
คสช.ชี้ใบปลิวโจมตีไม่ใช่วิธีสังคมยอมรับ
คสช.ชี้ใบปลิวโจมตีไม่ใช่วิธีสังคมไทยยอมรับ แนะมีช่องทางมากมายรับเรื่องร้องเรียนที่เหมาะสม ยันไม่กระทบ พร้อมไม่หนักใจหลังรมว.กต.สหรัฐจี้ไทย
ที่หอประชุมกองทัพบก เทเวศร์ วันที่ 15 ส.ค.2557 พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีมีผู้โปรยใบปลิวโจมตีคสช. ที่บริเวณถนนราชดำเนินนอก หน้ากองบัญชาการกองทัพบก ช่วงเช้ามืดวันที่ 15 ส.ค. ว่า ตนยังไม่ได้เรียนเรื่องนี้ให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช.ทราบ เมื่อช่วงเช้ามีการประชุมคาดว่าอาจจะได้รับรายงานแล้ว
"นอกจากนี้ในแต่ละพื้นที่เรามีเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเรื่องความปลอดภัยอยู่แล้วในทุกพื้นที่ เราก็คงต้องขอความร่วมมือ ขอให้เห็นใจด้วยว่าอะไรที่ทำให้เกิดความวุ่นวาย และเกิดความเข้าใจผิดเรื่องต่างๆเหล่านี้เราสามารถพูดคุยกันได้ การใช้ใบปลิวโจมตีไม่ใช่วิธีการที่สังคมไทยยอมรับ และขอออย่าทำให้สังคมไทยกลับมาวุ่นวายกับเรื่องเหล่านี้เลย ไม่ว่าจะเป็นใบปลิวอะไรก็แล้วแต่เพราะการทำแบบนี้สร้างความสกปรกให้กับถนน" พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าว
เมื่อถามว่าลักษณะข้อความที่เผยแพร่คล้ายกับที่เคยมีการโจมตีที่สำนักงานป.ป.ช. พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวว่า ตนยังไม่ขอลงรายละเอียด เพราะยังไม่เห็นข้อความ ซึ่งการดำเนินการอะไรก็แล้วแต่เราต้องดูที่วิธีการ ข้อความเป็นสิ่งที่สร้างขึ้นมาของคนที่ต้องการได้ในสิ่งที่อยากได้ อาจจะเป็นความคิดของเขาเอง หรือสิ่งที่อยากจะให้มีคนคิดแบบเดียวกัน แต่ในสังคมโดยรวมวิธีการแบบนี้ไม่เป็นที่ยอมรับและไม่ควรที่จะมีการดำเนินการในลักษณะดังกล่าว
"ทั้งนี้ คสช.มีช่องทางมากมายที่เปิดให้ร้องเรียนที่เป็นช่องทางที่เหมาะสม เราก็ยินดีรับฟัง ส่วนการดำเนินการกับผู้ที่กระทำผิดนั้น ทางเรามีเจ้าหน้าที่ที่ดูแลในเรื่องนี้อยู่แล้ว" พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าว
ทั้งนี้พ.ต.ท.อนุรักษ์ พิมพา สว.สส.สน.นางเลิ้งรับแจ้งเหตุมีคนร้ายโปรยใบปลิวโจมตีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่บริเวณถนนราชดำเนินนอก หน้ากองบัญชาการกองทัพบก โดยพบใบปลิวโปรยยาวตั้งแต่แยกจปร.ถึงแยกมัฆวาน แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ จึงนำกำลังไปตรวจสอบทันที ที่เกิดเหตุพบใบปลิวขนาดเล็กจำนวนกว่า 100 แผ่นกระจายอยู่หน้าประตูทางเข้ากองบัญชาการกองทัพบก ข้อความส่วนใหญ่เป็นการต่อต้านการรัฐประหาร พร้อมกับโจมตีคสช. พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.และหัวหน้าคสช. อีกทั้งยังโจมตีการทำงานของเจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมีชื่อกลุ่มเสรีไทยลงท้ายที่มุมขวาล่างของกระดาษ ทางพนักงานกวาดขยะของกรุงเทพมหานครเร่งเก็บกวาดก่อนที่ประชาชนจะตื่นไปทำงานซึ่งจะส่งผลให้การจราจรติดขัดและยากต่อการเก็บกวาดไปมากกว่านี้
พ.ต.ท.อนุรักษ์กล่าวว่า ปกติทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.นางเลิ้งจะไปประจำจุดที่หน้ากองบัญชาการกองทัพบกทุกวัน เพื่อดูแลความเรียบร้อยที่จุดดังกล่าว โดยจะเริ่มประจำจุดในเวลา 06.00 น. เมื่อมาประจำจุดก็พบใบปลิวจำนวนมากตกเกลื่อนเต็มพื้นถนน จึงตรวจสอบเก็บไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นพบว่าคนร้ายโปรยใบปลิวในช่วงเวลา 04.20 น. ซึ่งทางเจ้าหน้าที่กำลังไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบจุดเกิดเหตุ เพื่อหาว่าคนร้ายเป็นใครและใช้ยานพาหนะใดก่อเหตุ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าคนร้ายเจตนาโปรยใบปลิวที่หน้ากองบัญชาการกองทัพบกเพื่อโจมตีการทำงานของคสช. แต่ด้วยความที่มีรถวิ่งผ่านไปมาและลมพัดทำให้กระดาษใบปลิวกระจายเกลื่อนเต็มถนน ซึ่งจะได้หาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
วินธัยชี้ไม่กระทบคสช.
พ.อ.วินธัย สุวารี ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวว่า ถึงวันนี้ก็ยังมีประชาชนบางส่วนที่ต้องการแสดงออก แต่เชื่อว่าประชาชนและสังคมส่วนใหญ่มีความเข้าใจว่าสิ่งที่ คสช.ได้ทำนั้น ก็เพื่อผลประโยชน์ของประเทสและประชาชนอย่างแท้จริง
ผู้สื่อข่าวถามว่านอกจากความเห็นที่แตกต่างแล้วเรื่องการโจมตีการทำงานของคสช.น่าจะมีสาเหตุมาจากอะไรอีกบ้าง พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ในส่วนของทีมประชาสัมพันธ์ที่ได้ศึกษาและรับข้อมูลข้อสงสัยต่าง ๆ นั้นยังไม่มีสาเหตุอื่น แต่ก็พยายามทำความเข้าใจกับทุก ๆ กลุ่ม
สำหรับการเคลื่อนไหวต่อต้านและโจมตีการทำหน้าที่ของ คสช.จะมีผลต่อการพิจารณายกเลิกการประกาศใช้กฎอัยการศึกด้วยหรือไม่ พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีผลเพราะเป็นคนละส่วน ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าการโปรยใบปลิวโจมตีดังกล่าวมีลักษณะเดียวกับที่จ.นนทบุรีนั้น เรื่องนี้ก็ต้องถามฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเท่าที่ทราบก็พอมีข้อมูลอยู่บ้าง ดังนั้นขั้นตอนการดำเนินการก็ต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งในส่วนของฝ่ายประชาสัมพันธ์ ยังไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องดังกล่าว
เมื่อถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นการฝ่าฝืนกฎอัยการศึกหรือไม่และจะมีการดำเนินการลงโทษหรือดำเนินการอย่างไร พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ไม่ได้ใช้มาตรการการบังคับอย่างเดียวแต่ใช้การสร้างความเข้าใจ ซึ่งก็ต้องดูเป็นสถานการณ์ โดยที่ผ่านมาก็พยายามอะลุ่มอล่วยอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเมื่อเกิดเหตุลักษณะนี้ก็แสดงว่าอาจจะยังมีความไม่เข้าใจก็ต้องพยายามทำความเข้าใจ ผู้ที่ดำเนินการคงต้องการแสดงให้สังคมเห็นว่าแต่ละคนยังมีความเคลื่อนไหวอยู่ แต่เชื่อว่าสังคมสามารถพิจารณาตัดสินได้ เพราะปัจจุบันสังคมส่วนใหญ่ก็เป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่รัฐ ประชาชนทั่วไปเองก็เข้าใจว่าเจ้าหน้าที่รัฐทำงานโดยไม่มีอคติใด ๆ และมีความตั้งใจให้กับทั้งประชาชนและประเทศ
ส่วนการดำเนินการกับผู้โปรยใบปลิวนั้น พ.อ.วินธัย กล่าวว่า เป็นดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายสืบสวน ซึ่งระยะหลังแม้จะมีการกระทำที่เข้าข่ายการกระทำผิดแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้ใช้มาตรการเชิงบังคับ ส่วนใหญ่จะใช้ลักษณะการว่ากล่าวตักเตือนและทำความเข้าใจรวมทั้งขอความร่วมมือ ซึ่งมีน้อยรายที่จะใช้มาตรการทางด้านกฎหมายบังคับ
ผู้สื่อข่าวถามว่ากองทัพกังวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่ เพราะอาจเกิดพฤติกรรมเลียนแบบขึ้นอีกในอนาคต พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ความเห็นต่างและแสดงออกในลักษณะที่เกิดขึ้นนี้ยอมรับว่ายังมีอยู่บ้าง ใน 2 ลักษณะ อาจจะเป็นในเครือข่ายโซเชียล บางครั้งก็แสดงออกในเชิงกายภาพ แต่ก็ถือว่ายังเป็นสัดส่วนที่น้อย แต่กองทัพไม่อาจจะบอกได้ว่าให้ความสำคัญมากหรือน้อย แต่ก็ถือว่าถ้ายังมีการเคลื่อนไหวในลักษณะดังกล่าวทางส่วนที่มีหน้าที่ทำความเข้าใจก็ต้องทำงานต่อเนื่องต่อไป
“เรื่องพฤติกรรมเลียนแบบเราก็มองอยู่ แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่ยังไม่เกินที่เจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่ประเมินไว้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจประเมินไว้ว่าน่าจะมีการแสดงออกบ้าง มีการสื่อสารทางโซเชียลบ้างเพื่อแสดงออกให้เห็นว่ามีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน ซึ่งแต่ละคนก็มีวิธีการแสดงออกแตกต่างกัน บางคนก็ใช้วิธีการทำเป็นหนังสือ แต่บางคนก็อาจใช้วิธีการตำหนิ ใช้คำไม่สุภาพผ่านทางโซเชียลหรือใบปลิวเพื่อโจมตีดิสเครดิต ทำลายความน่าเชื่อถือกัน และมั่นใจว่าฝ่ายความมั่นคงยังคุมสถานการณ์ได้ คสช.เชื่อว่าการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นไม่กระทบต่อการทำงานของคสช.ถือเป็นการแสดงออก ไม่เกินระดับเป็นแค่การแสดงออก ซึ่งเชื่อว่าสังคมส่วนใหญ่เข้าใจ แม้บางคนจะเห็นต่างก็เสียสละก็ทำตามข้อตกลงตาม คสช.”
ส่วนการเข้ามาโปรยใบปลิวโจมตี คสช.ถึงหน้า บก.ทบ.ถือเป็นการเหยียบถ้ำเสือหรือไม่ พ.อ.วินธัย กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ได้คิดเช่นนั้น เพียงแต่คนที่เห็นต่างต้องการแสดงออกส่วนจะเป็นกลุ่มใดนั้นต้องถามเจ้าหน้าที่ตำรวจ สำหรับกลุ่มที่ยังเคลื่อนไหวโจมตี คสช.ในต่างประเทศนั้นเจ้าหน้าที่ก็ดูเป็นกรณี ถ้าต้องสงสัยว่าทำความผิดซึ่งมีการออกหมายแล้วก็ต้องดำเนินการต่อไปเท่าที่ทำได้ในความตกลงระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นหน้าที่ของตำรวจและสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งวันนี้แนวร่วมของกลุ่มที่เห็นต่าง รวมทั้งกลุ่มเสรีไทยนั้นไม่ได้รับข้อมูลว่ามีการขยายวงมากขึ้น เท่าที่เห็นอยู่ก็เป็นกลุ่มเดิม ซึ่งลักษณะการโปรยใบปลิวดังกล่าว ถือเป็นกิจกรรมที่ฝ่ายไม่เห็นด้วยต้องการแสดงออก และการโปรยใบปลิวที่หน้า บก.ทบ.คงเป็นเพราะครั้งที่แล้วที่จ.นนทบุรีไม่ได้รับการตอบรับจากกระแสเท่าที่ควร เช่นเดียวกับกรณีการกล่าวโจมตีคสช.ของ น.ส.กฤชสุดา คุณะเสน เพราะส่วนใหญ่เข้าใจว่าวัตถุประสงค์ที่แท้จริงต้องการอะไร จึงมีการเปลี่ยนสถานที่โปรยใบปลิว
ไม่หนักใจหลังรมว.กต.สหรัฐจี้ไทย
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวถึงกรณีที่นายจอห์น แคร์รี รมว.ต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ระบุว่าขณะนี้ประชาธิปไตยของประเทศไทยเดินถอยหลังตั้งแต่มีการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค.รวมถึงเรียกร้องให้ทางการไทยยกเลิกข้อจำกัดต่างๆในการแสดงออกและการเคลื่อนไหวทางการเมือง ว่า เรากำลังดำเนินการตามโรดแมป ซึ่งเรื่องดังกล่าวเราอาจจะต้องมีการประสานงานกับกระทรวงต่างประเทศ ในเรื่องการทำความเข้าใจซึ่งเราก็ได้มีการดำเนินการทำอย่างต่อเนื่อง แต่ต้องเข้าใจว่าบางครั้งมีข้อมูลใหม่ๆและข้อมูลอื่นๆเข้ามาตลอดเวลา ดังนั้นการสร้างความเข้าใจจึงต้องดำเนินการอยู่
ส่วนการที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ มีการทำเรื่องเสนอคสช.ว่าควรจะต้องจัดตั้งคณะทำงานพิเศษขึ้นมาดำเนินการเรื่องต่างประเทศ เนื่องจากกระทรวงการต่างประเทศไม่เข้าใจในเรื่องของกระบวนการ และคสช.ก็ไม่สามรถอธิบายกับต่างประเทศได้ พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวว่า คงไม่ใช่ลักษณะนั้น ในส่วนการสร้างความเข้าใจคสช.มีกลไกปกติของภาครัฐอยู่แล้ว ทั้งกระทรวงการต่างประเทศ ฝ่ายความมั่นคง กระทรวงพาณิชย์ หรือคณะทูตต่างๆ ที่มีอยู่ในนามของภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งกลไกที่เรามีอยู่ในโครงสร้างก็ดีอยู่แล้ว ไม่เช่นนั้นตั้งแต่วันทำรัฐประหารในวันที่ 22 พ.ค. แรงกดดันต่างๆจากประเทศที่ไม่เข้าใจก็จะต้องลึกลงเรื่อยๆแล้ว
เมื่อถามย้ำว่านายจอห์น แคร์รีออกมาพูดในลักษณะดังกล่าวเป็นครั้งที่สอง พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวว่า ไม่เป็นไร คนที่มีหน้าที่สร้างความเข้าใจก็ต้องทำงานหนักในเรื่องนี้ต่อไป เพราะเรื่องนี้เป็นนโยบายของคสช. ที่ต้องใช้การสร้างความเข้าใจในทุกข้อเรียกร้อง ให้เข้าใจเพราะเรามีโรดแมปที่ชัดเจนแล้ว และเราก็ได้แสดงเจตนารมณ์ของคสช.ที่ชัดเจนแล้วทั้งการตั้งสภาปฎิรูปแห่งชาติ (สปช.) การตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งเราไม่ได้เบี่ยงเบนไปในทิศทางไหนเราเดินหน้าตามที่เราประกาศไว้ ซึ่งในหลายประเทศก็เข้าใจและเห็นความจริงใจและเจตนารมณ์เหล่านี้ แต่อาจมีบ้างที่บางประเทศอาจจะไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่หนักใจและเกินความสามารถที่คนที่มีหน้าที่โดยตรงจะเข้าไปดำเนินการหลักในเรื่องเหล่านี้
หัวหน้าคสช.พบนักลงทุนต่างชาติ
ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้นำนักธุกิจ นักลงทุนไทยและต่างชาติ 26 บริษัท ที่ลงทุนในประเทศไทยมายาวนานเดินทาง เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์หัวหน้า คสช.
ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวต้อนรับ และขอบคุณนักลงทุนที่ให้เกียรติประเทศไทย คสช. คนไทย และกองทัพในการมาเยือนถึงกองบัญชาการกองทัพบก ถือว่าเป็นผู้ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ต่อประเทศไทย ทั้งในวันนี้และในอนาคต ยืนยันว่าการทำงานของสภาธุรกิจตลาดหุ้นไทย ที่ผ่านมาได้ประสานความร่วมมือ กับภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง ทั้ง 7 องค์กร 25 ผู้ลงทุน คือหัวใจของประเทศไทย และการค้าที่ดีระหว่างกัน ทั้งนี้สภาธุรกิจตลาดหุ้นไทย ทำการพัฒนาให้ตลาดหุ้น มีความเจริญเติบโต ยั่งยืนขึ้นไป และร่วมมือกับผู้ประกอบการ ทำประโยชน์ให้กับสังคม ดูแลผู้ด้อยโอกาสอย่างต่อเนื่อง โดยมูลค่าการลงทุนของนักธุกิจต่างชาติที่มาลงทุน ในประเทศไทยจำนวน 16 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ถือว่าเป็นวงเงินที่สูงมาก แต่ตนอยากให้มูลค่าการลงทุนในประเทศไทยสูงถึง 32 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในอนาคตโดยเร็ว



