ข่าว

มุมมอง'อานันท์'ผ่านรัฐประหารธรรมาภิบาล'ไม่เสียของ

มุมมอง'อานันท์'ผ่านรัฐประหารธรรมาภิบาล'ไม่เสียของ

16 ส.ค. 2557

มุมมอง'อานันท์'ผ่านรัฐประหารธรรมาภิบาล'ไม่เสียของ

               ค่ำวันที่ 14 สิงหาคม ที่ผ่านมา "อานันท์ ปันยารชุน" อดีตนายกรัฐมนตรี ไปร่วมงาน "สนทนากับอานันท์" อันเป็นงานการกุศลหาทุนสร้างอนุสาวรีย์วีรชนพฤษภา 2535 จัดโดยเครือข่ายธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับมูลนิธิพฤษภาประชาธรรม ที่โรงแรมมณเฑียร ถนนพระราม 4 โดยมี "ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา" เป็นผู้ซักถามดำเนินรายการ โดย "ประสาร มฤคพิทักษ์" ผู้ร่วมจัดงาน ยืนยันว่า งานนี้ได้รับอนุญาตจากหัวหน้า คสช.แล้ว
นับจากพฤษภา 35 ถึงวันนี้เงื่อนไขต่างกันอย่างไร?

               ผมเป็นคนมองโลกความจริง อารยธรรมของต่างประเทศ ทฤษฎีทางรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์มาจากเขาส่วนใหญ่ เราถือว่าเป็นรุ่นน้อง สังคมไทยเป็นสังคมที่ไม่เรียนรู้จากทฤษฎี ประสบการณ์ หรือความจริง ยังคงฟังความเห็นจกคนอื่นเป็นส่วนใหญ่ ทั้งบิดา มารดา อาจารย์ ผู้ที่นับถือ จึงเป็นสังคมที่เชื่อข่าวลือเป็นส่วนใหญ่ ใครจะทำอะไรก็ปล่อยข่าว ทั้งนี้ตั้งแต่ปี 2475 ที่เปลี่ยนแปลงสู่ระบอบประชาธิปไตย ผมเชื่อว่าวันนี้ผู้คนยังไม่เข้าใจความหมาย การรัฐประหารในหลักกการนั้น ไม่มีแน่นอน สิ่งที่เกิดขึ้นในตะวันตกนั้น ก็ไม่มีหลักเกณฑ์ โดยในอดีตที่เกิดขึ้นนับว่ามีความโหดร้ายทารุณกว่าเราหลายเท่า สิ่งที่ผมไม่เข้าใจ ทำไมเราหลงรักฝรั่งเหลือเกิน เขาเป็นพ่อแม่หรืออย่างไร ฝรั่งมีวิวัฒนาการที่จะพัฒนาระบอบประชาธิปไตย โดยเป็นประชาธิปไตยเมื่อ 80-90 ปีที่ผ่านมา

               ส่วนของเรามีประชาธิปไตย เคยเป็นแท้จริงหรือไม่ คำตอบคือ ไม่เคยมี แต่เราหลอกตัวเองว่ามี การมีรัฐประหารบอกว่าเป็นการทำลายประชาธิปไตย ผมถามกลับว่า เราเคยเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ รัฐประหารในครั้งนี้ ผมเข้าใจเหตุผลว่าเรามีความจำเป็นต้องทำ ส่วนคนที่ไม่เห็นด้วยก็ไม่นับว่าเป็นศัตรู แต่เราต้องคบค้ากันมากขึ้น ผมเห็นใจในสิ่งจำเป็นของรัฐประหารครั้งนี้ ทางตะวันตกบอกว่า จะเป็นประชาธิปไตยได้ต้องเลือกตั้งอย่างเดียว ซึ่งเราไม่คำนึงว่าบริสุทธิ์ผุดผ่องหรือไม่ มีทฤษฎีใหม่ที่ว่า รัฐบาลหลายแห่งในโลกกำลังจะสูญเสียประชาธิปไตย ซึ่งตามมาด้วยคำถามที่ว่า รัฐประหารไปแล้วจะไปสู่ประชาธิปไตยหรือไม่ อย่าไปมองว่ามีรัฐประหารเลวไปหมด ถ้าทำเพื่อปกป้องประชาธิปไตยถือว่าทำได้ และจะไปสู่ระบอบประชาธิปไตยเร็วแค่ไหน เป็นสิ่งที่เราต้องตอบ


เห็นด้วยกับรัฐประหารครั้งนี้เพียงใด?

               เราเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ รัฐประหารเกิดขึ้นแล้ว คนเป็นนายกฯ ถูกมองว่าไม่มีความชอบธรรม เพราะเกิดจากรัฐประหาร แต่มันเกิดขึ้นแล้วพวกคุณแก้ได้ไหม คำถามที่ต้องติดตามคือ เมื่อเป็นรัฐบาลแล้วทำอะไรได้บ้าง


วันนี้ถ้ามีคนที่สร้างอิทธิพล ยืนยันว่าไม่เห็นด้วย จะทำให้โอกาสเกิดรัฐประหารน้อยลงหรือไม่

               เป็นการมองปัญหาที่ค่อนข้างแคบ ดูจากสิ่งที่ผมเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องดูสิ่งที่ทำว่ามีความชอบธรรมแค่ไหน ทำอะไรให้ประเทศบ้าง ผมเป็นนายกฯ 2 ครั้ง มีการเปลี่ยนรัฐธรรมนูญ สิบกว่าปีต่อมาไม่มีรัฐประหาร พวกเขารู้ว่า ที่เข้ามานั้นเสี่ยงว่าจะทำสำเร็จหรือไม่ ดังเช่นปัจจุบันนี้ อย่าไปคิดว่าทหารจะคิดแต่รัฐประหาร พวกเขาต้องคิดแล้วคิดอีก ผมไม่อยากเห็นรัฐประหาร แต่เมื่อไหร่ที่ประเทศรักษาความเป็นมนุษย์ของประชาชนได้ ก็ไม่มีทางที่จะทำรัฐประหาร สิ่งที่เราต้องการคือ รัฐบาลคืนอำนาจให้ประชาชน เป็นนายตัวเอง บริหารชีวิต และท้องถิ่นได้ ผมคิดว่าประชาชนไม่ต้องการแบ่งแยก แต่ต้องการมีอำนาจมากกว่านี้หน่อย โลกเปลี่ยนไปมาก และประชาชนต้องการขออำนาจมาใช้บ้าง ซึ่งที่เป็นอยู่จะทำให้ประชาชนเบื่อประชาธิปไตย สิ่งที่อยากเห็นที่สุดในประชาธิปไตยคือ ธรรมาภิบาลในกรอบประชาธิปไตย ทำไมจะทำไม่ได้ ถ้าเราลืมผลประโยชน์ส่วนตัว ประเด็นผมไม่ใช่ประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้ง แต่คุณต้องมีการถ่วงดุล ความโปร่งใส กระบวนการออกความเห็น การเลือกตั้งเป็นเพียงส่วนหนึ่ง


รัฐประหารจะนำไปสู่สังคมที่ดีได้หรือไม่ ในเมื่อการเลือกตั้งทำไม่ได้ ?

               สามสี่ปีนี้เราทำทุกวิถีทาง แต่ช่องทางเราตันหมด ผมไม่ตอบว่าได้หรือไม่ แต่จะอธิบายว่า โลกความจริงเป็นอย่างไร ใครกำหนดว่าสงครามยุติธรรม เราอย่าไปหลงกลฝรั่ง หลายสิ่งที่ไม่ได้ในเมืองไทยก็มีทั้งในอเมริกา และอังกฤษ