสั่งให้นัดประชุมสภาสนช.โดยระเบียบวาระการประชุม โดยมีเรื่องด่วน 3 เรื่อง การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้องบังคับการประชุมสภาสนช. การตั้งคณะกรรมาธิการสามัญกิจการสภาสนช.(ชั่วคราว) และร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2558 ซึ่งหัวหน้า คสช.เป็นผู้เสนอ

 

"ประยุทธ์"นำทีมคสช. แจงร่างพ.ร.บ.งบ

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่18 ส.ค. เวลา 10.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) จะนำทีมคสช. ประกอบด้วย พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะรองหัวหน้าคสช.ฝ่ายความมั่นคง พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะรองหัวหน้าคสช.ฝ่ายสังคมจิตวิทยา พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะรองหัวหน้าคสช.ฝ่ายเศรษฐกิจ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้าคสช. ฝ่ายกิจการพิเศษ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รองผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการคสช. และนายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เข้าชี้แจงร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2558โดยหัวหน้าคสช. จะเป็นผู้นำเสนอด้วยตนเองในวาระที่ 2 เรื่องด่วนเรื่องที่ 3 ของระเบียบวาระการประชุมสนช. ครั้งที่ 2/2557 ที่อาคารรัฐสภา ภาย

 

'นิด้าโพล'เผยหนุนเผยทรัพย์สิน

               ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “การเปิดเผยทรัพย์สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 14-15 สิงหาคม 2557 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ กระจายทุกระดับการศึกษาและอาชีพ รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,241 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการเปิดเผยทรัพย์สินต่อสาธารณะของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อเป็นการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันและเป็นการแสดงถึงความจริงใจในการบริหารบ้านเมือง อาศัยการสุ่มตัวอย่างจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” ด้วยความน่าจะเป็นแบบแบ่งชั้นภูมิ (Stratified Random Sampling) โดยแบ่งภูมิภาคออกเป็น 5 ภูมิภาค จากนั้นในแต่ละภาคสุ่มตัวอย่างแบบมีระบบ (Systematic Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95.0 และมีค่าความคลาดเคลื่อนมาตรฐาน (Standard Error : S.E.) ไม่เกิน 1.4
       
               จากผลการสำรวจเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อการเปิดเผยทรัพย์สินต่อสาธารณะของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในส่วนของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 87.91 ระบุว่าจำเป็นต้องเปิดเผย ขณะที่ ร้อยละ 10.31 ระบุว่า ไม่จำเป็น และ ร้อยละ 1.77 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ ด้านสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 88.64 ระบุว่า จำเป็น ขณะที่ร้อยละ 8.14 ระบุว่า ไม่จำเป็น และร้อยละ 3.22 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ ด้านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 87.51 ระบุว่าจำเป็น ขณะที่ร้อยละ 9.11 ระบุว่าไม่จำเป็น และร้อยละ 3.38 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ ด้านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 83.32 ระบุว่า จำเป็น ขณะที่ร้อยละ 12.81 ระบุว่าไม่จำเป็น และร้อยละ 3.87 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ และในด้านของรัฐบาลของ คสช. พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 92.10 ระบุว่าจำเป็น ขณะที่ร้อยละ 5.96 ระบุว่าไม่จำเป็น และร้อยละ 1.93 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ
       
               เมื่อถามถึงเหตุผลในเชิงลึกถึงความจำเป็นในการเปิดเผยทรัพย์สินต่อสาธารณะ ส่วนใหญ่ระบุไปในทิศทางเดียวกันว่า เพื่อเป็นการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน หากจะเข้ามาบริหารหรือแก้ไขปัญหาของประเทศ ต้องแสดงถึงความบริสุทธิ์ใจ ให้มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และประชาชนทุกภาคส่วนต้องสามารถเข้าถึงในการรับทราบข้อมูลด้วย สำหรับเหตุผลที่ระบุว่าไม่จำเป็น เนื่องจากเห็นว่าทุกฝ่ายที่เข้ามาอยู่ในองค์กรทางการเมืองต่างๆ นั้นมีความจริงใจในการที่จะช่วยแก้ไขปัญหาบ้านเมืองอยู่แล้ว และยังเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากหลากหลายอาชีพ เช่น อาจารย์ นักวิชาการ ผู้ที่มีประสบการณ์ทางการเมือง หรือแม้แต่บุคคลที่มาจาก คสช. และบางส่วนมองว่าถือเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่จะยินยอมเปิดเผยหรือไม่ก็ได้
       
               ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อการเปิดเผยทรัพย์สินต่อสาธารณะของผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเพื่อเป็นการป้องกันการคอร์รัปชัน พบว่า ในส่วนของคู่สมรสที่จดทะเบียน ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 81.47 ระบุว่าจำเป็นต้องเปิดเผย ขณะที่ร้อยละ 15.95 ระบุว่าไม่จำเป็น และร้อยละ 2.58 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ สำหรับคู่สมรสที่ไม่จดทะเบียน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 53.99 ระบุว่าจำเป็น ขณะที่ร้อยละ 38.44 ระบุว่าไม่จำเป็น และร้อยละ 7.57 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ สำหรับอดีตคู่สมรส พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 39.81 ระบุว่าจำเป็น ขณะที่ร้อยละ 53.59 ระบุว่าไม่จำเป็น และร้อยละ 6.61 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ
       
               ส่วนบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ (ต่ำกว่า 20 ปี) พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 49.96 ระบุว่าจำเป็น ขณะที่ร้อยละ 45.37 ระบุว่าไม่จำเป็น และร้อยละ 4.67 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ ส่วนบุตรที่บรรลุนิติภาวะแล้ว (อายุตั้งแต่ 20 ปี ขึ้นไป) พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 74.21 ระบุว่าจำเป็น ขณะที่ร้อยละ 22.80 ระบุว่าไม่จำเป็น และร้อยละ 2.98 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ และบุตรบุญธรรม พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 61.97 ระบุว่าจำเป็น ขณะที่ร้อยละ 32.72 ระบุว่าไม่จำเป็น และร้อยละ 5.32 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ สำหรับ บิดา/มารดา พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 61.24 ระบุว่าจำเป็น ขณะที่ ร้อยละ 34.73 ระบุว่าไม่จำเป็น และร้อยละ 4.03 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ และพี่/น้อง พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 57.05 ระบุว่าจำเป็น ขณะที่ร้อยละ 37.95 ระบุว่าไม่จำเป็น และ 5.00 ร้อยละ ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ
       
               เมื่อถามถึงเหตุผลในเชิงลึกถึงความจำเป็นในการเปิดเผยทรัพย์สินต่อสาธารณะ ส่วนใหญ่ระบุไปในทิศทางเดียวกันว่า เพื่อเป็นการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน โดยเฉพาะการโอนย้ายทรัพย์สินไปให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง แม้แต่บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ (ต่ำกว่า 20 ปี) ซึ่งผู้ปกครองก็สามารถเปิดบัญชีให้ได้ จึงต้องแสดงถึงความบริสุทธิ์ใจ ให้มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้เช่นเดียวกัน สำหรับเหตุผลที่ระบุว่าไม่จำเป็น เนื่องจากบุคคลในบางกลุ่มนั้น ไม่น่าจะมีความเกี่ยวข้องกันหรือหากมีก็มีความเกี่ยวข้องกันเล็กน้อย เช่น อดีตคู่สมรส บุตรบุญธรรม และในส่วนของบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ (ต่ำกว่า 20 ปี) ระบุว่ายังไม่สามารถทำธุรกรรมหรือนิติกรรมได้ และบางส่วนมองว่าถือเป็นเรื่องของสิทธิส่วนบุคคล