ข่าว

โจ๋ชุมพรซิ่งกระบะชนต้นไม้ดับ1เจ็บ5

โจ๋ชุมพรซิ่งกระบะชนต้นไม้ดับ1เจ็บ5

14 ส.ค. 2557

สลด! โจ๋ชุมพรขับกระบะปาดหน้ารถบรรทุกหกล้อก่อนเสียหลักชนต้นไม้ริมถนน เสียชีวิต 1 เจ็บ 5 อีกรายที่โคราชปิกอัพซิ่งกลับจากงานศพตัดหน้ารถบัสถูกชนกลางลำ ดับ 4 เจ็บ 3

 
 
                   เวลา 01.00 น.วันที่ 14 สิงหาคม 2557 ร.ต.ท.พงศธร พิชิตชลพันธุ์ ร้อยเวร สภ.เมืองชุมพร ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะเสียหลักชนต้นไม้ริมทาง บริเวณสะพาน 3 ถ.เพชรเกษม ส่าย41 ขาล่องใต้ หน้าศาลกรมหลวงชุมพรเขากล้วย ห่างจากสถานีตำรวจทางหลวง 2 กม. ม.10 ต.หาดพันไกร อ.เมือง จ.ชุมพร จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์ของโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ และหน่วยกู้ภัยสายชลและเครื่องตัดถ่าง
 
                   ที่เกิดเหตุ เป็นถนนสายเพชรเกษมขาล่องใต้ บริเวณหลัก กม.ที่ 496-497 เจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อมาสด้า บีที200 สีเขียว ตอนครึ่ง หมายเลขทะเบียน บธ 4013 ชุมพร สภาพพลิกคว่ำอัดติดอยู่กับต้นไม้ริมทาง ในสภาพพังยับเป็นรูปตัวยู ใกล้กับรถมีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 2 คน คือนายพิษณุวัฒน์ ศรีไวพัฒ อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22/2 ม.12 ต.ท่าตะเภา อ.เมือง จ.ชุมพร กับ ด.ช.อิทธิพล เนาวบุตร อายุ 14 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36 ม.12 ต.วังไผ่ อ.เมือง จ.ชุมพร เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวส่งโรงพยาบาลชุมพร
 
                   ภายในรถพบผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 4 คนถูก อัดก๊อปปี้อยู่ในเก๋งในสภาพพังยักเยิน เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงเร่งช่วยกันนำเครื่องตัดถางมาตัดชิ้นส่วนรถออก โดยใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง.จึงนำตัวทั้ง 4 ออกมาได้ คือ นายวัชรินทร์ โพธิ์แสง อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 ม.12 ต.วังไผ่ อ.เมือง จ.ชุมพร ,นายวรายุล พันธุกิจ อายุ 14 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36/1 ม.12 ต.วังไผ่ อ.เมือง จ.ชุมพร ,นายชนานนท์ ทองจันทร์ อายุ 15 ปี อยู่บ้านเลขที่ 116 ม.12 ต.วังไผ่ อ.เมือง จ.ชุมพร อาการสาหัส ในขณะที่นายณัฐวุฒิ นาคสังข์ อายุ 16 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22 ม.2 ต.วังไผ่ อ.เมือง จ.ชุมพร เสียชีวิตในเวลาต่อมา
 
                   สอบสวน ด.ช.อิทธิพล นั่งกระบะหลังกับนายพิษณุวัฒน์  ส่วนในเก๋งมีนายวัชรินทร์ ซึ่งเป็นคนขับนั่งคู่มากับนายวรายุล ส่วนแค็ปหลังมีนายชนานนท์ กับ นายณัฐวุฒิ นั่งคู่กันมา โดยก่อนเหตุนายวัชรินทร์ ได้ชักชวนทั้งหมดได้ไปเที่ยวที่บ้านเพื่อนแถว ต.ท่าข้าม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร จนขากลับนายวัชรินทร์ ซึ่งดื่มเหล้าขับมาด้วยความเร็ว ตนเองพร้อมนายพิษณุวัฒน์ ได้พยายามเคาะหลังคาเตือนให้ช้าๆแต่ไม่เป็นผล จนมาถึงที่เกิดเหตุนายวัชรินทร์ ได้ขับแซงขวาตลอดก่อนปาดหน้าเฉี่ยวเข้ากับด้านหน้าของรถบรรทุกหกล้อ ทำให้รถเสียหลักหมุนเคว้งไปชนกับต้นไม้ ส่วนตนเองกับนายพิษณุวัฒน์ กระเด็นคนละทิศละทาง
 
