
'ธรรมะกับธุรกิจต้องไปด้วยกัน' สุนันทา ลีเลิศพันธ์
17 ส.ค. 2557
คุยนอกกรอบ : 'ธรรมะกับธุรกิจต้องไปด้วยกัน' สุนันทา ลีเลิศพันธ์ : เรื่อง...มนสิกุล โอวาทเภสัชช์ / ภาพ...สุกล เกิดในมงคล
"ประโยชน์ส่วนตน คือ ทำมาหาเงินด้วยสัมมาอาชีวะ ประโยชน์ท่าน คือ พอมีแล้ว ก็เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่คนอื่นบ้างตามเหตุการณ์ แล้วเราก็ปฏิบัติธรรมไปด้วย หมายความว่า เวลามีเหตุอะไรที่ทำให้การค้าไม่ดี หรือลูกน้อง ลูกๆ ทำอะไรไม่ถูกใจ ที่ทำให้เราไม่สบายใจ เราก็ต้องปล่อยวางบ้าง"
คงจำกันได้ เมื่อ 9 ปีก่อน ประเทศไทยเกิดสึนามิจากแผ่นดินไหวใต้มหาสมุทรอินเดีย แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวส่งผลให้ทางใต้ของประเทศไทยหลายจังหวัด ถูกหางเลขไปด้วย ทำให้มีผู้เสียชีวิตแปดพันกว่าคน บาดเจ็บอีกแปดพันกว่าคน เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 หลังวันคริสต์มาสเพียงหนึ่งวัน
ครั้งนั้น สุนันทา ลีเลิศพันธ์ ประธาน บริษัท ดอกบัวคู่ จำกัด เพิ่งเปิดโรงแรมทวินโลตัส รีสอร์ท แอนด์ สปา บนเกาะลันตาใหญ่ จ.กระบี่ ได้เพียง 10 วัน ก็เจอด้วยเหมือนกัน
"เพื่อนโทรมาวันนั้น บอกว่า รีสอร์ทเธอโดนสึนามิ ก็ยังรู้สึกเฉยๆ อยู่นะ ไม่ได้คิดอะไร สายๆ ลูกชายคนโตโทรมาบอกว่า รีสอร์ทเราก็เสียหายเหมือนกันนะ แต่ไม่มีอันตราย ลูกน้อง พนักงานไม่มีเสียชีวิต เพราะอยู่ที่เกาะลันตา หางๆ สึนามิ เสียหายไม่มากก็กู้ธนาคารมาซ่อมแซม ส่วนทางด้านจิตใจก็มีเสียดายเหมือนกันว่า เพิ่งสร้างเสร็จ ยังไม่ได้เงินทุนคืนเลย ก็มาเป็นอย่างนี้ เวลาดูข่าวทีวี ตรงนั้นก็เสียหาย ตรงนี้คนตายเยอะเลยหักใจได้ว่า ไม่ใช่เป็นแต่ของเรา ของเขาเป็นหนักกว่าของเราอีก บางเจ้าเขากู้หนี้ยืมสินมาสร้าง ส่วนเราเอาเงินส่วนตัวมาสร้าง แต่ตอนซ่อมแซมก็ต้องกู้ธนาคารเหมือนกัน เลยทำใจได้ เห็นเปรียบเทียบคนอื่นว่ามันเป็นภัยธรรมชาติ"
สุนันทาบอกว่า ธรรมะกับธุรกิจ หรือโลกกับธรรมะต้องไปด้วยกัน อย่างพระพุทธเจ้าตอนจะปรินิพพาน ท่านยังบอกว่า ให้ทำประโยชน์ส่วนตน กับประโยชน์ส่วนท่านไปพร้อมๆ กัน
"ประโยชน์ส่วนตนคือ มองในแง่ที่ว่า เราทำมาหาเงิน ด้วยสัมมาอาชีวะ แล้วเราก็ปฏิบัติธรรม ประโยชน์ท่าน คือ เราพอมีแล้ว ก็เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่คนอื่นบ้างตามเหตุการณ์ แล้วเราก็ปฏิบัติธรรมไปด้วย เพราะว่าการปฏิบัติธรรมนั้น เวลามีเหตุอะไรที่ทำให้การค้าไม่ดี หรือลูกน้อง ลูกๆ ทำอะไรไม่ถูกใจ ที่ทำให้เราไม่สบายใจ เราก็ต้องปฏิบัติธรรม นั่นคือ ต้องปล่อยวางบ้าง ไม่เอามายึดจนแน่นเกินไป ถ้าเราไม่ปล่อย ยึดไว้มากก็จะทำให้เป็นโรคหัวใจ โรคประสาท นอนไม่หลับ มึนหัว โรคอื่นก็ตามมา ก็คือ เบาหวาน ความดัน
