ข่าว

ใช้หัวใจมองชีวิตเอาความแกร่งสู้ปัญหา

ใช้หัวใจมองชีวิตเอาความแกร่งสู้ปัญหา

14 ส.ค. 2557

ใช้หัวใจมองชีวิต เอาความแกร่งสู้ปัญหา : เขยฝรั่งสะใภ้อินเตอร์ เรื่อง-ศุภกร อรรคนันท์ เรียบเรียง-เสาวลักษ์ คงภัคพูน

                ความกตัญญูรู้คุณบิดามารดาผู้ให้ชีวิต ทำให้วันนี้ "เรียม พูลแก้ว" หญิงแกร่งวัย 35 ปี ชาว อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ประสบความสำเร็จในด้านการงาน และด้านชีวิตครอบครัว ภายหลังที่เจอมรสุมอันหนักหนาสาหัสกับชีวิตมาโดยตลอด

                เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ขณะย่างเข้าสู่วัยรุ่น เธอก็ต้องแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียว เมื่อต้องเสียสละโอกาสการศึกษาในระดับชั้นมัธยมปลาย เมื่อมารดาป่วยมีก้อนเนื้อในมดลูก ต้องรับการผ่าตัด ด้วยความเป็นครอบครัวเล็ก มีกันเพียงสามคน คือพ่อแม่และเธอที่เป็นลูกสาวคนเดียว "เรียม" ต้องเลิกเรียนและออกมาหางานทำ นำเงินค่าจ้างรวบรวมเข้ากับเงินค่าแรงของพ่อ นำไปเป็นค่ารักษาแม่จนอาการป่วยหายดี

                เลยวัยและเวลาในการเรียนมาแล้ว เลือกเดินหน้าลุยทำงานหาเงินช่วยพ่อแม่ดีกว่า ด้วยชีวิตที่เป็นนักต่อสู้เธอได้เดินทางไปปักหลักฐานเป็นพนักงานประจำร้านถ่ายรูปที่เมืองพัทยา ได้ค่าแรงวันละ 100 บาท ส่งเงินกลับไปให้พ่อแม่เป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัวอย่างสม่ำเสมอมิเคยขาด พ่อแม่คือสิ่งสูงสุดในชีวิตที่เรียมคิดถึงทุกลมหายใจเข้าออก

                ชีวิตในวัยสาวสะพรั่งดำเนินไปเฉกเช่นเดียวกันผู้คนทั่วไป พบรักกับคนชาติเดียวกัน แต่งงาน มีลูกสาวด้วยกัน 1 คน ขณะชีวิตกำลังไปได้สวย สมบูรณ์ กลับมีมรสุมชีวิตระลอกใหญ่ซัดกระหน่ำเข้ามาอีก เมื่อพ่อกับแม่ต้องเข้าโรงพยาบาลทั้งคู่ แต่รักษาอยู่คนละแห่ง เนื่องจากอาการแม่กำเริบจากโรคเก่า พ่อกำลังไปเยี่ยมกลับเจออุบัติเหตุจนขาหัก กะโหลกร้าว มีเลือดคั่ง ไม่รู้สึกตัว

                เรียมต้องทำหน้าที่ดูแลปรนนิบัติพ่อแม่ที่นอนป่วยอยู่คนละโรงพยาบาลอย่างเต็มความสามารถเท่าที่ลูกคนหนึ่งจะทำให้ได้ ตลอดสองเดือนเธอทิ้งทุกอย่าง ง่วนอยู่กับการดูแลพ่อแม่ เงินค่ารักษาไม่พอก็ต้องไปหยิบยืมจนมีหนี้สิน สามีที่เคยดูแลกันก็เริ่มห่างหาย ยิ่งเมื่อมีภาระอันยิ่งใหญ่ที่มาพร้อมกับหนี้สินก้อนโต เขารับไม่ได้ ตัดสินใจเดินออกจากชีวิต ความเศร้าเข้ามาปกคลุมจิตใจของเรียม แต่ก็ต้องเข้มแข็งเพื่อพ่อแม่ และลูกสาว ทุกคนที่ฝากชีวิตไว้กับเธอ จะยอมแพ้อ่อนแอไม่ได้

                "ช่วงที่พ่อกับแม่ป่วยนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลทั้งคู่ เราก็ไปเยี่ยมแม่บ้าง เสร็จแล้วมาเยี่ยมพ่อบ้าง และยังต้องปิดบังแม่ ไม่ให้แม่รู้ว่าพ่อป่วย เพราะกลัวว่าอาการของแม่คงจะทรุดหนักหากทราบเรื่องว่าพ่อสมองร้าว นอนไม่ได้สติอยู่ที่โรงพยาบาลจังหวัด ช่วงนั้นเหมือนกับว่าชีวิตมันแปรเปลี่ยนครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ก็เลยเลิกกับแฟนไป"

                หลังจากพ่อแม่อาการดีขึ้น ด้วยการเป็นคนที่ต่อสู้ชีวิต "เรียม" ย้อนกลับมาทำงานที่เมืองพัทยาอีกครั้ง โดยสมัครเข้าทำงานที่ร้านขายหนังสือในซอยไปรษณีย์ ย่านพัทยาใต้ ค่าแรงเพียงวันละ 100 บาท สำหรับมาใช้จ่ายในครอบครัวสี่ชีวิต แต่ก็ไม่ย่อท้อ สู้ ต้องสู้ให้ได้ ความขยันขันแข็งทำงานอย่างซื่อสัตย์ ทำให้เจ้านายมีความไว้วางใจและรักใคร่ ช่วยด้านการเงินที่เป็นค่ารักษาพยาบาลพ่อ นี่เป็นการยกภูเขาออกจากอกครั้งแรก เบาใจไปบ้างกับค่ารักษาพยาบาล สิ่งเหล่านี้อยู่ในสายตาของคุณฤดี เจ้านายที่เฝ้ามองดูด้วยความเป็นห่วงหญิงสู้ชีวิตคนนี้ ชีวิตมาพลิกผันอีกครั้ง แต่คราวนี้เหมือนกับภาษิตที่ว่า "ชั่วเจ็ดที ดีเจ็ดหน" ผ่านความโชคร้ายมาตลอด ถึงคราวเรื่องดีๆ จะเข้ามาในชีวิตบ้างแล้ว เมื่อเจ้านายให้พา "กี บูเชอ" หนุ่มใหญ่ชาวฝรั่งเศสเพื่อนของเจ้านาย ที่เดินทางมาพักผ่อนในพัทยาไปปลดล็อกโทรศัพท์ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านพัทยาเหนือ ก็พาไปตามคำสั่ง แต่แล้วความมีน้ำใจของเรียม ก็ไปสะดุดตรงเข้าหัวใจของกี บูเชอ อย่างจัง ขณะข้ามถนนที่เขาเก้ๆ กังๆ เพราะไม่คุ้นชินการขับรถของคนไทย เรียมตัดสินใจจูงมือเขาข้ามเพื่อความปลอดภัยโดยไม่ได้คิดอะไร แต่เขากลับคิด

                เมื่อปลดล็อกโทรศัพท์เสร็จ ขากลับเมื่อมาถึงชายหาดพัทยาเหนือ ได้ลงรถเดินชมวิวตามชายหาดไปเรื่อย ระหว่างนั้น จู่ๆเขาได้ขอหอมแก้ม แต่เรียมฟังไม่รู้เรื่องเนื่องจากพูดคนละภาษา เขาก็เข้ามากอดแล้วหอมแก้ม เรียมอายจนหน้าแดง ไม่เข้าใจสิ่งที่เขาทำ มันเร็วเกินไป กระทั่งกลับมาถึงร้าน เขาก็มาเล่าเรื่องให้เจ้านายฟังว่าชอบและเอ็นดูเรียม ขออนุญาตพาไปกินมื้อเย็น ซึ่งเจ้านายก็เห็นดีด้วย มาบอกเรียมว่า "เธอลำบากมามากแล้ว คิดว่าควรจะเลือกใครสักคนมานำทางชีวิต เมื่อมีโอกาสก็ควรที่จะเปิดรับเพื่ออนาคตที่ดีของลูก"