ข่าว

หนุ่มตกงานเครียดเมียหนีผูกคอดับคาห้องพัก

หนุ่มตกงานเครียดเมียหนีผูกคอดับคาห้องพัก

16 ส.ค. 2557

สลด! หนุ่มร้อยเอ็ดตกงานเครียดภรรยาหนี ก่อนคิดสั้นผูกคอดับคาห้องพักย่านปทุมฯ

 
                     16 ส.ค.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา ร.ต.ท.เกียรติพงษ์ ติ๊บมา ร้อยเวรสอบสวนสภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตภายในหอพักเลขที่ 26/55 ม.16 ซอยคลองหลวง 7 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงไปที่เกิดเหตุเกิดพร้อมด้วยพ.ต.อ.สุรศักดิ์ ขุนณรงค์ รอง ผบก.ปทุมธานี รักษาการแทน ผกก.สภ.คลองหลวง พ.ต.ท.จิรวัฒน์ เปี่ยมปิ่นเศรษฐ สว.สส. และเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1แพทย์นิติเวชรพ.ธรรมศาสตร์และปทุมธานีหนุ่มร้อยเอ็ดไม่มีงานทำผูกคอตัวเองดับคาห้องพักเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู
 
                     ที่เกิดเหตุเป็นหอพัก 3 ชั้น ห้องที่ 9 ชั้นที่ 3 ประตูห้องถูกล๊อคกุญแจเจ้าหน้าที่จึงใช้คีมตัดเมื่อเข้าไปด้านในพบผู้เสียชีวิตเป็นชายทราบชื่อนายนฤพนธ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี ชาวต.หน้อม อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด สภาพศพคว่ำหน้าไม่สวมเสื้อใส่กางเกงขาสั้นสีดำใช้เชือกผ้าผูกคอตัวเองกับประตูตู้เสื้อผ้าจากการตรวจตามร่างกายไม่พบบาดแผลใดๆนอกจากนี้ยังพบสมุด 1 เล่มภายในเขียนว่า
 
                     "แม่ครับพ่อครับผมขอลาก่อนเพราะผมไม่รู้เลยว่าผมจะอยู่ไปเพื่ออะไร ผมมันไม่มีอนาคต ผมมันเลว ผมมันต้องทำให้พ่อแม่ต้องลำบาก ส่วนเล็กพี่ขอให้กับไปเรียนหนังสือต่อให้จบเป็นคนดีของพ่อแม่มีอนาคตที่ดีอย่าให้มันเป็นเหมือนกับพี่ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันพี่รักและพี่มีความสุขมากถึงแม้ว่าลูกแม่คนนี้จะชอบเถียงพูดจาไม่เข้าหูของใครต่อใครหลายคนแต่พ่อกับแม่น้องก็ยังรักเสมอ แม่ครับผมขออะไรแม่อย่างหนึ่งจะได้น่ะผมอยากให้แม่ขอร้องจุ๋มคนที่ผมเคยรักเช่นกันให้เขาไปร่วมงานศพผมหน่อยน่ะครับผมคงจะตายตาหลับ ทุกคนครับสุดท้ายนี้ผมขอบอกทุกคนผมรักทุกคนมากนะครับ ด้วยรักและเคารพ อโหสิให้ผมด้วยน่ะครับ"
 
                     จากการสอบถามนางเกศริน พงษ์เธอ อายุ 43 ปี แม่ยายบอกว่าผู้ตายไม่มีงานทำ ปล่อยให้ลูกสาวตนทำงานคนเดียวและตอนนี้ลูกสาวของตนกลับบ้านที่ต่างจังหวัดตั้งแต่วันแม่แล้ว และตนก็ไม่ได้ขึ้นมาด้านบนจึงไม่รู้ว่าผู้ตายผูกคอตายตั้งแต่เมื่อไหร่ ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำผู้ตายส่งนิติเวช รพ.ธรรมศาสตร์ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป