ข่าว

เด็ก-หญิงท้อง...(เสี่ยง) เขตอันตราย'ไม่ห้ามเข้า'!

เด็ก-หญิงท้อง...(เสี่ยง) เขตอันตราย'ไม่ห้ามเข้า'!

17 ส.ค. 2557

เด็ก-หญิงท้อง...(เสี่ยง) เขตอันตราย'ไม่ห้ามเข้า'! : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ

 
                          ร่างไร้วิญญาณของ "นางอ้วน" หญิงตั้งครรภ์ 7 เดือน และลูกน้อยวัย 2 ขวบ ที่กอดไว้แนบอก ถูกหามออกจากใต้ซากอาคาร 6 ชั้น ย่านคลองหก ปทุมธานี ที่พังถล่มลงมาขณะกำลังก่อสร้าง เป็นภาพเศร้าสุดบรรยาย
 
                          แม่ลูกคู่นี้ทราบชื่อภายหลังคือ ณัฐมน โคกแปะ วัย 15 ปี และ ด.ช.สิทธิพันธุ์ โคกแปะ 
 
                          ล่าสุดพบแรงงานไทยและแรงงานเพื่อนบ้านกัมพูชาอย่างน้อย 14 ชีวิตที่ต้องลาจากโลกนี้ไป โดยมีหญิงตั้งครรภ์อีก 1 รายได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่ในห้องไอซียู
 
                          การปล่อยให้เด็กและหญิงมีครรภ์เข้าไปในพื้นที่ก่อสร้างอันตรายนั้น ถือเป็นความรับผิดชอบโดยตรงของบริษัทรับเหมาก่อสร้างตามกฎหมาย
 
                          วิไลวรรณ แซ่เตีย  รองประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย ผู้ต่อสู้เพื่อสิทธิแรงงาน และสตรีมานานกว่า 30 ปี ยอมรับว่ารู้สึกเศร้าใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องรับรู้ข่าวร้ายนี้  
 
                          วิไลวรรณ มองว่า แม้กฎหมายจะห้ามไม่ให้เด็กเข้าไปในพื้นที่ก่อสร้างเด็ดขาด ส่วนหญิงตั้งครรภ์กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าให้ทำงานถึงก่อนคลอดได้กี่เดือน เพราะส่วนใหญ่เจ้านายจะให้ทำงานง่ายๆ ไม่ลำบาก ไม่ต้องเสี่ยงอันตราย
 
                          แต่ความจริงแล้วไม่มีใครใส่ใจว่าพวกเขามีความเป็นอยู่อย่างไรในพื้นที่ก่อสร้าง !
 
                          "ผู้หญิงถึงจะท้องแก่แค่ไหนก็พยายามไปทำงานทุกวัน จนกว่าจะคลอด คนกลุ่มนี้ยากจนไม่มีทางเลือก หากเป็นสาวโรงงานยังพอช่วยเหลือกันได้บ้าง ให้ทำงานแบบนั่งทำ ไม่ต้องยืนนานๆ พอคลอดแล้วให้ลาได้อีก 3 เดือน แต่ยังมีเงินเดือน หลายคนไม่เข้าใจว่าทำไมผู้หญิงตั้งท้องต้องไปทำงานก่อสร้าง หรือทำไมต้องเอาลูกเล็กเข้าไปด้วย ความจริงคือพวกเขาไม่มีทางเลือก แม้ว่ากฎหมายจะกำหนดไว้แต่นายจ้างไม่สนใจ ใช้เงินต่อเงินอย่างเดียว" 
 
                          วิไลวรรณ บอกว่า อยากให้เหตุการณ์ตึกถล่มครั้งนี้ เป็นบทเรียนให้ทุกฝ่ายเข้ามาดูแล โดยเฉพาะปัญหาที่เครือข่ายสิทธิแรงงานพยายามผลักดันและเรียกร้องมาตลอด นั่นคือ เจ้าของกิจการต้องจัดพื้นที่ปลอดภัยเฉพาะให้เด็กเล็กได้อยู่ใกล้ชิดกับแม่ ไม่ว่าสถานประกอบการนั้นจะมีคนงานไม่กี่สิบคนหรือนับร้อยคนก็ตาม
 
                          แต่ที่ผ่านมาไม่มีหน่วยงานไหนสนใจ เจ้าหน้าที่รัฐไม่เข้าไปตรวจสอบอย่างจริงจัง ขณะที่นายจ้างก็เห็นแก่ผลประโยชน์ ลดต้นทุนอย่างเดียว 
 
