ข่าว

'นายกฯอิรัก'ประกาศลาออก

'นายกฯอิรัก'ประกาศลาออก

15 ส.ค. 2557

'นายกฯอิรัก' ประกาศลาออกปลดล็อกวิกฤตการเมือง ขณะที่สหรัฐฯประกาศสลายวงล้อมของนักรบสุหนี่บนภูเขาได้แล้ว

 
                    15 ส.ค.57 นายกรัฐมนตรีนูรี อัล-มาลิกิ ของอิรัก ประกาศลาออกจากตำแหน่ง หวังปลดล็อกวิกฤตทางการเมืองที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ขณะที่ผู้นำสหรัฐประกาศสามารถสลายวงล้อมของนักรบสุหนี่บนภูเขาที่มีผู้อพยพติดค้างอยู่หลายพันคนได้แล้ว
 
                    นายกรัฐมนตรีอิรัก นูรี อัล มาลิกิ วัย 64 ปี แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์เมื่อค่ำวานนี้ ประกาศลาออกจากตำแหน่งแล้ว เตรียมเปิดทางให้ไฮดาร์ อัล อาบาดี รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ขึ้นดำรงตำแหน่งแทน และเร่งจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่เพื่อคลี่คลายวิกฤติการเมืองอันยืดเยื้อ ตามคำขอของประธานาธิบดี ฟาอุด มาซุม นอกจากนี้เขาจะล้มเลิกแผนการยื่นฟ้องเอาผิดประธานาธิบดีกรณีไม่ยอมแต่งตั้งเขาเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 3 แม้พรรคของเขาชนะการเลือกตั้งทั่วไปตั้งแต่เดือน เม.ย.
 
                    การประกาศลาออกของอัล-มาลิกิ เป็นการสิ้นสุดการดำรงตำแหน่งนาน 8 ปี หลังจากถูกกล่าวหาว่าเข้าข้างกลุ่มมุสลิมชีอะห์ ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ โดยเขาถือเป็น 1 ในนักการเมืองอาวุโสของประเทศ ที่มีบทบาทอย่างมาก นับตั้งแต่ที่กลับจากการถูกเนรเทศเมื่อปี 2546
 
                    ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐ สนับสนุนให้มีการตัดสินใจเช่นนี้มาแต่แรกแล้ว พร้อมประกาศว่า การตัดสินใจของอัล-มาลิกิมาถูกทางแล้ว และถือเป็นก้าวย่างสำคัญที่จะนำความปรองดองกลับคืนสู่อิรัก
 
                    นอกจากนี้เขาประกาศว่ากองทัพสหรัฐสามารถสลายวงล้อมของนักรบญิฮัดนิกายสุหนี่ กลุ่มรัฐอิสลาม หรือ IS บนภูเขาซินจาร์ทางภาคเหนือของอิรัก ที่มีผู้อพยพหลายพันคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชนกลุ่มน้อยชาวยาซิดีติดอยู่ในวงล้อมได้แล้ว ทำให้ช่วยชีวิตผู้บริสุทธิ์ไว้ได้จำนวนมาก จึงไม่จำเป็นต้องมีปฏิบัติการเพิ่มเติมเพื่ออพยพคนเหล่านั้นลงจากภูเขา แต่จะยังดำเนินภารกิจส่งเครื่องบินไปหย่อนอาหารและสิ่งของจำเป็นให้กับผู้อพยพบนภูเขาต่อไป และการโจมตีทางอากาศเพื่อกำจัดกลุ่มไอเอสที่เริ่มตั้งแต่ 8 ส.ค.ก็จะยังดำเนินต่อไปเพื่อปกป้องชาวอเมริกันและสถานกงสุลสหรัฐในเมืองเออร์บิลที่อยู่ในเขตปกครองชาวเคิร์ด ที่มีการโจมตีของไอเอส
 
                    ก่อนหน้าการประกาศของโอบามา สหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น ได้ประกาศว่าวิกฤตด้านมนุษยธรรมในอิรักอยู่ในขั้นภาวะฉุกเฉินระดับ 3 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด ซึ่งจำเป็นต้องเร่งระดมความช่วยเหลือทั้งสิ่งของและเงินเพื่อให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมแก่ผู้อพยพ ซึ่งประเมินไว้ว่ามีชาวอิรักต้องพลัดถิ่นที่อยู่ภายในประเทศราว 1 ล้าน 2 แสนคนนับตั้งแต่นักรบสุหนี่เริ่มยึดพื้นที่ทางภาคเหนือและตะวันตกของประเทศเมื่อเดือนมิ.ย. และมีผู้อพยพหลายหมื่นคนติดอยู่ในวงล้อมบนภูเขาซินจาร์ แต่สหรัฐประเมินว่าขณะนี้มีผู้อพยเหลืออยู่บนเขาเพียง 4,500 คนและสภาพความเป็นอยู่ดีขึ้นหลังจากได้รับความช่วยเหลือจากอาหารและน้ำที่ส่งไปให้ทางอากาศ
 
                    และคณะมนตรีความมั่นคงของสหประชาชาติจะลงมติวันนี้กำหนดมาตรการตัดกำลังกลุ่มนักรบไอเอสที่ยึดครองพื้นที่บางส่วนในอิรักและซีเรียขณะนี้ ด้วยการสกัดกั้นเงินทุนและการเข้าร่วมของนักรบต่างชาติ
 
 
 
-------------------------------------
 
 
(ภาพ : EPA)