ข่าว

'บิ๊กติ๊ก'ลั่น!พร้อมแสดงบัญชีทรัพย์สิน

'บิ๊กติ๊ก'ลั่น!พร้อมแสดงบัญชีทรัพย์สิน

15 ส.ค. 2557

'บิ๊กติ๊ก' ลั่น!สนช.ฝ่ายทหารพร้อมแสดงบัญชีทรัพย์สิน ระบุรับราชการมากว่า 35 ปี ทุกอย่างมีที่มาที่ไป อุบเสนอชื่อ 'ประยุทธ์' นั่งนายกฯ คาด 3-4 วันน่าจะมีความชัดเจน

 
                   15 ส.ค.57 เมื่อเวลา 09.00 น. ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า พล.ท.ปรีชา จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 3 และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติให้ สมาชิก สนช.แสดงบัญชีทรัพย์สินภายใน 30 วัน ว่า ในส่วนของสมาชิก สนช. ฝ่ายทหารพร้อมที่จะปฎิบัติตามมติชอง ป.ป.ช. เพราะเราปฎิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส บางคนก็รับราชการมา 25 ปีก็มี ส่วนตนรับราชการมา กว่า 35 ปี ทรัพย์สินทุกอย่างมีที่มาที่ไปสามารถเปิดเผยได้ ส่วนการพิจารณาเสนอชื่อบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช.หรือไม่นั้น ยังไม่ทราบ เพราะในส่วนของ สนช.ยังไม่ได้หารือกันถึงเรื่องดังกล่าว คงต้องรอให้มีการประชุม ซึ่งประธานสนช.และรองประธาน สนช.จะเป็นผู้กำหนดหัวการประชุม ส่วนจะได้นายกฯในวันที่ 18 ส.ค.นี้หรือไม่ ยังไม่ทราบ แต่คาดว่าอีก 3-4 วัน น่าจะมีความชัดเจน
 
                   ทั้งนี้ยอมรับว่าการทำงานต่อจากนี้ของตน ต้องระมัดระวังตัวมากขึ้นเพราะพล.อ.ประยุทธ์ มีสถานะเป็นทั้งพี่ชายและผู้บังคับบัญชา
 
                   เมื่อถามว่า หากที่ประชุม สนช.เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ จะโหวตให้คะแนนหรือไม่ พล.ท.ปรีชา กล่าวว่า ให้รอดู เพราะมีหลายช่องทางที่ให้ สมาชิก สนช.เลือกลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนน ร่วมถึงการงดออกเสียง
 
                   พล.ท.ปรีชา ยังกล่าวอีกว่า ในส่วนการจัดสรรเวลาทำงานนั้นไม่มีปัญหา เพราะในส่วนของกองทัพภาคที่ 3 มีผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ที่สามารถปฎิบัติหน้าที่แทนในช่วงที่ตนติดภาระกิจ ประชุม สนช.
 
 
'มทภ.3' เยี่ยมทหารบาดเจ็บราชการสนาม ยกย่องเป็นผู้เสียสละเพื่อประเทศชาติ
 
 
                   เมื่อเวลา 09.00 น. ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า พล.ท.ปรีชา จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 3 และผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 พร้อมคณะได้เดินทางมาเยี่ยมผู้บาดเจ็บจากการปฏิบัติราชการสนามตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีนโยบายให้หน่วยขึ้นตรงกองทัพบกมีกำหนดเยี่ยมผู้ป่วยฯเป็นประจำทุกเดือน และได้อนุมัติมอบเงินบำรุงขวัญให้กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติราชการสนาม รายละ 2,000 บาท ซึ่งในครั้งนี้มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติราชการสนาม จำนวน 39 ราย
 
                   พล.ท.ปรีชา กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจากพล.อ.ประยุทธ์ ให้มาเป็นตัวแทนเยี่ยมเยือนทุกคน เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่าพล.อ.ประยุทธ์ติดภารกิจเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ทุกคนถือเป็นผู้เสียสละเพื่อประเทศชาติ เป็นกำลังพลที่ปฏิบัติงานด้วยความตั้งใจ มุ่งมั่น และเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนร่วมและเพื่อความมั่นคงของประเทศในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งสิ่งนี้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นให้ความห่วงใยมาโดยตลอดโดยเฉพาะพล.อ.ประยุทธ์ อีกทั้งกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ต้องดูแลใกล้ชิด เพราะทราบดีว่าสภาพจิตใจของพวกเราเป็นอย่างไร ทุกคนอาจจะคิดไม่เหมือนกัน แต่มีความตั้งใจมาดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขอแสดงความเสียใจ ผู้ปฏิบัติทุกระดับชั้นห่วงใยเสมอไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เสียชีวิตโดยพยายามหาสิ่งตอบแทนให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต เช่น บ้านพัก ทุนการศึกษาบุตร ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บก็ได้ให้ทางราชการและส่วนที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่แพทย์ของโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และโรงพยาบาลของทหารจำนวน 37 แห่งทั่วประเทศให้การดูแลรักษาทุกคนให้หายเจ็บป่วย ส่วนพลทหารปลดพิการก็จะมีการดูแลต่อไปโดยมีเงินตอบแทนรายเดือนจนกว่าจะเสียชีวิตได้รับสิทธิ์เหมือนกับข้าราชการทหารสัญญาบัตรและทหารชั้นประทวน
 
                   “ขอให้ทุกคนมีกำลังใจที่เข้มแข็ง อย่าไปคิดมาก ขอให้คิดถึงตนเองและครอบครัวให้ดี หากมีปัญหาสิ่งใดต้องการให้ทางราชการช่วยเหลือ ขอให้บอกผู้บังคับบัญชาทุกคนพร้อมช่วยเหลือตอบแทนคุณงามความดีของทุกคน” พล.ท.ปรีชา กล่าว