                   ต่อมาทางเจ้าหน้าที่สามารถติดตามรถบรรทุกหกล้อ หมายเลขทะเบียน 70-9570 ภูเก็ต ซึ่งเป็นคู่กรณีได้ ทราบชื่อคนขับคือนายสวาท อรุณเดช อายุ 51 ปี ได้บริเวณด่านตรวจปฐมพร โดยเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวเพื่อทำการสอบปากคำ
 
 
ปิกอัพซิ่งกลับจากงานศพตัดหน้ารถบัสถูกชนกลางลำ ดับ 4 เจ็บ 3
 
 
                   เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 14 ส.ค.57 ร.ต.ท.จักรกฤษณ์ นามโคตร พนักงานสอบสวน สภ.ด่านขุนทด อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา รับแจ้งอุบัติเหตุมีรถชนกันทางแยกด่านขุนทด ถนนสีคิ้ว-ชัยภูมิ ตัดกับ ถนนหนองสรวง-ด่านขุนทด เขตเทศบาลตำบลด่านขุนทด จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมหน่วยกู้ชีพฮุก.31
 
                   ที่เกิดเหตุบริเวณสี่แยกหน้าที่ว่าการอำเภอด่านขุนทด พบรถร่วมโดยสารปรับอากาศ ชั้น 1 บริษัท ภูกระดึงทัวร์ จำกัด สายเมืองเลย-กรุงเทพ เลขข้างรถ ม1ข 938-15 เลขทะเบียน 15-3078 กรุงเทพ ทราบชื่อคนขับ นายคมสันต์  เกษสา อายุ 35 ปี อยู่ บ้านเลขที่ 78 หมู่ 13 ต.หนองหิน อ.หนองหิน จ.เลย ใกล้กันพบปิคอัพ สีดำ ทะเบียน บธ 3689 นครราชสีมา ในสภาพพังยับเยินทั้งคัน ในรถพบผู้บาดเจ็บสาหัสถูกอัดก็อปปี้ 4 ราย หน่วยกู้ชีพฮุก.31 พยายามช่วยเหลือแต่ผู้บาดเจ็บเสียชีวิตในเวลาต่อมา จากนั้นจึงเร่งนำเครื่องตัดถ่างมาตัดเศษซากรถ เพื่อนำศพออกมาใช้เวลาประมาน 20 นาที จึงสามารถนำร่างออกมาได้
 
                   จากการตรวจสอบชื่อผู้เสียชีวิตคือนายประทีป ดักขุนทด อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20 หมู่ 3 นายหมั่น บุขุนทด อายุ 60 ปี  บ้านเลขที่ 1 หมู่ 3 นายมาโนช เพิดขุดทน อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 103/1 หมู่ 13 และนายพยอม โพมขุดทด อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 278 หมู่ 13 ทั้งหมดเป็นราษฎร ต.หนองกราด อ.ด่านขุดทด จ.นครราชสีมา นอกจากนี้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย พลเมืองดีได้ช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลด่านขุนทด ส่วนผู้โดยสารบนรถร่วมโดยสารปรับอากาศ 25 ราย ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด
 
                   ร.ต.ท จักรกฤษณ์ กล่าวว่า จากการสอบสวน ทราบว่าคนขับรถปิกอัพชื่อนายประทวน ภักดีบาง อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25/1 บ้านหนองกก หมู่ 8 ต.บ้านเพชร อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ นำผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ มีภูมิลำเนาอยู่ใน ต.หนองกราด อ.ด่านขุนทด ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านเดินทางกลับจากงานศพที่ จ.ชลบุรี โดยรถได้ขับมาจาก ต.หนองสรวง อ.ขามทะเลสอ เลี้ยวขวามุ่งหน้ากลับภูมิลำเนา
 
                   “ช่วงผ่านทางแยกพบว่าไฟสัญญาณจราจรเป็นไฟกระพริบสีเหลือง เป็นจังหวะที่นายคมสันต์ ขับรถร่วมโดยสารมาจากสถานีขนส่งจังหวัดเลย กำลังมุ่งหน้าไปกรุงเทพ มาด้วยความเร็ว รถปิคอัพตัดหน้าในระยะกระชั้นชิด จึงพุ่งชนอย่างแรง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย ผู้บาดเจ็บ 3 ราย” ร.ต.ท.จักรกฤษณ์ กล่าว