ข่าว

'โป๊ป'เยือนเกาหลีใต้รอบ25ปี

'โป๊ป'เยือนเกาหลีใต้รอบ25ปี

14 ส.ค. 2557

สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรานซิส เสด็จเยือนเกาหลีใต้นาน 5 วัน มุ่งส่งเสริมการแผ่ขยายของศาสนาคริสต์ในทวีปเอเชียที่มีจำนวนประชากรชาวคริสต์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 
                              14 ส.ค. 57  โป๊ป ฟรานซิส เสด็จถึงสนามบินอินชอนของเกาหลีใต้วันนี้ โดยมีประธานาธิบดีปัก กึน-เฮ ไปให้การต้อนรับที่สนามบินด้วย พระองค์เป็นโป๊ปองค์แรก ที่เสด็จเยือนเกาหลีใต้ในรอบ 25 ปี และเป็นการเสด็จเยือนเอเชียครั้งแรก นับตั้งแต่พระองค์เข้ารับตำแหน่งพระประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก เมื่อเดือน มี.ค. 2556
 
                              การเยือนเกาหลีใต้ครั้งนี้ ทรงมีเป้าหมายเปิดศักราชใหม่ของการเติบโตของประชากรชาวคริสต์ในเอเชีย โดยเกาหลีใต้เป็นชาติเอเชียที่มีสังคมชาวคริสต์เติบโตรวดเร็วที่สุดแห่งหนึ่งในโลก โดยมีชาวคริสต์มากถึง 5 ล้าน 4 แสนคน หรือคิดเป็น 10.4% ของประชากรทั้งประเทศ ส่วนโป๊ปองค์สุดท้ายที่เยือนเอเชีย คือ โป๊ป จอห์น ปอล ที่ 2 เสด็จเยือนอินเดีย เมื่อปี 2542 
 
                              การเสด็จของโป๊ป ฟรานซิส ครั้งนี้ ได้บินผ่านน่านฟ้าของจีนด้วย และโป๊ป ได้ส่งโทรเลขถึงผู้นำจีนเหมือนทุกครั้งที่ส่งถึงผู้นำประเทศอื่นๆ ที่เที่ยวบินของพระองค์บินผ่าน ที่ผ่านมาโป๊ป ที่เคยเสด็จเยือนเอเชีย จะเลี่ยงผ่านน่านฟ้าของจีน เพราะจีนไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับสำนักวาติกัน และไม่ยอมรับอำนาจของวาติกัน รวมทั้งมีคริสตจักรของตัวเองที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาล 
 
                              การที่โป๊ป เลือกบินผ่านจีน เป็นเหมือนการสื่อสารโดยตรงถึงประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน และพระองค์ระบุในโทรเลขที่ส่งถึงจีนว่า เมื่อบินเข้าสู่น่านฟ้าของจีน ข้าพเจ้าขอส่งความปรารถนาดีถึงประธานาธิบดี และประชาชนชาวจีน และขออำนวยพรให้เกิดสันติภาพ และความผาสุกแก่ประเทศ 
 
                              สำหรับภารกิจการเยือนเกาหลีใต้ นาน 5 วัน โป๊ป ฟรานซิส จะประกอบพิธีมิสซากลางแจ้งในกรุงโซล วันเสาร์นี้ ที่คาดว่า จะมีประชาชนเกือบ 1 ล้านคน เข้าร่วม และในวันสุดท้ายของการเสด็จเยือน คาดว่า พระองค์จะทรงใช้โอกาสในการประกอบพิธีมิสซา ส่งความปรารถนาดีถึงเกาหลีเหนือ ที่ยังคงปิดกั้นเสรีภาพการนับถือศาสนา นอกจากนี้ พระองค์จะทรงพบกับผู้รอดชีวิตจากอุบัติเหตุเรือโดยสารโซวอล อับปางเมื่อเดือน เม.ย.ด้วย
 
 
 
 
 
---------------------------
 
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : EPA)