
เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรง'ยุบภูมิภาค'
เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรง'ยุบภูมิภาค'
ขณะนี้ การเคลื่อนไหวปฏิรูปการปกครองส่วนท้องถิ่น กำลังรวบรวมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน จึงมีข้อเสนอจาก 3 องค์กรข้าราชการส่วนท้องถิ่น หนุนการปฏิรูปท้องถิ่น นำเสนอ “คงรูปแบบ อบจ. มุ่งสู่จังหวัดจัดการตนเอง” โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ ให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรง “ยุบภูมิภาค” โดยเริ่มจากจังหวัดที่พร้อม 5-10 จังหวัด
ในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีความเคลื่อนไหวของแวดวงคนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นมวลหมู่ข้าราชการส่วนท้องถิ่น ที่มีผู้แทนใน กรรมการกลางเป็นแกนหลัก การเคลื่อนไหวของฝ่ายการเมืองท้องถิ่น ที่มีสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทยเป็นแกนหลัก ได้เสนอโมเดลในการปฏิรูปท้องถิ่น โดยมั่นใจว่า ประเทศไทยจะพัฒนาก้าวหน้าได้อย่างมั่นคงแข็งแรงต้องกระจายอำนาจให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริง
จึงได้นำเสนอโมเดล “จังหวัดจัดการตนเอง” โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ ให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรง “ยุบภูมิภาค” โดยเริ่มจากจังหวัดที่พร้อม 5-10 จังหวัด เพื่อทดลอง แทนการ “ยุบอบจ.” มุ่งเน้นไปที่การมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นหลัก
นายพิพัฒน์ วรสิทธิดำรง ตัวแทนกลุ่มเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่น ให้ความเห็นว่า ยอมรับว่าเห็นด้วยบางส่วน และไม่เห็นด้วยอีกหลายๆ ส่วน ทุกคนก็คงสับสนเหมือนกันว่า ข้อเสนอเหล่านี้มาจากแหล่งใดกันแน่ เพราะคนที่นำเสนอทั้ง 3 คน ล้วนเป็นกลุ่มเดียวกัน แต่กลับมีมุมมองที่แตกต่างกันในบางส่วน ฉะนั้น ก็คงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่า จริงๆ แล้ว โมเดลข้างต้นมาจาก คสช. โดยตรง หรือจากข้อเสนอของกระทรวงมหาดไทย ที่ใช้ทั้ง 3 ท่านเป็นตัวนำเสนอเนื่องจากทั้ง 3 ท่านเป็น กรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล/พนักงานเทศบาล มีความใกล้ชิดกับปลัดกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่อาจให้ข้อมูลแก่ทั้ง 3 ท่านนำเสนอลองหยั่งเชิงหรือโยนหินถามทางกับผู้ที่ทำหน้าที่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายประจำว่า คิดเห็นเป็นอย่างไร หรือเป็นเพียงการนำเสนอจากทั้ง 3 ท่านโดยไม่มีอะไรแอบแฝงอยู่เบื้องหลังจริงๆ
แต่ที่น่ากังวลก็คือ ยังไม่มีนักวิชาการกลุ่มใดออกมาให้ความเห็นหรือเคลื่อนไหวในเรื่องการปฏิรูปท้องถิ่น เพื่อให้คนท้องถิ่นได้คลายข้อกังวลหรือได้เห็นทิศทางที่น่าจะเป็นในอนาคต และจะมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นเมื่อไหร่ จะเป็นการเปลี่ยนแปลงโดยประกาศหรือคำสั่ง คสช. หรือต้องนำเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) หรือต้องนำเสนอสภาปฏิรูปที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อจะได้วางแผนอนาคตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งฝ่ายข้าราชการประจำ และฝ่ายการเมืองได้อย่างเหมาะสม
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2557 นายสรณะ เทพเนาว์ นายกสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย นายพิพัฒน์ วรสิทธิดำรง นายกข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย นายธีระเดช นรัตถรักษา ประธานชมรมนิติกรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย ได้ร่วมหารือระหว่างกัน ณ สำนักงานเทศบาลนครปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยทั้ง 3 องค์กรข้าราชการส่วนท้องถิ่นมีความเห็นร่วมกันดังนี้
1.คงรูปแบบ อบจ.ไว้ แต่ปรับบทบาทอำนาจหน้าที่ให้มีหน้าที่รับผิดชอบงานระดับจังหวัดที่เป็นภาพรวมของจังหวัด เช่น งานด้านสิ่งแวดล้อม การจัดการปัญหาขยะ มลพิษ งานด้านการศึกษา งานด้านส่งเสริมการท่องเที่ยว เป็นต้น
2.คงรูปแบบเทศบาล ใน 3 ระดับเช่นเดิม คือ เทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล
3.ยกฐานะอบต. เป็น เทศบาลตำบล ทั่วประเทศ
4.ควบรวม อบต. หรือเทศบาล ที่มีเขตพื้นที่ตำบลเดียวกันกับอบต.หรือเทศบาลใกล้เคียง ให้เป็นเทศบาลตำบลหรือเทศบาลเมือง
5.ควบรวมเทศบาลนครหรือเทศบาลเมือง กับเทศบาลหรืออบต.ในเขตอำเภอเมืองทั้งหมด เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบของ “มหานคร” ในอนาคตเมื่อมีความพร้อม
6.ปรับสถานะองค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็น “จังหวัดจัดการตนเอง” ในอนาคตเมื่อมีความพร้อม
7.ปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ให้เกิดความสมดุลระหว่างอำนาจของฝ่ายบริหาร ฝ่ายข้าราชการประจำ และฝ่ายผู้กำกับดูแล มิให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแต่เพียงฝ่ายเดียว เพื่อให้เกิดระบบคุณธรรมในกระบวนการบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างแท้จริง
8.ปรับปรุงกฎหมายรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ยกเลิกกฎหมายภาษีโรงเรือนและที่ดิน และภาษีบำรุงท้องที่ เป็น ภาษีทรัพย์สิน แทน
9.ยกเลิกเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ ให้ปรับเปลี่ยนเป็นเงินอุดหนุนทั่วไปกระจายให้ทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
10.เพิ่มบทบาทอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ครอบคลุมภารกิจพื้นฐานมากขึ้น แต่กำหนดบทลงโทษแก่ฝ่ายการเมืองให้มีความรับผิดชอบตามบทบาทอำนาจหน้าที่ที่เพิ่มขึ้น มากยิ่งขึ้น
11.ให้องค์กรภาคประชาชนในเขตพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการท้องถิ่น เช่น ชมรมผู้สูงอายุ กลุ่มสตรี-แม่บ้าน ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน สภาเด็กและเยาวชน เป็นต้น โดยอาจกำหนดให้สมาชิกสภาท้องถิ่นมาจากการเลือกตั้งโดยอ้อมจากองค์กรภาคประชาชนในพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นๆ
12.สนับสนุนให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ยกสถานะขึ้นเป็น กระทรวงเพื่อส่งเสริมและพัฒนาท้องถิ่น
ทั้งนี้ องค์กรของข้าราชการส่วนท้องถิ่นทั้ง 3 องค์กร มีความเห็นร่วมกันว่า เรื่องเร่งด่วนที่ควรดำเนินการ คือ การแก้ไขปัญหาระบบการบริหารงานบุคคล โดยการตราพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น ให้เกิดความสมดุลระหว่างอำนาจในการบรรจุแต่งตั้ง การโอนย้าย การเลื่อนระดับ เลื่อนขั้นเงินเดือน มิให้เป็นอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลหนึ่งบุคคลใดโดยเฉพาะ เพื่อแก้ไขปัญหาระบบอำนาจในการบริหารงานบุคคลที่เกิดขึ้นทั้งในอดีต ปัจจุบัน และป้องกันปัญหาในอนาคต สำหรับการปฏิรูปโครงสร้าง รูปแบบ บทบาท อำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เห็นว่า ควรมีการรับฟังจากทุกภาคส่วน และควรมีการปรับปรุงแก้ไขในชั้นของสภาปฏิรูป หรือสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
นั่นเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นบทสรุปขององค์กรข้าราชการส่วนท้องถิ่นอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความหลากหลายและเป็นทางการ เนื่องจากเป็นองค์กรที่ได้รับการจดทะเบียนถูกต้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มีการจัดกิจกรรมเพื่อมวลสมาชิกและข้าราชการส่วนท้องถิ่นมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน จนเป็นที่ยอมรับของหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนโดยทั่วไป
ทั้งนี้ ข้อเสนอบางส่วนข้างต้นทั้ง 3 องค์กรได้มีการนำเสนอต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติไปเรียบร้อยแล้ว



