
คาดเงินเดือน'ปธ.สนช.'เท่า'หัวหน้าคสช.'
เปิดอัตราค่าตอบแทนสนช.57 คาดเงินเดือน'ประธาน'เท่า'หัวหน้าคสช.' : ดารากร วงศ์ประไพรายงาน
หลังจากที่มีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จำนวน 200 คน (ลาออกไป 3 คน) ที่ประชุมก็ได้เปิดประชุมนัดแรกเพื่อเลือกประธานและรองประธาน สนช. ไปเป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ที่ผ่านมา แต่ภารกิจหลังจากนี้คงต้องรอให้มีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานและรองประธาน สนช.ก่อน จากนั้นจึงจะเข้าสู่โหมดการทำงานอย่างเต็มรูปแบบ
สนช.จะทำหน้าที่รัฐสภา คือ ทำหน้าที่ทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ตามที่ระบุไว้ในมาตรา 6 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 มีภารกิจสำคัญ ได้แก่ การลงมติให้บุคคลเข้าดำรงตำแหน่งต่างๆ โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี และการพิจารณาร่างกฎหมาย
พลันที่ สนช.เข้ามาทำหน้าที่ ได้เกิดคำถามจากหลายฝ่ายเกี่ยวกับการจ่ายค่าตอบแทน รวมถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ สนช.พึงได้รับ ตลอดจนการมีเลขานุการ ผู้ช่วย ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ติดตาม ว่าจะใช้หลักเกณฑ์ใดในการกำหนดเรื่องสิทธิประโยชน์
ทั้งนี้ หากเป็นช่วงสถานการณ์การเมืองปกติ เงินประจำตำแหน่งของประธาน รองประธาน ทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา รวมทั้งผู้นำฝ่ายค้านฯ สมาชิกทั้งสองสภา และกรรมาธิการ ย่อมเป็นไปตาม พระราชกฤษฎีกาเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานและรองประธานวุฒิสภา ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และกรรมาธิการ พ.ศ.2555
ขณะที่ การจ่ายเงินค่าตอบแทนให้แก่บุคคลที่ได้รับแต่งตั้งให้เข้าไปช่วยงานสมาชิกรัฐสภานั้น จะยึดตาม ระเบียบรัฐสภาว่าด้วยการแต่งตั้งบุคคลเพื่อปฏิบัติหน้าที่อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา
เมื่อพลิกดูพระราชกฤษฎีกาฯ และระเบียบรัฐสภาฯฉบับดังกล่าว ได้มีการระบุค่าตอบแทน รวมถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของ ส.ส. และ ส.ว. รวมถึงตำแหน่งที่เกี่ยวข้องไว้ดังนี้
ประธานสภาผู้แทนราษฎร 125,590 บาทต่อเดือน, ประธานวุฒิสภา 119,920 บาทต่อเดือน, รองประธานสภาผู้แทนราษฎร 115,740 บาทต่อเดือน, รองประธานวุฒิสภา 115,740 บาทต่อเดือน, ส.ส. 113,560 บาทต่อเดือน และ ส.ว. 113,560 บาทต่อเดือน นอกจากนี้ยังมีสิทธิประโยชน์อื่น เช่น ค่ารักษาพยาบาลทั้งผู้ป่วยในและนอก ซึ่งมีอัตราที่ลดหลั่นกันไป
ตำแหน่งผู้ช่วย ส.ส.และ ส.ว. มีจำนวน 5 อัตราต่อ ส.ส.และ ส.ว.1 คน จะได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 15,000 บาท นอกจากนี้ในตำแหน่งคณะทำงานทางการเมือง อาทิ ที่ปรึกษา จะได้ค่าตอบแทนเดือนละ 16,000 บาท, นักวิชาการ ได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 12,800 บาท และเลขานุการ ได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 9,600 บาท
ขณะที่ค่าตอบแทนของ สนช.นั้น ขณะนี้สำนักงบประมาณได้หารือร่วมกับสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ซึ่งทำหน้าที่สำนักงานเลขาธิการ สนช. ถึงแนวทางการจ่ายเงินค่าตอบแทน รวมถึงสิทธิประโยชน์ให้แก่ สนช. โดยเรื่องดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ต่อเมื่อมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยจะมีการกำหนดหลักเกณฑ์และระเบียบในการจ่ายเงิน รวมถึงการแต่งตั้งคณะทำงานฝ่ายต่างๆ เอาไว้อย่างชัดเจน คล้ายกับพระราชกฤษฎีกาฯ และระเบียบรัฐสภาฯ ที่ยกมา
โดยการจ่ายเงินค่าตอบแทนรวมถึงสิทธิประโยชน์นั้น จะมีผลย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่มีการโปรดเกล้าฯ สนช. โดยเกณฑ์การจ่ายเงินเบื้องต้น น่าจะมีการเทียบเคียงกับอัตราค่าตอบแทนของสมาชิกรัฐสภา รวมถึงคณะทำงานทางการเมือง โดยจะลดหลั่นกันไปตามตำแหน่ง
อย่างไรก็ดี ตำแหน่งที่น่าสนใจและต้องจับตามองเป็นพิเศษคือ ตำแหน่งประธาน สนช.ที่คาดว่าจะได้รับค่าตอบแทนเทียบเท่ากับตำแหน่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งจะได้รับเงินประจำตำแหน่ง 75,590 บาท บวกกับเงินเพิ่มอีก 50,000 บาท รวมเป็นเงิน 125,590 บาทต่อเดือน
ขณะที่ตำแหน่งรองประธาน สนช. กำหนดอัตราค่าตอบแทนเงินประจำตำแหน่งไว้ที่ 73,240 บาท บวกกับเงินเพิ่มอีก 42,500 บาท รวมเป็นจำนวน 115,740 บาทต่อเดือน และ สมาชิก สนช. กำหนดอัตราเงินประจำตำแหน่งไว้ที่ 71,230 บาท บวกกับเงินเพิ่ม 42,330 รวมเป็นจำนวน 113,560 บาทต่อเดือน
สำหรับสิทธิประโยชน์อื่นๆ โดยเฉพาะเครื่องมือสื่อสารนั้น ขณะนี้ นายจเร พันธุ์เปรื่อง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้มอบหมายให้สำนักสารสนเทศ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ติดตามเรียกคืน "แท็บเล็ต" ที่ยังคงค้างอยู่จำนวน 266 เครื่องจากอดีตสมาชิกรัฐสภา เพื่อใช้รับรองการทำงานของ สนช.ชุดใหม่แล้ว



