ข่าว

รวบหนุ่มปืนดุ!ยิงแฟนสาวดับปมหึงหวง

รวบหนุ่มปืนดุ!ยิงแฟนสาวดับปมหึงหวง

15 ส.ค. 2557

รวบหนุ่มปืนดุ! ชักปืนยิงใส่แฟนสาวกระสุนทะลุท้ายทอยดับ คาดปมหึงหวง ตร.บุกรวบได้คาบ้านพัก อ้างไม่รู้ว่ายิงโดน

 
                   เมื่อเวลาประมาณ 00.30 น. วันที่ 15 ส.ค.57 เจ้าหน้าที่ศูนย์สั่งการ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐมรับแจ้งจาก นางสาวพัชรรี พุทธพงศ์พฤกษ์ ทาง 191 ว่า น้องสาวชื่อนางสาวพัชรา ถูกยิงอาการสาหัส เหตุเกิดหน้าร้านเหล้าปั่นชื่อ “นมเต่า เหล้าตู้” ริมถนนพุทธมณฑลสาย 4หมู่ 1 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม ตรงข้ามหมู่บ้านอิมเมทมอลล์ โดยผู้ก่อเหตุคือแฟนหนุ่มของน้องสาวชื่อนายเจ๋ง วัดนคร ไม่ทราบชื่อจริง และนามสกุล หลังก่อเหตุนายเจ๋งได้หายตัวไป ขณะที่แจ้งเหตุผู้แจ้งได้พาร่างโชกเลือดของน้องสาวไปส่ง รพ.ศาลายา อ.พุทธมณฑล และเสียชีวิตในเวลาต่อมา หลังรับแจ้งจึงประสานท้องที่ สภ.โพธิ์แก้ว ทราบและรายงานเหตุให้ พล.ต.ต.เพชรัตน์ แสงไชย ผบก.ภ.จว.นครปฐม และผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องทราบ
 
                   หลังทราบเหตุ พ.ต.อ.อรรณพ นวมนาคะ ผกก.สภ.โพธิ์แก้ว อ.สามพราน จ.นครปฐม พร้อม พ.ต.ท.ประสม หงส์โต รอง ผกก.สส.และพ.ต.ต.ชาญยุทธ เสมอจิต พงส.(ผนก.) พงส.เวรสอบสวน และชุดสืบสวน สภ.โพธิ์แก้ว รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทราบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บและรถที่ถูกก่อเหตุได้ไปที่ รพ.ศาลายา จึงเดินทางไปสอบสวน
 
                   ที่รพ.ศาลายาเจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สเปซแคป รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์ เงิน ทะเบียน ถฐ.5042 กทม. คันที่นำผู้บาดเจ็บส่ง รพ.ฯ ที่กระจกด้านหลังมีรอยกระสุนทะลุแตกเข้าไปด้านในห้องโดยสาร ซึ่งกระสุนที่ยิงได้เจาะเข้าศีรษะของ นางสาวพัชรา พุทธพงศ์พฤกษ์ อายุ 22 ปี ชาวต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม จากด้านท้ายทอย ทะลุคางด้านหน้า เสียชีวิตหลังถึงรพ. เนื่องจากกระสุนเจาะเข้าจุดสำคัญแถมกระสุนที่ทะลุจากร่างของ นางสาวพัชรา ยังเจาะเข้าที่หลังของแฟนหนุ่มของนางสาวพัชรีที่เป็นคนขับรถยนต์ได้รับบาดเจ็บอีกคน
 
