ข่าว

โจรยิงสู้ตำรวจหนีจากการควบคุมรพ.ตร.

โจรยิงสู้ตำรวจหนีจากการควบคุมรพ.ตร.

15 ส.ค. 2557

ผู้ต้องหาพยายามฆ่าผู้อื่น-ยิงตำรวจ หนีออกจากห้องรักษา-ควบคุมผู้ต้องหาป่วย รพ.ตำรวจ ทั้งที่ถูกพันธนาการติดกับเตียง กล้องวงจรปิดจับภาพผู้ต้องหาเปลี่ยนชุดเดินลงจาก

               เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 14 สิงหาคม นายบุญธรรม หรือเปี๊ยก ทับทิมนาค อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 75/42 หมู่ 1 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ผู้ต้องหาที่ยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.จรเข้น้อย จนได้รับบาดเจ็บถูกส่งตัวไปรักษาที่ รพ.ตำรวจ ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ได้หลบหนีจากห้องรักษาอาการและควบคุมผู้ต้องหาป่วย ห้อง 5/1 ชั้น 5 ตึกเฉลิมพระเกียรติ รพ.ตำรวจ ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กทม.

               พ.ต.ท.พนม เชื้อทอง รอง ผกก.สส.สน.ปทุมวัน เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริง โดยเมื่อเวลา 15.00 น.ที่ผ่านมา พ.ต.ต.ชนินทร ง่วนสน พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ รพ.ตำรวจ ว่า นายบุญธรรมได้หลบหนีไปจากห้องรักษาอาการและควบคุมผู้ต้องหา โดยมีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพนายบุญธรรมเปลี่ยนเสื้อผ้าจากชุดผู้ป่วย ไปสวมเสื้อยืดสีน้ำเงิน นุ่งกางเกงสามส่วนสีเทาดำ ใส่รองเท้าแตะสีดำ และมีผ้าปิดจมูก เดินลงจากอาคารโรงพยาบาลทางบันได แล้วลัดเลาะหลบหนีมุ่งหน้าไปทางย่านประตูน้ำ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ปทุมวัน ร่วมกับ กก.สส.บก.น.6 อยู่ระหว่างติดตามตัว

               พ.ต.ท.พนม กล่าวว่า เท่าที่ทราบนายบุญธรรมถูกยิงได้รับบาดเจ็บบริเวณแขนขวา น่าจะมีร่องรอยการรักษาและบาดแผลยังไม่หายดี ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่ห้องรักษาอาการและควบคุมผู้ต้องหาดังกล่าวแล้ว พบว่า เครื่องพันธนาการข้อเท้ายังผูกติดอยู่ที่ปลายเตียงของผู้ต้องหา เชื่อว่า น่าจะเกิดจากการที่ผู้ต้องหาผอมลงจากวันที่เข้ารับการรักษาจึงสามารถถอดออกได้อย่างง่ายดาย

               พ.ต.ท.พนม กล่าวอีกว่า ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยและป้องกันผู้ป่วยหลบหนีนั้น ปกติทางโรงพยาบาลจะดูแลอย่างดีอยู่แล้ว ประกอบกับจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน ผลัดละ 1 นาย ไปเข้าเวรรักษาการณ์อยู่ เชื่อว่า สาเหตุที่นายบุญธรรมหนีหลุดรอดไปได้เนื่องจากมีคนนำเสื้อผ้าไปให้เปลี่ยน จึงสั่งการให้ฝ่ายสืบสวนเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดทุกตัวในโรงพยาบาล ตามทางเดินเท้ารอบๆ โรงพยาบาล

               "ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าเวรรักษาการณ์ในเวลาดังกล่าวก็จะต้องเรียกมาสอบถามร่วมกับทีมพยาบาลที่สลับสับเปลี่ยนกันเข้าเวร ทราบว่าที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม มีญาติของผู้ต้องหาคนไหนเดินทางมาขอเยี่ยมผู้ป่วยบ้าง นอกจากนี้ สน.ปทุมวัน กำลังเร่งประสานข้อมูลจากทาง สน.จรเข้น้อย ด้วยว่า นายบุญธรรมเป็นคนพื้นเพที่ใดและความน่าจะเป็นว่า หลังหลบหนีไปแล้วจะไปพักอาศัยกับใครได้บ้าง เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป" พ.ต.ท.พนม กล่าว

               สำหรับประวัติ นายบุญธรรม ผู้ต้องหารายนี้เคยก่อเหตุอุกฉกรรจ์ในพื้นที่ สภ.เปร็ง จ.สมุทรปราการ และมีหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เปร็ง สืบทราบว่า นายบุญธรรม กับนายสุรเดช หรือลี ปิ่นนิ่ม อายุ 33 ปี เพื่อนที่ร่วมกันก่อเหตุ ได้หลบหนีไปกบดานอยู่ในบ้านเลขที่ 51 ซอยชุมทอง-ลำต้อยติ่ง 5 แขวงชุมทอง เขตลาดกระบัง ท้องที่ สน.จรเข้น้อย ฝ่ายสืบสวน สภ.เปร็ง จึงประสานตำรวจ สน.จรเข้น้อย นำกำลังเข้าจับกุม ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ได้พร้อมอาวุธปืน 9 มม. 1 กระบอก กระสุนปืน 9 มม. 21 นัด อาวุธปืนลูกซองยาว 1 กระบอก กระสุนปืนลูกซองยาว 14 นัด เสื้อเกราะ 1 ตัว ยาบ้า 20 เม็ด ยาไอซ์ 0.5 กรัม อุปกรณ์เสพยา และวิทยุสื่อสาร 2 ตัว แต่ขณะตำรวจบุกเข้าชาร์จปรากฏว่า นายบุญธรรมใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงสวนออกมาหวังจะเปิดทางหลบหนี ตำรวจชุดจับกุมจึงตัดสินใจยิงตอบโต้ถูกแขนขวานายบุญธรรมได้รับบาดเจ็บ และส่งตัวไปที่ รพ.ตำรวจ