"ดังนั้น ธุรกิจกับธรรมะมันต้องไปด้วยกัน เพราะเรื่องทางโลกก็วุ่นวายอยู่แล้วเป็นธรรมชาติ เราก็ต้องเอาธรรมะมาดับความวุ่นวาย คือการปล่อยวาง มองเห็นสัจธรรมความจริงว่า มนุษย์เราก็เป็นอย่างนี้นี่เอง"
การทำธุรกิจอุปโภคบริโภคเกี่ยวกับสมุนไพรของเธอจึงดำเนินมาเช่นนี้ตลอด 30 กว่าปี ไม่เพียงแค่สนใจในการเจริญเติบโตของธุรกิจส่วนตนก็หาไม่ เธอยังสนใจที่จะสนับสนุน ส่งเสริมผู้ที่ทำธุรกิจเช่นนี้ เติบโตไปพร้อมๆ กันด้วย เมื่อถามถึงคู่แข่งในตลาดสมุนไพร เธอบอกว่า ไม่มีคู่แข่ง มีแต่คู่ค้า เพราะอยากให้คนไทยได้ใช้สมุนไพรที่ดี กลับสู่ธรรมชาติ เนื่องจากทั่วโลกเขาเห็นและใช้ประโยชน์จากสมุนไพรกันมากแล้ว หากคนไทยไม่ใช้ก็จะเสียประโยชน์ไป ไม่ว่าจะเป็นของยี่ห้อใดก็ใช้เถอะ ส่วนใหญ่ดีทั้งนั้น
หรือว่า นี่คือวิสัยทัศน์ของคนทำธุรกิจแนวใหม่ ที่จะก้าวไปด้วยกัน ทั้งผู้ผลิต ผู้บริโภค และประเทศ...
ดังที่เธอกล่าวกับเราว่า มันต้องไปด้วยกัน เพราะทุกคนคือพี่น้องกันทั้งนั้น
"ตอนนี้อยู่ในช่วง คสช. คืนความสุขให้ประชาชน เหตุการณ์ต่างๆ ก็คลี่คลายมากขึ้น ประชาชนก็มีความสุขมากขึ้น มองเห็นแสงอยู่ปลายอุโมงค์ ก่อนหน้านี้ จะออกไปทางไหน จะว่ากลุ้มใจก็ไม่กลุ้ม แต่มันเป็นกังวลว่าบ้านเมืองจะไปทางไหน ประเทศชาติจะเป็นอย่างไร เพราะเศรษฐกิจก็ไม่ดี พังมาก่อนหน้านั้นอีก แล้วก็พังเรื่อยมา ก่อนหน้านี้ก็แบ่งเป็นสองฝักสองฝ่าย เราก็เป็นประชาชน เป็นมดตัวเล็กๆ ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร แต่ละทางก็ใส่ไฟตรงกันข้ามกัน พอทหารเข้ามา เราก็เห็นว่า หาทางออกที่ดีได้แล้ว จิตใจก็ค่อยโล่งขึ้นสักหน่อย แต่เศรษฐกิจต้องอาศัยเวลาสักหน่อย"
ส่วนจิตใจประชาชน หรือผู้ประกอบธุรกิจล่ะเป็นอย่างไร สุนันทากล่าวว่า ก็ปลอบใจตัวเองว่า ไม่ใช่แต่เพียงบริษัทเรา คนอื่นเขาก็เป็นเหมือนกัน เราก็ต้องช่วยกันประคองจิตใจไปพร้อมๆ กับเศรษฐกิจไม่ให้เลวร้ายไปกว่านี้
"ในบริษัทเราเอง ก็นิมนต์พระมาแสดงธรรมให้พนักงาน ฟังกันทุกเดือน ให้พนักงานมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม จัดโต๊ะ จัดไฟ จัดเก้าอี้มาเรียงให้ผู้ที่มาฟังธรรม ทั้งภายในบริษัทและคนนอก ใครอยากมาฟังก็เปิดโอเพ่นเลย จัดอาหารมาเลี้ยง มีหนังสือธรรมะมาแจกกัน ถ้าเขาอยากทำบุญก็มีกล่องบุญให้ แล้วถวายพระอาจารย์ไป นี่คือกิจกรรมหนึ่งของดอกบัวคู่ให้พนักงาน มีกิจกรรมร่วม ไม่ใช่ว่าทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือทำงานอย่างเดียว แล้วก็เครียด เครียดแล้วก็ไม่สบายไปหาหมอ เราไม่ใช่ เราให้ภูมิคุ้มกันสุขภาพกายใจตั้งแต่ต้นทาง เดือนหนึ่งเราจัดครั้งหนึ่ง หรือสองครั้ง
"การจัดฟังธรรมและปฏิบัติธรรมในบริษัท เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2552 แต่จริงๆ เริ่มอย่างไม่เป็นทางการเมื่อปี 2547 แต่ด้วยความที่พระอาจารย์ที่นิมนต์มาประจำ ท่านมาบ้าง ไม่มาบ้าง เลยหยุดไปพักหนึ่ง แล้วมาเริ่มจริงๆ หลังจากนั้น 5-6 ปี เพราะเราอยากให้ทุกคนมาฟังธรรม การให้ธรรมะเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง เป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ ก็เลยถือหลักนี้ ให้เขามีธรรมะ มีดวงตาเห็นธรรมดีกว่าสิ่งใดทั้งหมด เราก็ได้บุญได้กุศลเกาะเขาไปด้วยกัน ไปด้วยกันหลายๆ คน สนุกดี"
นั่นคือ วิสัยทัศน์ของเจ้าของธุรกิจที่มีธรรมนำทาง และใช่ว่า มีธรรมแล้วจะไม่มีอุปสรรค แต่เมื่อมีอุปสรรค ธรรมะนำมาใช้ได้อย่างไร นั่นคือ ความหมายของธุรกิจกับธรรมต้องไปด้วยกัน
------------------------
'พอมีธรรมะ ก็ไม่หมกมุ่น หรือวุ่นวายกับปัญหามากจนเกินไป'
จักรพรรดิ ลีเลิศพันธ์ กรรมการผู้จัดการ โรงแรม ทวินโลตัส รีสอร์ท แอนด์สปา เกาะลันตาใหญ่ จ.กระบี่ ลูกชายคนโตของ สุนันทา ลีเลิศพันธ์ ประธาน บริษัท ดอกบัวคู่ จำกัด เล่าย้อนไปถึงเหตุการณ์สึนามิในวันนั้นว่า ประมาณ 10 โมงเช้าของวันนั้น กำลังนั่งกินข้าวอยู่ที่ภัตตาคาร แล้วก็มองไปที่หน้าหาด
"อากาศดี แจ่มใส ลมเอื่อยๆ สิ่งที่เห็นคือ น้ำค่อยๆ ลดลงไปทีละนิด ผมไม่ได้สังเกตอะไร จนกระทั่งเห็นสันคลื่น ก็ตกใจ ลูกน้องกำลังลากเรือคยัคลงทะเลเพื่อให้แขกไปเล่น ผมรีบลงไปบอกลูกน้องว่า คลื่นมาแล้ว รีบขึ้นมาเร็ว หลังจากนั้นคลื่นก็สูงขึ้นมาประมาณ 2-3 เมตร แต่น้ำลดลงไปประมาณ 500 เมตร คลื่นแรกมาครึ่งหาด 200 เมตร ก่อนถึงฝั่ง ปลานอนเกยทรายเต็มไปหมด คนไม่เคยเห็นปรากฏการณ์เช่นนี้ รวมทั้งผมด้วย แปลกใจมาก คนก็เดินลงมาในหาดกันหมด เต็มหาดเลย มาดูเหตุการณ์ที่แปลกประหลาด ไม่คิดว่ามันคือสึนามิ เพราะประเทศไทยไม่เคยคิดว่าจะมีสึนามิ แผ่นดินไหว ไม่เคยคิด
"แล้วเหตุการณ์ก็แรงขึ้นเรื่อยๆ ปลาที่อยู่ในทะเล คลื่นซัดมาอยู่บนฝั่ง ฝรั่งเห็นคลื่น ชอบใจปรบมือ ผมก็ปรบมือเหมือนกัน ฝรั่งปรบมือไป ก็โยนปลาลงทะเลไป คลื่นแรงขึ้นเรื่อยๆ จนผมรู้สึกว่า มันผิดปกตินะ เลยเดินกลับไปยังรีสอร์ท ตอนเดินกลับ มีคลื่นมาตลบหลังผมหน่อยหนึ่ง พอเห็นคลื่นมาก็ไปหลบหลังตึก เลยไม่เป็นอะไร"
จักรพรรดิ ย้อนช่วงเวลาดังกล่าว ราวกับเพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อวานนี้
"ปรากฏการณ์น้ำล้นทะเล เอ่อขึ้นมาเร็วมาก ประมาณ 1.50 เมตร ไม่แรงแต่ต่อเนื่อง ผมเลยประสานงานกับกองทัพเรือ เขาถามว่า เป็นอย่างไร พอที่จะช่วยเหลือตนเองได้ไหม ถ้าดูแลตัวเองได้ ก็ดูแลตัวเองไปก่อน เกาะภูเก็ตโดนหนักเลย เสียหายเยอะมาก ตอนนั้นคิดว่าเราโดนฝั่งเดียว คือกระบี่ ผมก็อึ้ง บอกกองทัพเรือไปว่า เราดูแลตัวเองได้ ช่วงเวลานั้น เกิดโกลาหลแล้ว คนบาดเจ็บเยอะขึ้น เสียหายเยอะ ทั้งน้ำทะเลกระแทกเข้ามาแรงมาก คือทุกอย่างมันปั่นป่วน คนเราก็วุ่นวายไปหมด ไฟก็ดับ กว่าจะกลับมาสู่สภาพปกติ ใช้เวลานาน เราต้องยกเลิกแขก ไม่พร้อมที่จะรับแขก ณ เวลานั้น ก็เท่ากับว่า เราต้องปิดรีสอร์ทไปโดยปริยาย ในปีนั้นเลย"
ธรรมะช่วยได้อย่างไรในขณะนั้น เขาเล่าว่า ช่วยในเรื่อง ความมีสติ การวางแผนที่ฉับพลัน ในเหตุการณ์ช่วงนั้น ถ้าไม่มีธรรมะ ก็คงตกใจตื่น ประสานงานอะไรไม่ได้
"เมื่อมีสติ เราได้ช่วยคนเยอะ ผมให้ลูกน้องเรียกรถบัสมารับลูกค้าไปที่โรงแรมทวินโลตัส นครศรีธรรมราช ซึ่งตอนนี้ ผมดูแลอยู่ และที่เกาะลันตา คุณปิติ น้องชายผมดูแลต่อ ครั้งนั้น เรายังเอารถบัสของโรงแรมเราไปช่วยแขกโรงแรมอื่นอีก 200 คน จากรีสอร์ทข้างๆ ไปขึ้นฝั่ง กลับกรุงเทพฯ
"นอกจากนี้ทุกๆ หน่วยงานช่วยเราดี ไม่ว่าจะเป็นทางจังหวัด หรือทางสถานทูต ก็ให้ความช่วยเหลือลูกค้า กลับสู่ประเทศของเขาโดยสวัสดิภาพ คือ พอเรามีธรรมะ เราก็ไม่หมกมุ่น หรือวุ่นวายกับปัญหามากจนเกินไป แม้ว่าช่วงเวลานั้นจะวุ่นวาย แต่เรามีสติกันทั้งบ้าน ในการทำแผนอะไรต่างๆ เพื่อที่จะผ่อนหนักให้เป็นเบา เรื่องความเสียหาย ณ เวลานั้นก็ต้องทำใจ อย่างแรกคือ ไม่มีใครบาดเจ็บ ไม่มีใครเสียชีวิต ทรัพย์สินเป็นเรื่องปกติ ที่คลื่นกระแทกก็พัง เราก็ซ่อมแซมใหม่ มีคุณพ่อกับคุณแม่ให้กำลังใจด้วย ยังสามารถเดินต่อไปได้"
------------------------
(คุยนอกกรอบ : 'ธรรมะกับธุรกิจต้องไปด้วยกัน' สุนันทา ลีเลิศพันธ์ : เรื่อง...มนสิกุล โอวาทเภสัชช์ / ภาพ...สุกล เกิดในมงคล)