                   นางสาวพัชรรี พุทธพงศ์พฤกษ์ อายุ 25 ปี พี่สาวผู้ตายบอกว่า นางสาวพัชรา น้องสาว มาเปิดร้านเหล้าปั่นอยู่กับนายเจ๋ง ผู้ก่อเหตุซึ่งคบหาเป็นแฟนกัน และมักไม่ยอมให้น้องสาวกลับบ้าน แม้กระทั่งตนเองซึ่งเป็นพี่สาว เพราะเหตุหึงหวง ก่อนเกิดเหตุแม่ให้ตนกับแฟนขับรถยนต์กระบะคันที่ถูกยิงมาหาน้องสาวที่ร้าน เพื่อจะรับกลับบ้านเพื่อตอนเช้าจะไปหาซื้อเสื้อผ้ามาขาย แต่นายเจ๋งแฟนหนุ่มของน้องขู่ว่าถ้ากลับไปจะยิงให้ตาย แต่น้องสาวคิดว่านายเจ๋งแค่ขู่ ซึ่งนายเจ๋งมักขู่เป็นประจำ หลังจากที่น้องสาวเดินออกมาขึ้นรถเข้านั่งที่เบาะด้านหลังคนขับ แฟนตนก็ขับรถออกจากหน้าร้านเหล้าปั่น ปรากฏว่านายเจ๋ง ได้ใช้อาวุธปืนที่พกอยู่ยิงใส่ด้านหลังรถจำนวน 3 นัด ทำให้กระสุนถูกศีรษะน้องสาวฟุบลงเมื่อตนหันไปดูก็เห็นนายเจ๋งเดินถือปืนอยู่หน้าร้านเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตนจึงให้แฟนรีบขับรถพาร่างน้องสาวส่ง รพ.แต่น้องสาวก็สิ้นใจ
 
                   ขณะเดียวกัน หลังเกิดเหตุและทราบข้อมูลผู้ก่อเหตุ พ.ต.อ.อรรณพ นวมนาคะ ผกก.สภ.โพธิ์แก้ว ได้สั่งให้ พ.ต.ท.มนตรี จ่าน้ำเที่ยง สว.สส.สภ.โพธิ์แก้ว ซึ่งมีข้อมูลนายเจ๋งอยู่ ชื่อจริงว่านายชานนท์ หรือเจ๋งวัดนคร มีป้อม อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 125 ม.7 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม มีอาชีพเป็นลูกจ้างชั่วคราวกองช่างเทศบาลตำบลกระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม
 
                   โดยนายเจ๋งผู้ก่อเหตุยิงแฟนสาวรายนี้มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดเคยถูก พ.ต.ท.มนตรี จ่าน้ำเที่ยง สว.สส. กับพวกจับกุมหลายครั้ง ซึ่งหลังถูกกดดันนายเจ๋งได้ขอมอบตัวกับ พ.ต.ท.มนตรี จ่าน้ำเที่ยง สว.สส.สภ.โพธิ์แก้ว เนื่องจากเกรงจะถูกวิสามัญ โดยขอให้ พ.ต.ท.มนตรี จ่าน้ำเที่ยง ไปรับตัวในเวลาต่อมาหลังหลบหนีไปตั้งหลักที่บ้านละแวกใกล้เคียงวัดนครชื่นชุ่ม ได้พร้อมอาวุธปืนพกสั้นแบบออโตเมติก ยี่ห้อกล๊อก 19 ขนาด 9 มม.พร้อมกระสุน 9 นัดแมกกาซีน 1 อัน
 
                   นายเจ๋งอ้างว่า คบหากับผู้ตายมาได้ราว 1 ปีโดยตนเองกับผู้ตายได้มาช่วยดูแลร้านเหล้าปั่นที่เกิดเหตุซึ่งเป็นของเพื่อน ก่อนเกิดเหตุตนเองกับผู้ตายมีปากเสียงกัน เนื่องจากผู้ตายหึงหวงตน เนื่องจากมีหญิงสาวมานั่งดื่มที่ร้านโดยตนเองคอยบริการในฐานะผู้ช่วยเจ้าของร้าน เมื่อผู้ตายเดินไปขึ้นรถที่พี่สาวกับแฟนหนุ่มขับมา ตนบันดาลโทสะจึงชักปืนที่พกอยู่ออกมายิงขึ้นฟ้า 2 นัดแล้วหันปากกระบอกปืนยิงใส่ไปในรถขณะที่รถเคลื่อนตัวออกไปอีก 1 นัด โดยไม่ทราบว่า กระสุนไปโดยแฟนสาวเสียชีวิต ภายหลังทราบว่า แฟนสาวเสียชีวิตจากฝีมือตนเอง จึงสำนึกผิดติดต่อกับตำรวจขอมอบตัวดังกล่าว
 
                   พ.ต.อ.อรรณพ นวมนาคะ บอกว่า จากการสอบสวนพบว่าสาเหตุของการฆาตกรรมครั้งนี้มาจากความหึงหวงและมีปากเสียงทะเลาะกัน ซึ่งผู้ต้องหาได้ให้การรับสารภาพ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหานายชานนท์ (หรือเจ๋งวัดนคร) มีป้อม ว่า “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามฆ่าฯ พกพาอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนเข้าไปในเมือง หมู่บ้านโดยไม่มีเหตุอันควรหรือจำเป็นเร่งด่วนฯ ยิงอาวุธปืนในเมือง หมู่บ้านโดยไม่มีเหตุอันควรฯ”
 
 
ภูเก็ต - หนุ่มเมายาคลั่งใช้มีดแทงภรรยาสาหัส-เพื่อนเข้าห้ามถูกแทงดับ
 
 
                   เมื่อเวลาประมาณ 19 .00 น. วันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองภูเก็ตได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า เกิดเหตุ มีคนเมายาไอซ์ เกิดอาการคลุ้มคลั่งใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกายกัน หลังรับแจ้ง พ.ต.ท.เชาว์ ผอมนะ รองผู้กำกับการป้องกันและปราบปราม สภ.เมืองภูเก็ต นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลธรรม เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นห้องเช่าตั้งอยู่ภายในซอยสันติสุขใกล้กับสุสานสำนักสงฆ์เขารัง ถนนแม่หลวน อ.เมืองภูเก็ต พบหญิงสาวถูกแทงเข้าที่บริเวณช่องท้องอาการสาหัสทราบชื่อภายหลัง คือ นางสาว ระรินยา พุทธวงศ์อายุ 21 ปี และนายเฉลิมพล ภาสุระวิโรจน์ อายุ 26 ปีถูกแทงทั่วทั้งลำตัว ซึ่งทั้งสองถูกนำส่งโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต โดยนายเฉลิมพลเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่นางสาวระรินยา อาการสาหัส
 
                   จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ก่อเหตุ คือนายนิวัติ ภูแซมศรี อายุ 26 ปี ชาวจังหวัดมหาสารคาม ซึ่งอยู่ในอาการคลุ้มคลั่งและขังตัวเองไว้ภายในห้องเช่าดังกล่าว โดยบริเวณลำคอและลำตัวของนายนิวัติ เต็มไปด้วยบาดแผลและเลือดเต็มตัว นอกจากนี้บริเวณพื้นห้องยังมีคราบเลือดของนายนิวัติเต็มไปหมด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามพูดคุยให้ออกมาจากห้อง เพื่อนำตัวส่งโรงพยาบาลแต่นายนิวัติไม่ยอม ยังคงอาการคลุ้มคลั่ง และตะโกนขอให้เจ้าหน้าที่นำปืนมาให้หนึ่งกระบอก เมื่อเจ้าหน้าที่ไม่สามารถนำปืนมาให้ได้ เจ้าตัวก็พยายามทำร้ายตัวเอง โดยใช้มีดครัวที่ถืออยู่ในมือเฉือนตามร่างกาย และลำคอตัวเองอย่างน่าหวาดเสียว ทั้งยังดื่มน้ำยาปรับผ้านุ่มหมดไป 1 ขวดด้วย หลังจากไม่สามารถเจรจาได้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองภูเก็ต ได้ประสานไปยังตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตให้เข้ามาช่วยเข้าชาร์ต
 
                   จนกระทั่งเวลาประมาณ 20.00 น.พ.ต.ท.ประวิทย์ เอ้งฉ้วน รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ได้นำกำลังตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษมาสมทบ และพยายามเกลี่ยกล่อมนายนิวิตอีกครั้งแต่ไม่เป็นผล นายนิวิติยังคงเรียกร้องขอปืนและใช้มีดเฉือนตามร่างกายตัวเอง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตัดสินใจใช้ปืนช็อตไฟฟ้ายิงใส่ก่อนถีบประตูบุกเข้ารวบตัวนำส่งโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงจึงควบคุมเหตุการณ์ไว้ได้
 
                   จากการสอบถามนางสาว มันนญา จันทร์เชวง อายุ 31 ปี ภรรยาของนายเฉลิมพล ผู้ตาย ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายนิวัติ ภูแซมศรี และนางสาวระรินยา พุทธวงศ์ ซึ่งทั้งสองเป็นสามีภรรยากันได้เดินทางมาที่ห้องตน และนายนิวัติ ได้เสพยาไอซ์ จนเมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. ได้เกิดอาการคลุ้มครั่ง และคิดว่าภรรยาคือนางสาวระรินยา แอบไปมีความสัมพันธ์กับชายอื่นจึงลากแฟนสาวเข้าไปในห้องน้ำและใช้มีดพกจ้วงแทงหน้าท้อง 2 แผล ขณะนั้นนายเฉลิมพล ผู้ตาย ซึ่งนั่งอยู่ด้วยได้ไปเข้าช่วยเหลือจนถูกแทงเข้าหน้าอกทะลุปอดและไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ส่วนตนได้อุ้มลูกวัย 2 เดือนวิ่งออกมาจากห้องและตะโกนให้คนช่วยจนมีพลเมืองดีแจ้งตำรวจในที่สุด
 
 
ชลบุรี - คนร้ายซิ่งจยย.จ่อยิงสาวหล่อเจ็บสาหัส
 
 
                   เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 15 สิงหาคม 57 พ.ต.ท.อรรถรส ครองราชย์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา สาขาโค้งดงตาล จ.ชลบุรี รับแจ้งว่ามีผู้ใช้อาวุธปืนยิงกันได้รับบาดเจ็บ 1 ราย บริเวณหน้าตลาดน้ำสี่ภาคพัทยา ถนนสุขุมวิท ฝั่งขาเข้าสัตหีบ ม.13 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยมีพลเมืองดี เคลื่อนย้ายจากจุดเกิดเหตุส่ง รพ.บางละมุง  เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำกำลังไปตรวจสอบที่รพ. ภายในห้องฉุกเฉิน รพ.บางละมุง พบทีมแพทย์กำลังรักษาอาการคนเจ็บ ถูกอาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงเข้าที่ชายโครงซ้าย 1 นัด หัวกระสุนฝังใน ได้รับบาดเจ็บสาหัส ทราบชื่อภายหลังคือ น.ส.จินตนา ตากิ่มนอก อายุ 23 ปี เป็นสาวหล่อ หรือทอมดี้
 
                   จากการสอบสวน นายนิพัฒน์ ตากิ่มนอก อายุ 21 ปี น้องชาย ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุคนเจ็บพี่สาว ซึ่งเป็นทอมดี้ ขับรถจักรยานยนต์มารับตนและเพื่อน จากบ้านพรรคพวกเลียบทางรถไฟ ซอยชัยพฤษก หลังจากไปนั่งดื่มสุรากัน ก่อนจะขับรถจักรยานยนต์ขับกลับเข้าที่พัก โดยนั่งซ้อน 3 กันมา มีคนเจ็บเป็นคนขับ
 
                   เมื่อขับมาถึงใกล้ที่พัก คนเจ็บได้เร่งเครื่องแซงรถจักรยานยนต์คนร้าย ซึ่งเป็นวัยรุ่นขับขี่เพียงคนเดียว ก่อนที่คนร้ายจะขับเข้ามาประกบแล้วชักอาวุธปืนปากกาจากเอวขึ้นมาข่มขู่ พร้อมพูดจาหาเรื่อง ตนก็พยายามให้พี่สาวเร่งเครื่องหลบหนีหลีกเลี่ยงการมีปัญหา แต่คนร้ายไม่ยอมขับตามประกบก่อนยิงใส่พี่สาวจำนวน 1 นัด ก่อนมีพลเมืองดีนำส่งรพ.
 
                   ภายหลังสอบสวนเบื้องต้น ผู้บังคับบัญชา โดย พ.ต.อ.ศุภธีร์ บุญครอง รักษาราชการแทน ผกก. สภ.เมืองพัทยา ได้สั่งการชุดสืบสวนเร่งรัด ไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุหาพยานแวดล้อม พร้อมกับตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ เพื่อเป็นเบาะในการจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป