ข่าว

วัด4แห่งส่งโยมร่วมสรรหาเป็นสปช.

วัด4แห่งส่งโยมร่วมสรรหาเป็นสปช.

15 ส.ค. 2557

วัด4แห่งส่งโยมร่วมสรรหาเป็นสปช. ภท.เข็น'ปู่ชัย'สรุปยอด2วัน184ราย

               เมื่อเวลา 17.25 น.วันที่ 16 ส.ค.2557 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายบุณยเกียรติ รักชาติเจริญ รองเลขาธิการกกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง แถลงสรุปผลการเปิดรับการเสนอชื่อเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เป็นวันที่สอง ว่า วันนี้มีนิติบุคคลไม่แสวงหากำไรมาเสนอชื่อบุคคลเข้ารับการสรรหาเป็นสปช.ทั้งหมด 28 คน โดยมายื่นที่สำนักงานกกต. 21 คน ส่งไปรษณีย์อีก 7 คน แบ่งเป็นด้านการเมือง 7 คน ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม 2 คน ด้านการปกครองท้องถิ่น 5 คน ด้านการศึกษา 2 คน ด้านเศรษฐกิจ 2 คน ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม 3 คน ด้านสื่อสารมวลชน 1 คน ด้านสังคม 1 คน ด้านอื่น ๆ 4 คน ส่วนด้านบริหารราชการแผ่นดินและด้านพลังงานไม่มีผู้เสนอชื่อวันนี้

               ทั้งนี้การเสนอชื่อโดยรวมสองวันแยกเป็นองค์กรนิติบุคคลจากพรรคการเมือง 11 พรรค สมาคม 13 แห่ง มูลนิธิ 15 แห่ง วัด 4 แห่ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3 แห่ง นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร 1 แห่งและวิสาหกิจชุมชน 1 แห่ง ขณะที่การสรรหาในระดับจังหวัดมีผู้มาเสนอรายชื่อ ณ เวลา 16.30 น. มาเสนอชื่อ 73 คน รวมวันนี้มีผู้เสนอทั้งส่วนกลางและต่างจังหวัด 101 คน ดังนั้น เมื่อรวมกับวันแรกเมื่อวันที่ 14 ส.ค. ที่มีผู้เสนอรายชื่อ 83 คนนั้น จะพบว่ามีผู้เสนอชื่อเข้ารับการสรรหารวมแล้วทั้งสิ้น 184 คน

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการเสนอชื่อเป็นสปช.ในวันที่ 2 ยังมีผู้ทยอยเดินทางมายื่นเอกสารเพื่อเข้ารีบการสรรหาอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่คึกคักเหมือนในวันแรก อาทิ ด้านการเมือง พรรคภูมิใจไทย ได้ส่งเจ้าหน้าที่พรรคเดินทางมายื่นเอกสารเสนอชื่อนายชัย ชิดชอบ เข้ารับการสรรหาเป็นสปช. ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรค เป็นผู้เซ็นรับรองและส่งผู้เข้าสรรหาเพียงคนเดียว ขณะที่ตลอดทั้งวันมีบุคคลที่ได้รับความสนใจอื่นๆ อาทิ ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม นางภรณี ลีนุตพงษ์ อดีตรองประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ถูกเสนอชื่อโดยมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของศาล จ.นนทบุรี ด้านการเมือง พล.ร.อ.สุรินทร์ เริงอารมณ์ อดีตรองผบ.สส. จากสมาคมอาสาสมัครพยาบาลและสวัสดิการชุมชนชายแดนใต้ และด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม นายยืนหยัด ใจสมุทร ถูกเสนอชื่อโดยมูลนิธิหลวงต่างใจราษฎร์หลวงสมุทรโยธีบรรพบุรุษใจสมุทร

 

โฆษกสมาคมนักข่าวแจงส่งคน


               นายมานพ ทิพย์โอสถ อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ และโฆษกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ชี้แจงกรณีกรรมการสมาคมนักข่าวฯมีมติส่งตัวแทนเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปด้านสื่อสารมวลชนว่า องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนในอาคารสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ที่เป็นนิติบุคคลประกอบด้วย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และมูลนิธิพัฒนาสื่อมวลแห่งประเทศไทย ได้ปรึกษาหารือกันและเห็นร่วมกันว่ามีความจำเป็นที่จะส่งตัวแทนองค์กร เข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) เนื่องจากบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว) 2557 มาตรา 27 ที่ระบุให้มีสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติในหลายด้าน โดยมีด้านสื่อสารมวลชนอยู่บทบัญญัติด้วยและมีคณะกรรมการสรรหาด้านสื่อสารมวลชนอย่างชัดเจน ที่แสดงให้เห็นว่าในการปฏิรูปประเทศครั้งนี้ต้องมีเรื่องการปฏิรูปสื่อมวลชนอย่างแน่นอน

               นายมานพ กล่าวว่า กรรมการสมาคมนักข่าวฯได้ประชุมร่วมกันพิจารณาและประเมินสถานการณ์ร่วมกับองค์กรวิชาชีพสื่อและผู้ใหญ่ในวงการสื่อมวลชน ก็เห็นถึงความจำเป็นที่ต้องส่งตัวแทนสมาคมนักข่าวฯเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิกสภาปฏิรูป เพื่อไปปกป้องหลักการเสรีภาพของประชาชนและสื่อมวลชนที่ต้องไม่ถอยหลัง ไปกว่าบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญปี 2550

               กรรมการสมาคมนักข่าวเห็นว่ามีความจำเป็นที่ต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการปฏิรูปสื่อให้อยู่ในทิศทางที่ถูกต้องโดยเฉพาะหลักการการกำกับดูแลกันเองหรือการกำกับร่วมของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนจะต้องไม่ถูกเปลี่ยนแปลงไปถูกควบคุมสื่อด้วยกฎหมายหรืออำนาจพิเศษที่จะทำลายความเป็นอิสระของสื่อมวลชนและมองเห็นร่วมกันว่าหากปล่อยให้กฎหมายที่ทำลายหรือขัดขวางเสรีภาพและความอิสระของสื่อออกมาบังคับใช้และมาตามแก้ภายหลังจะเป็นงานที่ยากลำบากกว่าเพราะสมาคมนักข่าวฯ และนักหนังสือพิมพ์อาวุโส มีบทเรียนในการต่อสู้เพื่อยกเลิกการพิมพ์ 2484 ต้องใช้เวลา 66 ปี เพราะเพิ่งยกเลิกไปเมื่อปี 2550และมีพ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ฯ ขึ้นมาแทน นอกจากนี้ คำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองฉบับที่ 42 ที่รู้จักกันดี ปร. 42 ต้องใช้เวลาถึง 13 ปีกว่าจะยกเลิกได้

               จากการหารือตัวแทนองค์กรวิชาชีพสื่อในเบื้องต้นเพื่อให้ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนทุกแขนง นักวิชาการด้านสื่อมวลชนได้เข้ามามีส่วนร่วมตลอดจนรับฟังความคิดเห็นของภาคส่วนอื่นของสังคม ก็จะมีจัดตั้งคณะทำงานสื่อเพื่อการปฏิรูปประเทศทำควบคู่ไปกับสภาปฏิรูปแห่งชาติ เพราะการปฏิรูปประเทศครั้งนี้จะสำเร็จหรือล้มเหลวบทบาทของสื่อมวลชนก็มีความสำคัญมาก

               นายมานพกล่าวชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีที่ปรากฏเป็นข่าวในเรื่องตัวบุคคลที่คณะกรรมการบริหารสมาคมนักข่าวฯ เสนอเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ คณะกรรมการบริหาร สมาคมนักข่าวฯ มีมติ ส่งนายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ นายกสมาคมนักข่าวฯ และนายมานิจ  สุขสมจิตร ที่ปรึกษาสมาคมฯ เป็นผู้แทน ซึ่งต่อมานายมานิจ สุขสมจิตรได้ขอถอนตัวไม่ขอเข้ารับการเสนอชื่อในนามสมาคมนักข่าวฯเพราะได้รับการเสนอชื่อในนามสภามหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์แล้ว ส่วนมติที่สอง คณะกรรมการบริหาร สมาคมนักข่าวฯ มีมติส่งนายสมหมาย ปาริจฉัตต์ อดีตนายกสมาคมฯ และดร.สุรศักดิ์ จิรวัสตร์มงคล อุปนายกฝ่ายวิชาการ สมาคมนักข่าวฯ เพื่อให้มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย คัดเลือกเพื่อส่งเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ทั้งนี้ สมาคมนักข่าวฯ จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหาร ในวันที่ 20 สิงหาคมนี้ เพื่อพิจารณาหาบุคคลแทนนายมานิจ สุขสมจิตรที่ขอถอนตัวออกไป

อย่างไรก็ตามหลังจากองค์กรวิชาชีพสื่อทั้งหมดได้ตัวแทนที่จะส่งเข้าไปรับการสรรหาเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปก็จะทำการชีแจงถึงเหตุผลและภารกิจที่จะทำร่วมกันอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง