
รวบแล้วผู้เกี่ยวข้องคอนโดถล่ม5ราย
รวบแล้วผู้เกี่ยวข้องคอนโดถล่ม5ราย วิศวกรโยนความผิดผู้รับเหมาช่วง สธ.คาดยังมีแรงงานอีก 5 ราย ติดใต้ซากตึก
ความคืบหน้าเหตุอาคารยูเพลสคอนโดเทล ขนาด 6 ชั้น ตั้งอยู่ถนนเลียบคลองหก หมู่ 2 ต.คลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ที่ก่อสร้างโดยบริษัท ปลูกแปลง จำกัด ถล่มลงมาทั้บคนงานได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมากเหตุเกิดเมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 11 สิงหาคม ที่ผ่านมา
ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม พล.ต.ต.สมิทธิ มุกดาสนิท ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี เปิดเผยว่า วันนี้ศาลจังหวัดธัญบุรีได้อนุมัติหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุตึกถล่มแล้ว รวม 5 คน ได้แก่ นายจิระ ขันมั่น อายุ 43 ปี วิศวกรผู้ควบคุมงานก่อสร้าง นายเดียว ปราบโจร ผู้รับเหมาช่วงในการก่อสร้างอาคารในโครงการ นายศักดิ์สิทธิ์ อินทร์ทอง อายุ 43 ปี วิศวกรออกแบบ นางเพ็ญศรี กิติไพศาลนนท์ อายุ 48 ปี ผู้ขออนุญาตก่อสร้างอาคาร และนายชานัยชนม์ เกิดเทศ เจ้าของบริษัท ปลูกแปลง จำกัด ในข้อหากระทำการโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
ทั้งนี้ มีรายงานว่า ช่วงเย็นวันเดียวกัน นายศักดิ์สิทธิ์ และนางเพ็ญศรี จะเข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1
รวบแล้ว3ทีมคุมงานก่อสร้าง
เมื่อเวลา 15.00 น.ที่กองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1 พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รรท.ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ธวัชชัย ยิ่งเจริญสุข ผบก.สส.ภ.1 และพล.ต.ต.สมิทธิ มุกดาสนิท ผบก.ปทุมธานี ได้แถลความคืบหน้าคดี หลังศาลจังหวัดธัญบุรี ได้อนุมัติหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุตึกถล่มแล้ว รวม 7 คน ได้แก่ ออกหมายจับผู้ต้องหารวมทั้งหมดจำนวน 7 ราย มี 1.นายศักดิ์สิทธิ์ อินทร์ทอง อายุ 44 ปี วิศวกรผู้ควบคุมอาคาร 2.นางเพ็ญศรี กิติไพศาลนนท์ อายุ 49 ปี ผู้ขออนุญาตก่อสร้างอาคาร 3.นายเดียว ปราบโจร อายุ 43 ปี ผู้รับเหมาช่วงในการก่อสร้างอาคาร 4.นายชานัยชนม์ เกิดเทศ อายุ 43 ปี เจ้าของบริษัท ปลูกแปลง จำกัด 5.นายจิระ ขันมั่น อายุ 43 ปี วิศวกรผู้ควบคุมงานก่อสร้าง 6.นายบุญยกร หีบทอง อายุ 48 ปี ในฐานะนิติบุคคลและส่วนตัว และ 7.น.ส.กัญญารัตน์ หีบทอง อายุ 18 ปี ในฐานะนิติบุคคลและส่วนตัว ในฐานความผิด กระทำการโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 20,000 บาท
นายศักดิ์สิทธิ์ ให้การว่า ในส่วนของโครงการยังไม่ได้ตรวจสอบความเรียบร้อยของงานโครงสร้างเนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดยาว โดยนายเดี่ยวผู้รับเหมาช่วง ได้เทคอนกรีตโดยพลการ ทั้งที่ต้องให้ทางฝ่ายวิศวกรโครงการเข้าไปตรวจสอบก่อน ถึงจะสามารถเทคอนกรีตเพิ่มในแต่ละครั้งได้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากความไม่เรียบร้อยของงาน ทำให้ตัวโครงสร้างยังไม่พร้อมที่จะรับน้ำหนักของคอนกรีตที่จะเทลงในครั้งใหม่
นายเดี่ยว ให้การว่า ขณะที่เกิดเหตุตนออกไปทำธุระข้างนอกไม่ได้อยู่ที่โครงการ แต่มีหัวหน้างานของบริษัทตนเอง ชื่อ กบ ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง สั่งให้เทคอนกรีต 40 คิว บริเวณชั้นบนสุดของอาคาร โดยเริ่มเทจากด้านในฝั่งซ้ายออกมาด้านนอกฝั่งขวาติดถนนของโครงการ ก่อนที่อาคารจะทรุดตัวและถล่มลง
นางเพ็ญศรี เจ้าของโครงการ กล่าวทั้งน้ำตาว่า ในฐานะที่ตนเองเป็นเจ้าของโครงการรู้สึกเสียใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าเป็นไปได้ไม่อยากให้ต้องมีใครเสียชีวิต หากตนเองตายแทนได้ก็ยอม อย่างไรก็ตามยินดีที่จะช่วยเหลือผู้ที่ประสบเหตุเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและความเสียหายในสิ่งที่เกิดขึ้น
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท ก่อนนำตัวผู้ต้องหาไปสอบสวนขยายผลและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้เมื่อเวลา 14.30 น.วันเดียวกัน นายศักดิ์สิทธิ์ นางเพ็ญศรี นายเดียว นายบุญยกร และ น.ส.กัญญารัตน์ ได้เข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เหลือ นายชานัยชนม์ และนายจิระ ที่ยังไม่มามอบตัว
ขณะเดียวกัน นายเฉลิมชัย ไหลสกุล ทนายความและตัวแทนของบริษัท ปลูกแปลง จำกัด ได้เดินทางไปพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองห้า เพื่อแสดงวัตถุประสงค์จะเข้ามาช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต พร้อมกับกล่าวว่า ทางบริษัท ปลูกแปลง จำกัด ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ดังกล่าว สำหรับที่เจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายจับนายชานัยชนม์ ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท นายชานัยชนม์ยังไม่ทราบเรื่อง ก็คงให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย
สธ.เผยยังเหลือ 5 รายใต้ซากตึก
นพ.ณรงค์ ตั้งตรงไพโรจน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี เปิดเผยว่า จากปฏิบัติการช่วยชีวิตคนงานทั้ง 33 คน ที่ติดอยู่ใต้ตึกและผู้บาดเจ็บ เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บ 28 คน ในจำนวนนี้เหลือ 5 คนที่ยังพักรักษาตัวที่ รพ.ปทุมธานี 3 คน รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ 1 คน และ รพ.คลองหลวง 1 คน ส่วน 5 คนที่เหลือคาดว่ายังอยู่ในซากตึกและยังติดตามกู้ชีวิตอยู่
นพ.สุรัตน์ สุขประเสริฐ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ รพ.ปทุมธานี กล่าวว่า ผู้บาดเจ็บทั้ง 5 คน อาการรุนแรงแตกต่างกันไป โดยมีผู้บาดเจ็บรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ปทุมธานี 3 คน คือ น.ส.สุกัญญา ไตตม อายุ 24 ปี ตั้งครรภ์ 3 เดือน รักษาตัวที่ รพ.ปทุมธานี มีภาวะสะโพกซ้ายแตก ไหปลาร้าขวาหัก ปอดช้ำ พ้นวิกฤติแล้ว การตรวจสัญญาณชีพเด็กในท้องยังมีชีวิตอยู่ แต่ยังอยู่ห้องไอซียูเพื่อเฝ้าดูอาการ และชายชาวกัมพูชา อายุ 60 ปี รักษาตัวที่ รพ.ปทุมธานี ซี่โครงซี่ที่ 2-8 หัก มีเลือดออกในปอด มีภาวะอัมพาตแต่รู้สึกตัวดี รวมทั้งนายกล้าณรงค์ ปราบภัย อายุ 24 ปี ชาวบุรีรัมย์ ที่ทีมค้นหาช่วยออกมาได้เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม กระดูกไหปลาร้าหัก และกระดูกเชิงกรานซ้ายแตก รู้สึกตัวดี
ส่วนนายสุรัตน์ ชมพูจันทร์ อายุ 32 ปี รักษาตัวอยู่ที่ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ มีภาวะกระดูกต้นแขนหัก เส้นเลือดแขนขวาฉีก แพทย์ได้ผ่าตัดต่อเส้นเลือดแล้ว อาการปกติดี และนายสมัย นิทรา อายุ 38 ปี รักษาตัวอยู่ที่ รพ.คลองหลวง สภาพกระดูกสันหลังส่วนเอวหัก ทาง รพ.คลองหลวง กำลังส่งต่อมารักษาที่ รพ.ปทุมธานี โดยผู้บาดเจ็บทั้งหมดได้รับการดูแลอย่างดี พ้นขีดอันตรายแล้ว ทั้งนี้ ผู้บาดเจ็บทั้งหมดอยู่ ในสิทธิการรักษาฉุกเฉิน ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ขณะเดียวกันทางสำนักงานประกันสังคมก็เข้ามาติดต่อประสานการช่วยเหลือเช่นกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการรื้อซากอาคารพบอุปสักหลายอย่างในการรื้อถอนซึ่งจะต้องรื้อแท่งลิฟต์ลงมาก่อนเพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ จนถึงเวลา 17.30 น.เจ้าหน้าที่ช่วยกันเจาะล้มแท่งลิฟต์ลงได้และได้ใช้เครื่องจักรหนักเข้ารื้อซากปรักหักพังซึ่งคาดว่าภายในคืนนี้จะสามารถนำศพคนงานที่เสียชีวิตติดอยู่ใต้ซากอาคารออกมาได้ทั้งหมดตามที่ญาติแจ้งไว้จำนวน 7 ราย



