ข่าว

ญาติแรงงานตึกถล่มนำศพกลับภูมิลำเนา

ญาติแรงงานตึกถล่มนำศพกลับภูมิลำเนา

16 ส.ค. 2557

ญาติแรงงานเหยื่อตึกถล่มนำศพกลับภูมิลำเนาในจ.บุรีรัมย์-ขอนแก่น ด้านสวัสดิการจังหวัดฯแจ้งความเอาผิดนายจ้างผู้รับเหมา-จัดหางานจังหวัดดูแลหางานใหม่ให้แรงงาน

 
                       16 ส.ค.57 นางเธียรรัตน์ นะวะมะรัตน์ แรงงานจังหวัดปทุมธานี สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือแรงงานไทยและต่างด้าวที่ประสบเหตุอาคารก่อสร้างในจ.ปทุมธานีถล่ม ว่า ในส่วนของแรงงานไทยและเด็กที่เสียชีวิต 11 ราย ขณะนี้ญาติได้นำศพกลับไปทำพิธีทางศาสนาและเผาศพแล้วโดยจากข้อมูลเบื้องต้นในจำนวนนี้เป็นชาวอ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ 5 คน และอ.เขาสวนกลาง จ.ขอนแก่น 1 คน ส่วนแรงงานชาวกัมพูชาทางจังหวัดได้ประสานหาวัดให้ทำพิธีทางศาสนาและเผาศพ หากญาติของแรงงานกัมพูชาต้องการกลับประเทศก็จะประสานสถานทูตกัมพูชาช่วยพากลับภูมิลำเนาซึ่งเบื้องต้นทราบว่าภรรยาของนายอิมพรือ แรงงานกัมพูชา ที่เสียชีวิตบอกว่าอยากกลับประเทศ เนื่องจากเสียใจอย่างมากกับเหตุที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ทางทูตกัมพูชาได้ขอบคุณทางไทยที่ให้การช่วยเหลือและดูแลแรงงานกัมพูชาเป็นอย่างดีเท่าเทียมกับแรงงานไทย
 
                       นางเธียรรัตน์ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดปทุมธานี ได้ไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อบริษัทปลูกแปลง จำกัดซึ่งเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างไว้แล้วที่สน.คลองห้า จ.ปทุมธานี รวมทั้งสำนักงานจัดหางานจังหวัดปทุมธานีได้เข้ามาดูแลแรงงานไทยและต่างด้าวที่ประสบเหตุซึ่งขณะนี้ว่างงานอยู่ เนื่องจากนายจ้างเสียชีวิตและถูกดำเนินคดีโดยมีอยู่นับสิบคนเพื่อจัดหางานใหม่ให้ทำ แต่ขณะนี้แรงงานกลุ่มนี้ยังไม่มีกำลังใจที่เริ่มงานใหม่ เนื่องจากยังเศร้าใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
 
                       นางกรรณิการ์ พฤกษชาติ ประกันสังคมจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า แรงงานไทยและต่างด้าวผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้ง 25 คน ซึ่งขณะนี้เหลืออีกเพียง 5 คนที่ยังรักษาตัวในโรงพยาบาล ทางสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้ดูแลให้ได้รับสิทธิต่างๆเช่น ค่ารักษาพยาบาล เงินทดแทนกรณีหยุดงานเพื่อพักรักษาตัวตามสิทธิของกองทุนเงินทดแทนทุกราย รวมทั้งกรณีแรงงานที่เสียชีวิต จะมอบเงินค่าทำศพให้แก่ญาติแรงงานที่เสียชีวิตรายละ 3 หมื่นบาท และเงินทดแทนให้แก่ทายาทร้อยละ 60 ของค่าจ้างเป็นเวลา 8 ปี
 
                       นางกรรณิการ์ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้สปส.ได้มอบเงินให้แก่ญาติแรงงานไปแล้ว 5 คนจากทั้งหมด 14 คน ยังเหลืออีก 9 คนซึ่งในจำนวนนี้ตรวจสอบแล้วว่าเป็นลูกจ้างชัดเจนและได้รับสิทธิกองทุนเงินทดแทน 6 คน อีก 3 คนคือ ด.ช.สิทธิพันธุ์ โคกแปะนั้นไม่มีสิทธิเพราะไม่ใช่แรงงานและไม่ใช่ผู้ประกันตน ส่วนน.ส.ณัฐมน โคกแปะอยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีสิทธิของกองทุนประกันสังคมหรือไม่ และนายใกล้รุ่ง ทับครบุรี อยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีสิทธิของกองทุนเงินทดแทนหรือมีสิทธิของกองทุนประกันสังคมหรือไม่ หากทั้งสองคนมีสิทธิก็จะจ่ายเงินช่วยเหลือตามสิทธิของกองทุนให้แก่ครอบครัว
 
                       ด้านนายพานิช จิตร์แจ้ง อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ขณะนี้มีแรงงานที่บาดเจ็บและญาติของแรงงานที่เสียชีวิตมาลงทะเบียนขอความช่วยเหลือจากสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดปทุมธานีแล้วจำนวน 39 ราย แยกเป็นคนไทย 23 รายและกัมพูชา 16 ราย โดยขอความช่วยเหลือในกรณีต่างๆเช่น ค่าทำศพ ค่ารักษาพยาบาล ซึ่งกสร.จะประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และทางจังหวัดในการให้ความช่วยเหลือ นอกจากนี้ในส่วนของกสร.ได้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆดำเนินการสอบสวนและแจ้งความเอาผิดกับนายจ้าง
 
 
แรงงานตึกถล่ม 9 รายร้องเรียนช่วยติดตามค่าจ้าง
 
 
                       นางชไมพร สินธุประสิทธิ์ สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดปทุมธานี กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กระทรวงแรงงาน กล่าวถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือแรงงานไทยและต่างด้าวที่ประสบเหตุอาคารก่อสร้างยูเพลส คอนโดเทลในจ.ปทุมธานีถล่มว่า เบื้องต้นได้มีแรงงานไทยและต่างด้าวที่ประสบเหตุซึ่งเป็นลูกจ้างบริษัทเอาท์ซ้อทมายื่นเรื่องขอความช่วยเหลือเพื่อให้ติดตามค่าจ้างค้างจ่ายจากนายจ้างประมาณ 9 คนโดยแยกเป็นแรงงานไทย 7 คนและกัมพูชา 2 คน ซึ่งสำนักงานสวัสดิการฯจะเร่งตรวจสอบว่ามีแรงงานไทยและต่างด้าวที่มีปัญหาเช่นนี้อยู่จำนวนกี่คนและติดตามแรงงานให้มาเขียนคำร้องเรียนเพื่อจะได้ช่วยเหลือ
 
                       นางชไมพร กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันสำนักงานสวัสดิการฯได้ไปแจ้งความร้องเอาผิดกับบริษัทปลูกแปลง  จำกัดซึ่งเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างไว้แล้วที่สถานีตำรวจภูธร สภ.คลองห้า จังหวัดปทุมธานีแล้วโดยแจ้งความเอาผิดใน 3 ข้อหาได้แก่ 1.ปล่อยปละละเลยให้ลูกจ้างพักอาศัยในพื้นที่ก่อสร้างขณะก่อสร้าง 2.ไม่มีผู้ควบคุมงานขณะก่อสร้าง ซึ่ง 2 ข้อหานี้เป็นความผิดตามพ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานพ.ศ.2554 และกฎกระทรวงว่าด้วยการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยในงานก่อสร้างและ3.การใช้แรงงานเด็กโดยไม่แจ้งต่อสำนักงานสวัสดิการฯตามพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานพ.ศ.2541 โดยใน 2 ข้อหาแรกมีโทษเหมือนกันคือ จำคุก 1 ปี ปรับ 4 แสนบาท และข้อหาที่ 3 มีโทษปรับ 2 หมื่นบาท ทั้งนี้หากตรวจสอบพบว่าบริษัทเอาท์ช้อทเกี่ยวข้องกับข้อหาใดก็จะเอาผิดด้วยเช่นกัน
 
 
ผวจ.ปทุมธานี เป็นประธานเผาศพแรงงานกัมพูชาเหยื่อตึกถล่ม
 
 
                       เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 16 ส.ค.57 นายพงศธร สัจจชลพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วยนายผาชัย โปรียานนท์ นายอำเภอคลองหลวง นายนำศักดิ์ อุทัยศรีสม นายก อบต.คลองหก นายเกษม ชมบุญ กำนัน ต.คลองหก ได้ร่วมพิธีเผาศพของคนงานชาวกัมพูชา ที่วัดหว่านบุญ ต.คลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
 
                       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายในงานศพผู้คนบางตาแต่ก็เป็นไปด้วยความโศกเศร้าของญาติพี่น้องรวมถึงเพื่อนร่วมงาน ซึ่งอัฐินายอุน อุย นางสะเรน หม่อม จะนำกลับไปบ้านที่จังหวัดกำปงจาม ประเทศกัมพูชา ส่วนอัฐินายพี ยาท นั้น นายเม้ง ยาท พี่ชาย จะนำกลับไปจังหวัดไปรเวง ประเทศกัมพูชา และอัฐของนายอิม เครือ นาง ริม แกบ ภรรยาจะนำกลับไปจังหวัดไปรเวง ประเทศกัมพูชา เช่นกัน
 
                       ด้านนาง ริม แกบ อายุ 28 ปี กล่าวว่า ตนเป็นภรรยาของนาย คิม เครือ ซึ่งเป็นหนึ่งในคนงานที่ก่อสร้างอาคารแล้วได้ถล่มลงมาทับจนมีผู้เสียชีวิต ตนเองยังรู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก เมื่อเผาศพแล้วจะนำอัฐิกับไปประเทศกัมพูชา แล้วคิดว่าจะไม่กลับมาทำงานที่ประเทศไทยอีก ส่วนจะลูกชายวัย 3 เดือนก็นำกลับไปเลี้ยงที่ประเทศกัมพูชาเลย