                          "พ่อแม่เป็นแรงงานมาจากต่างจังหวัด ชีวิตยากจนไม่มีความรู้เรื่องความปลอดภัย ปล่อยลูกตามสบาย หัวหน้างานก็ไม่ดูแล อยากแค่เร่งๆ ให้งานเสร็จเร็วๆ  ไม่สนใจทำตามหลักมาตรฐานความปลอดภัย พอเกิดอุบัติเหตุพิการหรือเสียชีวิตก็จ่ายเงินให้นิดหน่อย ไม่มีใครอยากเสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายฟ้องร้องหรือขึ้นศาล สุดท้ายเรื่องจบไป ปัญหาอยู่เหมือนเดิม"
 
                          นักต่อสู้เพื่อสิทธิแรงงานและสตรี ฝากฝังไว้ว่า ปีหน้าจะมีโครงการก่อสร้างอีกมากมาย ทั้งรถไฟ ถนน คอนโด ฯลฯ โดยไม่รู้ว่าต้องมีแรงงานเจ็บตายอีกเท่าไร จึงอยากให้ทหาร คสช. เข้ามาจัดการเรื่องนี้ด้วย เพราะเป็นเรื่องความปลอดภัยในชีวิตของพี่น้องแรงงาน ซึ่งไม่เคยมีรัฐบาลไหนสนใจอย่างจริงจัง
 
                          ทั้งนี้ ประเทศไทยกำหนดให้พื้นที่ก่อสร้างต้องทำรั้วหรือคอกกั้น พร้อมปิดป้ายระบุเป็น "เขตอันตราย" ให้ชัดเจน ตั้งแต่ปี 2528 ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย จนกระทั่งปัจจุบันคือ พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ.2554 กำหนดชัดเจนว่านอกจากรั้วแล้วยังต้องห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในเขตก่อสร้างอย่างเด็ดขาดด้วย 
 
                          แต่มีบริษัทก่อสร้างไม่กี่แห่งทำตามอย่างเคร่งครัด เนื่องจากผู้มีหน้าที่ไปตรวจสอบดูว่าใครทำผิดกฎหมายข้างต้นหรือไม่นั้น เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่สำนักความปลอดภัย กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ซึ่งต้องมีใบรับรองว่ามีอำนาจตรวจเท่านั้น 
 
                          เจ้าหน้าที่คุ้มครองแรงงานรายหนึ่งยอมรับว่า ในแต่ละจังหวัดมีโรงงาน สถานประกอบการ หรือพื้นที่กำลังก่อสร้างจำนวนมาก แต่เจ้าหน้าที่มีแค่ 5-6 คนเท่านั้น บางจังหวัดมีแค่คนเดียวคือหัวหน้าที่มีใบรับรองให้ตรวจสถานประกอบการได้ 
 
                          "พวกเราพยายามไปตรวจทุกวัน แต่คนไม่พอจริงๆ  ที่ผ่านมาเคยสั่งปรับไปแล้วเป็นล้านบาท เพราะสถานก่อสร้างบางแห่งทำผิดหลายข้อ เช่น แสงไม่พอ เสียงดัง ฝุ่นควันพิษ ฯลฯ กรณีมีเด็กเข้าไปในพื้นที่ก่อสร้างแล้วได้รับบาดเจ็บอันตราย หรือเสียชีวิต น่าจะโดนคดีอาญาและแพ่งอีกหลายกระทง ตอนนี้กฎหมายระบุโทษไว้หนักเหมือนกัน ถ้าเจอเด็กในสถานประกอบการอันตรายให้ปรับไม่เกิน 4 แสนบาท จำคุก 1 ปี แต่ส่วนใหญ่ก็แค่ตักเตือนกันเท่านั้น" เจ้าหน้าที่ข้างต้นให้ข้อมูล 
 
                          สอดคล้องกับข้อมูลของ อรรณพ เหลียงพานิช กลุ่มงานพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยแรงงาน  สำนักความปลอดภัยแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ที่ยอมรับว่าไม่เคยเห็นคดีลงโทษกรณีพบเด็กในพื้นที่ก่อสร้างมาก่อน เนื่องจาก พื้นที่ก่อสร้างหลายแห่งจะมีพื้นที่อาศัยเป็นห้องพักหลับนอนของคนงานด้วย ทำให้การเดินไปมาปะปนกันได้ บางแห่งยอมให้คนงานก่อสร้างนอนค้างคืนในตึกที่กำลังจะสร้างเสร็จ แต่ต้องมีวิศวกรเซ็นรับรองว่าให้เข้าอยู่อาศัยได้ 
 
                          ส่วนกรณีของ หญิงตั้งครรภ์และเด็กที่เสียชีวิต นั้น อรรณพ บอกว่า คงต้องพิจารณาข้อมูลให้ละเอียดอีกครั้งว่า กรมสวัสดิการฯ จะเข้าไปช่วยอะไรได้บ้าง 
เด็ก-หญิงท้อง...(เสี่ยง) เขตอันตราย'ไม่ห้ามเข้า'!
 
                          ข้อมูล "สถิติการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน ปี 2556" จากสำนักงานกองทุนเงินทดแทนพบว่า พื้นที่ก่อสร้างมียอดรวมผู้เสียชีวิตมากถึง 67 คน พิการ 6 คน สูญเสียอวัยวะบางส่วน 103 คน หากรวมถึงผู้หยุดงานแล้วจะมียอดถึง 8,458 คน ในขณะที่อันดับ 2 คือ "การผลิตอาหารและเครื่องดื่ม" จำนวน 6,365 ราย เสียชีวิต 18 ราย อันดับ 3 "การหล่อหลอมกลึงโลหะ" 4,618 ราย เสียชีวิต 5 ราย 
 
                          กรณีเด็กเสียชีวิตในพื้นที่ก่อสร้างนั้น "สรรพสิทธิ์ คุมพ์ประพันธ์" ประธานมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก มองว่า ต้องโทษคนในสังคมไทยด้วยว่าไม่ตระหนักถึงสิทธิของเด็กเล็ก เพราะในต่างประเทศหากเจ้าของกิจการเห็นแก่ตัว ไม่สนใจดูแล คนในชุมชนหรือคนที่เห็นจะเข้าไปช่วยกันร้องเรียนหรือจัดการทันที 
 
                          "ในฝรั่งเศส แค่ใครมาจอดรถในช่องเฉพาะสำหรับคนพิการ คนที่เห็นจะเดินเข้ามาตักเตือนทันที แต่ในประเทศไทยมีพื้นที่ก่อสร้างเยอะแยะ ที่เอาเด็กเข้ามาวิ่งเล่น คนไทยเห็นเป็นเรื่องปกติ ไม่รู้สึกว่ามันอันตราย ไม่ฉุกคิดว่านั่นไม่ใช่พื้นที่ให้เด็กเข้าไปได้นะ ไม่มีใครสนใจเข้าไปห้ามปราม ปัญหานี้คงต้องรณรงค์ให้ทุกคนช่วยกัน ไม่ใช่แค่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด" สรรพสิทธิ์ กล่าว
 
                          วินาทีนี้ผู้คนสนใจติดตามข่าวการค้นหาผู้ติดค้างในตึกถล่มและ ลุ้นระทึกว่าจะรอดชีวิตหรือไม่ ? 
 
                          ขณะที่เครือข่ายแรงงานและกลุ่มสิทธิเด็กและสตรี มองว่าวันข้างหน้าจะมีโศกนาฏกรรมเช่นเดียวกับเหตุการณ์ตึกถล่มแบบเกิดขึ้นอีกกี่ครั้ง? และ สังคมไทยเรียนรู้อะไรจากเหตุการณ์ครั้งนี้บ้าง ?
 
 
-----------------------
 
 
ข้อกำหนด 'เขตก่อสร้าง'
 
 
เด็ก-หญิงท้อง...(เสี่ยง) เขตอันตราย'ไม่ห้ามเข้า'!
 
 
1 ทํารั้วและปิดประกาศชัดเจน
 
2 มีป้าย “เขตอันตราย” กลางคืนมีไฟสีแดงส่อง
 
3 ห้ามปล่อยผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไป
 
4 คนงานสวมอุปกรณ์นิรภัย หมวก ถุงมือ ฯลฯ 
 
5 ทําประกันสังคม-กองทุนทดแทนให้คนงาน
 
 
-----------------------
 
(เด็ก-หญิงท้อง...(เสี่ยง) เขตอันตราย'ไม่ห้ามเข้า'! : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ)