ข่าว

อะไรๆ ก็โรนัลโด

อะไรๆ ก็โรนัลโด

16 ส.ค. 2557

สปอร์ต คม วีกเอนด์ : อะไรๆ ก็โรนัลโด

 
                           ศึกยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ นัดชิงชนะเลิศ จบลงไปตามคาดด้วยชัยชนะของ "ราชันชุดขาว" รีล มาดริด แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่มีเหนือทีมร่วมลาลีกาอย่าง เซบีญา แชมป์ยูโรปาลีก 2-0 สิ่งที่น่าสนใจคือรูปแบบการเล่นของรีล มาดริด ที่เป็นโฉมใหม่เมื่อมี โทนี โครส กับ ฮาเมส โรดริเกซ เข้ามาเป็นตัวหลัก
 
                           ความสำเร็จของรีล มาดริด ในนัดนี้ แน่นอนว่าทั้ง โครส, ฮาเมส หรือว่า แกเรธ เบล ต่างก็มีส่วนในชัยชนะ แต่สุดท้ายนักเตะที่โดดเด่นที่สุดของ รีล มาดริด ก็ยังเป็น คริสเตียโน โรนัลโด อยู่ดี ทั้งๆ ที่การเตรียมพร้อมในซีซั่นนี้ของเจ้าตัวเพิ่งใช้เวลาเพียงไม่นาน ก็ยังคงสไตล์ของตัวเองพร้อมกับทำ 2 ประตูสำคัญให้ทีม
 
                           เกมซูเปอร์ คัพ ที่คาร์ดิฟฟ์ อาจจะเป็นการเล่นที่บ้านเกิดของ แกเรธ เบล หรืออาจจะเป็นการเปิดตัว ฮาเมส โรดริเกซ อย่างเป็นทางการ แต่เป็น คริสเตียโน โรนัลโด ที่ได้ฉลองความสำเร็จและผลงานของตัวเองแบบเต็มๆ
 
                           ที่สำคัญคือนักเตะเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์รายนี้ ดูจะเรียกความฟิตกลับมาได้อย่างเต็มที่ จะบอกว่าฟิตเต็มๆ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมาเลยก็ว่าได้ เพราะหลังเดือนเมษายนเป็นต้นมา โรนัลโด มีปัญหาเรื่องการบาดเจ็บ และการบาดเจ็บมาตลอด ซึ่งก็ติดตัวไปจนถึงศึกฟุตบอลโลกที่บราซิลครั้งที่ผ่านมา 
 
                           เหลือเชื่อที่ก่อนเกมที่คาร์ดิฟฟ์ โรนัลโด เพิ่งจะลงสนามในเกมปรีซีซั่นของ "กาลักติกอสโฉมใหม่" เพียงแค่ 17 นาทีเท่านั้น แต่เกมที่คาร์ดิฟฟ์ ก็ได้เห็นกันแล้วถึงความฟิตและความเฉียบคม แต่ก็ต้องยอมรับว่าการที่ โรนัลโด ฉายฟอร์มเด่นได้อีกครั้ง เป็นเพราะความเป็นผู้นำและเพื่อนร่วมทีมก็ให้ความร่วมมืออย่างดีเยี่ยม จะเห็นได้ว่านักเตะของรีล มาดริด คนอื่นๆ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้เล่นที่ลงมาเล่นร่วมกับโรนัลโด เท่านั้น แต่เป็นการลงมาเล่นเพื่อ โรนัลโด อย่างชัดเจน
 
                           ประตูแรกที่เกิดขึ้นก็เป็นการประสานงานกันของ ฮาเมส มาจนถึง เบล ก่อนจะไปจบที่ โรนัลโด เรียกได้ว่าแค่มองตาก็รู้ใจ ซูเปอร์สตาร์โปรตุกีส รู้ดีว่าเรื่องความเร็วเป็นต่อกองหลังเซบีญาอีกแล้ว และการออกวิ่งไปที่เสาไกล ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่ เบล จะผ่านบอลมาให้ชาร์จสู่ก้นตาข่าย
 
                           ขณะที่ประตูที่สองมาจากการผ่านบอลของ คาริม เบนเซมา เมื่อเป็นช่องว่างที่ โรนัลโด จะสามารถเข้าทำประตูได้ เป็นช่องระหว่าง นิโคลัส ปาเรฆา กับ โกเก เพียงเล็กน้อย นักเตะชั้นยอดอย่าง โรนัลโด ก็สามารถทำให้เป็นประตูได้
 
                           2 ประตูที่เกิดขึ้นในเกมนี้ส่งผลให้ โรนัลโด ข่ม ลิโอเนล เมสซี คู่แข่งที่บาร์เซโลนาได้อีกครั้ง ด้วยการยิงประตูในเกมยุโรปแซงหน้าไปก่อนแล้ว ด้วยจำนวน 70 ประตู ทั้งที่เมื่อเดือนเมษายนปี 2012 หรือเมื่อ 2 ปีที่แล้ว โรนัลโด ยังมีสถิติตามหลัง เมสซี อยู่ถึง 18 ประตู จากนั้นก็ร่นระยะลงมาเรื่อยๆ ด้วย 12 ประตูในฤดูกาลถัดมา ก่อนจะพังสถิติด้วยการยิง 17 ประตูในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ส่งผลให้ยิงเป็น 68 ประตูเท่ากัน
 
                           2 ประตูในเกมซูเปอร์ คัพ ที่คาร์ดิฟฟ์ เป็นสองประตูที่ใช้แซงดาวดังอาร์เจนไตน์ โดยเป็นประตูในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 68 ประตู และอีก 2 ประตูจากเกมซูเปอร์ คัพ ล่าสุด ขณะที่ของเมสซี เป็น 67 ประตูในแชมเปี้ยนส์ลีก และอีก 1 ประตูในซูเปอร์ คัพ
 
                           ถึงตอนนี้ตามหลังสถิติของ ราอูล กอนซาเลซ อดีตตำนานของรีล มาดริด และชาลเก อยู่เพียงแค่ 6 ประตูเท่านั้น
 
                           ขณะที่สถิติโดยรวมที่ โรนัลโด เล่นให้ รีล มาดริด ก็ยังเป็นสถิติที่เหลือเชื่อเมื่อยิงได้ถึง 254 ประตูจาก 247 นัดที่ลงสนาม
 
                           หลังจากช่วงซัมเมอร์ที่ค่อนข้างล้มเหลวในฟุตบอลโลกครั้งที่ผ่านมา ตอนนี้ดูเหมือนว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะกลับมาเข้าทาง โรนัลโด อีกครั้ง เมื่อมีแชมป์โลกอย่าง โทนี โครส เข้ามาแบบปักหลักได้ทันที และหากไม่เจ็บไม่แบนคงยึดตำแหน่งตัวจริงเอาไว้ได้อีกนาน 
 
                           ด้าน ฮาเมส โรดริเกซ แม้ว่าจะเป็นหน้าใหม่ แต่มาถึงก็มีส่วนร่วมกับทีมได้ทันที แต่ก็อาจจะเป็นการเริ่มแบบช้าๆ ก่อนที่วันหนึ่งจะก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักอีกคนของทีมรวมดาราโลกชุดนี้ อย่าลืมว่าตอน แกเรธ เบล มาใหม่ๆ ก็เริ่มได้ช้า แต่สุดท้ายกลายเป็นทีเด็ดในเกมสแปนิช คิงส์คัพ และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศ
 
                           อย่างไรก็ตามยังมีสิ่งที่ คาร์โล อันเชล็อตติ เทรนเนอร์รีล มาดริด ชุดนี้ต้องพึงระวังเอาไว้บ้าง นั่นคือเรื่องความฟิตของ โรนัลโด ที่ต้องระวังไม่ให้กรำศึกจนล้าเหมือนในฤดูกาล 2013-14 ที่ผ่านมา ซึ่งในฤดูกาลใหม่ รีล มาดริด จะมีศึกหนักกว่าเมื่อฤดูกาลที่แล้วด้วยซ้ำไปเมื่อต้องลุ้นแชมป์ถึง 6 ถ้วย 
 
                           เรื่องนี้ทั้งสตาฟฟ์โค้ชและทีมแพทย์ของรีล มาดริด จับตามองมาตลอดในช่วงฟุตบอลโลกครั้งที่ผ่านมา เมื่อ โรนัลโด ไม่สามารถเล่นในฟอร์มปกติของตัวเองกับทีมชาติ รวมทั้งยังมีปัญหาเรื้อรังที่หัวเข่าและต้นขา
 
                           จึงเป็นเหตุผลที่ว่า รีล มาดริด พยายามจะให้พักแบบเต็มๆ ช่วงปรีซีซั่นลงสนามกับแมนฯ ยูไนเต็ด ไปเพียงแค่ 17 นาที ซึ่งก็ถือว่าได้ผลกับการคว้าแชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ เป็นแผนการที่ อันเชล็อตติ วางเอาไว้เป็นอย่างดี 
 
                           สิ่งที่ อันเชล็อตติ ต้องทำต่อไปให้ได้คือ ทำให้ โรนัลโด อยู่ในสภาพฟิตเต็มที่ให้ได้จนถึงช่วงเดือนเมษายน และพฤษภาคมปีหน้า ต้องวางแผนให้ดี เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่จะมีเกมถึง 65 นัด ที่ รีล มาดริด ต้องลงสนามในฤดูกาลนี้ และแน่นอนว่าไม่มีทางที่นักเตะคนไหนจะลงสนามได้ขนาดนั้นแน่
 
                           ฤดูกาลที่ผ่านมาถึงจะมีปัญหาความฟิต แต่ โรนัลโด ก็ต้องลงสนามถึง 4,210 นาที ซึ่ง อันเชล็อตติ ตั้งเป้าเอาไว้แล้วว่าไม่ต้องการให้ผู้เล่นคนไหนในทีมต้องลงเล่นมากกว่า 4,000 นาที ดังนั้น อิสโก หรือ เฆเซ น่าจะต้องขึ้นมามีบทบาทมากขึ้น รวมถึง ฮาเมส โรดริเกซ และแกเรธ เบล
 
                           แต่สุดท้ายเมื่อเวลาผ่านไป สำหรับ รีล มาดริด แล้ว อะไรๆ ก็ โรนัลโด อยู่ดี