
เปิดใจผู้รอดชีวิตคอนโดย่านปทุมถล่ม
เปิดใจผู้รอดชีวิตคอนโดย่านปทุมถล่ม ช่วงเช้านิมนต์พระทําพิธีเชิญวิญญาณและทำบุญอุทิศให้กับผู้เสียชีวิต
14ส.ค.2557 ความคืบหน้าเหตุอาคารยูเพลสคอนโดเทล ขนาด 6 ชั้น ตั้งอยู่ถนนเลียบคลองหก หมู่ 2 ต.คลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ที่ก่อสร้างโดยบริษัท ปลูกแปลง จำกัด ถล่มลงมาทั้บคนงานได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมากเหตุเกิดเมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 11 สิงหาคม ที่ผ่านมา และตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ยังคงพยายามรื้อซากอาคารเพื่อค้นหาผู้ที่อาจรอดชีวิตจากอาคารถล่ม ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมา สามารถนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้ 4 ราย โดย 2 ใน 4 รายสามารถค้นพบและนำออกมาได้เวลาประมาณ 21.00 น.ของวันที่ 13 ส.ค.
ช่างเช้าวที่ผ่านมาได้มีการนิมนต์พระมาทําพธีเชิญวิญญาณและทำบุญอุทิศให้กับผู้เสียชีวิต ขณะเดียวกันได้มีความเห็นจากรอดชีวิตอย่างเช่นนายปรีชา ยิ่งมีดี อายุ 43 ชาวอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศีรษะเกษ ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งทำงานอยู่ตึกข้างๆ เล่าว่า ตนเป็นช่างปูกระเบื้อง ซึ่งตอนเกิดเหตุ โดยปกติเวลานั้นตนจะต้องเดินกลับบ้านซึ่งจะต้องรอดใต้ตึกไปทุกๆ วัน แต่วันนั้นซึ่งเป็นเวลาเลิกงานแล้วตนยังทำงานไปไม่เสร็จจึงยังไม่ได้กลับบ้าน แต่ได้ยินเสียงเหมือนอะไรพังลงมาและดังสนั่นหวั่นไหวและก็มีกลุ่มฝุ่นควันฟุ้งกระจายไปทั่วตนตกในเลยได้แต่วิ่งหนีอย่างสุดชีวิต เมื่อได้สติจึงหันกลับไปดู เห็นตึกข้างพังหายไป
นายสมัย นิวาท อายุ 38 ปี ชาวอำเภอกันทรลักษ์เช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นหัวหน้าช่างปูน เล่าว่าวันนั้นเป็นเวลาเย็นแล้วตนเป็นหัวหน้าคนงานที่กำลังเทพื้นซีเมนต์ อยู่บนชั้นดาดฟ้าของตึก ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์ตนสังเกตุว่าพื้นของตัวตึกมีการยุบตัว ซึ่งก็ไม่ได้ใส่ใจ แต่เพียงรอให้ปูนที่เทไว้อยู่ตัวสักพัก จึงทำงานต่อ ซึ่งตอนนั้นมีคนงานรวมๆ กันประมาณ 18 คน หลังจากนั้นก็มีเสียงดังมาจากข้างล่างแล้วตัวตึกก็ยุบตัวเข้าหาหันเป็นรูปตัว V ตนถูกดูดเข้าไปอยู่ตรงที่พื้นยุบลงไป หลังจากนั้นก็รู้สึกว่าตัวเองหายใจไม่ออก จึงเริ่มขยับตัวแล้วก็เอามือปัดเศษปูนที่ยังไม่แห้งซึ่งอยู่บนใบหน้า สักครู่จึงมีคนเข้ามาช่วยเหลือตนออกไป
พร้อมกันนี้นายสมัยยังได้นำภาพที่ถ่ายคนงานเพื่อเตรียมนำคนงานต่างด้าวที่อยู่ในสังกัดไปขึ้นทะเบียน ซึ่งภาพดังกล่าวเป็นคนงานที่งานอยู่กับนายสมัยในเย็นวันเกิดเหตุวันนั้น และยังไม่พบตัว
ญาติลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือทำศพแล้ว3ราย
ดร.อำพร เชาวลิต เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า จากเหตุอาคารที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง 6 ชั้น ใน อ..คลองหลวง จ.ปทุมธานี ถล่มลงมาจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ได้ประสานให้ญาติของผู้ที่เสียชีวิตและบาดเจ็บได้เข้าลงทะเบียนเพื่อรับเงินช่วยเหลือ เป็นค่าประกันตนจากกองทุนประกันสังคม โดยกรณีที่เสียชีวิตจะได้รับค่าทดแทน 30, 000 บาทในเบื้องต้น และจะได้รับเงินทดแทน 60%ของค่าจ้างเป็นระยะเวลา 8 ปี ให้กับทางญาติ
แรงงานกัมพูชาเหยื่อตึกถล่ม-น่าห่วงไร้ญาติดูแล
นางประภาศิริ สัจจชลพันธ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดปทุมธานี กล่าวถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือแรงงานไทยและต่างด้าวที่ประสบเหตุว่า ตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุจนถึงวันนี้ทางเหล่ากาชาดจังหวัดปทุมธานีไปตั้งเต็นท์ทำอาหารแจกและน้ำดื่มให้แก่เจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆที่ช่วยเหลือแรงงานไทยและต่างด้าว รวมทั้งญาติของแรงงาน
นอกจากนี้ ยังได้ไปเยี่ยมแรงงานไทยและต่างด้าวที่บาดเจ็บในโรงพยาบาลต่างๆโดยได้มอบเงินช่วยเหลือให้รายละ 3-5พันบาทโดยในส่วนของแรงงานต่างด้าวที่บาดเจ็บคือ นายจันทร์ ชาวกัมพูชา ซึ่งบาดเจ็บสาหัสโดยกระดูกสันหลังแตกรักษาตัวที่รพ.ปทุมธานี ไม่มีญาติคอยดูแล ซึ่งเบื้องต้นเหล่ากาชาดจึงได้ซื้อข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวเช่น ผ้าอ้อม แป้ง ยาสีฟันให้แก่แรงงานคนดังกล่าว รวมทั้งประสานกับหน่วยงานต่างๆเช่น สำนักงานประกันสังคมโรงพยาบาลเพื่อดูแลในเรื่องการรักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายในการรักษา
ก.แรงงานพร้อมอุ้มแรงงานตึกถล่มหากถูกลอยแพ
นายจีรศักดิ์ สุคนธชาติ ปลัดกระทรวงแรงงาน(รง.) กล่าวถึงกรณีหลายฝ่ายเป็นห่วงแรงงานไทยและต่างด้าวที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างอาคารยูเพลส คอนโด สูง ชั้นในจ.ปทุมธานีที่เกิดเหตุถล่มซึ่งมีทั้งแรงงานของบริษัทรับเหมาและบริษัทเอาท์ซ้อทจะถูกเลิกจ้างและไม่ได้รับเงินค่าจ้าง เนื่องจากนายจ้างถูกดำเนินคดีว่าตั้งแต่เมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมาหน่วยงานต่างๆของกระทรวงแรงงานเช่น กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน(กสร.) สำนักงานประกันสังคม(สปส.)ได้ไปตั้งโต๊ะเพื่อช่วยเหลือแรงงานและญาติซึ่งสามารถมาร้องเรียนปัญหาต่างๆกับหน่วยงานของกระทรวงแรงงาน ทางกระทรวงแรงงานจะนำข้อมูลการร้องเรียนมาพิจารณาให้ความช่วยเหลือต่อไป
นายพานิช จิตร์แจ้ง อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน(กสร.) กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า จะสั่งการให้สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดปทุมธานีไปตรวจสอบข้อมูลว่ามีแรงงานไทยและต่างด้าวที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างอาคารยูเพลส คอนโดทั้งแรงงานของบริษัทรับเหมาและบริษัทเอาท์ซ้อทเป็นจำนวนทั้งหมดเท่าใดและมีปัญหาในเรื่องใดบ้างหากเป็นกรณีค่าจ้างค้างจ่ายและเงินสิทธิประโยชน์ต่างๆที่ควรได้รับตามสัญญาจ้างก็จะติดตามนายจ้างแต่ละรายให้จ่าย แต่หากติดตามนายจ้างไม่ได้ จะหารือกับคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเพื่อนำเงินกองทุนมาช่วยเหลือก่อนและไปฟ้องร้องกับนายจ้างภายหลังเพื่อนำเงินมาคืนกองทุน ส่วนกรณีถ้าถูกเลิกจ้างจะประสานกับกรมการจัดหางาน(กกจ.)หางานให้ทำเชื่อว่าคงหางานใหม่ให้ได้ไม่ยากเพราะขณะนี้ภาคก่อสร้างต้องการแรงงานจำนวนมาก
ขณะเดียวกันในวันนี้(14 ส.ค.)เมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมานางอำมร เชาวลิต เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน กล่าวหลังมอบเงินค่าทำศพให้แก่ญาติแรงงานที่เสียชีวิตจากเหตุตึกถล่ม อาคารกำลังก่อสร้างเป็นที่พักอาศัย ชื่อ ยูเพลส คอนโด สูง 6 ชั้นในจ.ปทุมธานีว่า วันนี้มามอบเงินค่าทำศพให้กับญาติแรงงานที่เสียชีวิตจำนวนรายละ 30,000 บาทและค่าทดแทนให้แก่ทายาทร้อยละ 60 ของค่าจ้าง เป็นเวลา 8 ปี หรือประมาณ 449,280 บาทต่อรายเป็นจำนวนทั้งหมด 5 รายได้แก่ นายเชษฐา กำภูชาติ , นางเพียบ มงคล , นายสิทธิโชค แกมมะณี , นายธนากร ตรีเมฆ และนายดนัย สุขสม ที่สามารถตรวจสอบสิทธิประกันสังคมเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นลูกจ้างของนายใกล้รุ่ง ทับครบุรีและบริษัทปลูกแปลง จากยอดผู้เสียชีวิตเบื้องต้น 10 คน
นางอำมร กล่าวอีกว่า สปส.จะเชิญญาติของผู้เสียชีวิตไปตรวจสอบคุณสมบัติว่าเป็นทายาทโดยตรง หรือ พ่อแม่หรือไม่ ก่อนจ่ายเงินช่วยเหลือดังกล่าว ที่สำนักงานประกันสังคม จังหวัดปทุมธานี สาขาคลองหลวง ส่วนแรงงานต่างด้าวที่บาดเจ็บและเสียชีวิต จะได้รับการดูแลและคุ้มครองเช่นกัน
ด้านนายพงศธร สัจจชลพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า วันนี้(14ส.ค.)เวลา 14.00น. ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชียวิต โดยยืนยันการค้นหาผู้ที่ติดอยู่ใต้ซากอาคารยังคงดำเนินต่อไป เนื่องจากมีการเดินทางมาแจ้งว่าญาติหายหลายคน ซึ่งการค้นหาจะแบ่งเป็น 4 จุด ในการค้นหาผู้รอดชีวิตและร่างผู้เสียชีวิต ทั้งนี้อาจจะมีแรงงานในที่เกิดเหตุมากกว่า 33 คน รวมทั้งได้กันผู้ไม่เกี่ยวข้องออกไปจากพื้นที่ เพราะเกรงว่าจะมีสิ่งของตกลงมาจากแรงสั่นสะเทือนในการค้นหา
ส่วนกรณีผู้บาดเจ็บจะได้รับค่ารักษาพยาบาลตามความเป็นจริง ภายในวงเงินไม่เกิน 300,000 บาท ได้ค่าทดแทนที่ขาดรายได้และค่าสูญเสียอวัยวะเป็นจำนวนเงิน 60 % ของค่าจ้างตามระยะเวลาของใบรับรองแพทย์ พร้อมกับค่าฟื้นฟูสมรรถภาพจนกว่าจะกลับมาทำงานได้ เบื้องต้นมีผู้มาลงทะเบียนว่ามีผู้เสียชีวิตจำนวน 3 ราย ซึ่งได้จ่ายเงินไปเป็นค่าทำศพ รายละ 30,000 บาท และยังเปิดให้ญาติผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บมาลงทะเบียนเพิ่มเติม.



