
เคล็ดลับบอกลา'ออฟฟิศ ซินโดรม'
15 ส.ค. 2557
ไลฟ์สไตล์ : เคล็ดลับบอกลา 'ออฟฟิศ ซินโดรม'
ปัจจุบันมีคนจำนวนมากต้องประสบปัญหาทนทุกข์ทรมานกับการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อตามส่วนต่างๆ ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องมาจากการทำงานหนัก โดยเฉพาะหนุ่มสาวออฟฟิศสมัยนี้ที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวัน อีกทั้งยังเกิดจากการออกกำลังกายอย่างหักโหม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้เกิดการอักเสบของกล้ามเนื้อ และนำไปสู่การปวดเมื่อยตามร่างกาย จริงๆ แล้วปัญหาดังกล่าวสามารถจัดการได้เพียงรู้วิธีรักษาให้ “ตรงจุด”
เริ่มจากการเรียนรู้ที่จะป้องกันและแก้ไข ซึ่ง ผศ นพ. วิศาล คันธารัตนกุล หัวหน้าศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ เผยภายในงานเปิดตัวกิจกรรม "เดอะ เพน ชาเลนจ์ - ภารกิจ ซ่า ท้า ปวด" ที่สนับสนุนโดย นูโรเฟน เจล ว่า ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจากการนั่งทำงานในออฟฟิศตั้งแต่เช้าจรดเย็นนั้น ถือเป็นโรคที่มีชื่อเฉพาะว่า "ออฟฟิศ ซินโดรม" ซึ่งส่วนใหญ่จะพบในหมู่ของคนเมือง อาการของโรคจะร้ายแรงขึ้นหากปล่อยปละละเลยเพราะอาจทำให้ปวดตัวจนไม่สามารถไปทำงานได้ หรือที่แย่ไปกว่านั้นอาจทำให้เกิดอาการมึนศีรษะ หรือบางรายปวดกล้ามเนื้อจนต้องทำการรักษา
"กลุ่มคนเป็นกลุ่มเสี่ยงแยกออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกคือคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ แต่ในระหว่างวันต้องเผชิญกับกิจกรรมที่ต้องใช้การบิดกล้ามเนื้อ เช่น เวลาเดินทางไปทำงาน เมื่อขึ้นรถโดยสารมักจะต้องบิดลำตัวหรือแขนระหว่างการยืนโหน ให้เกิดการเกร็งของกล้ามเนื้อ กลุ่มที่สองคือคนที่ไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำ โดยประมาณหนึ่งครั้งต่อสองสัปดาห์แต่ออกอย่างหนัก เช่น นานๆ ทีจะไปปั่นจักรยาน แต่ปั่นทีก็ 20 กม. หรือคนที่เข้าฟิตเนสไม่สม่ำเสมอและเล่นอย่างหักโหม ผลที่ตามมาแทนที่ช่วยทำให้สุขภาพแข็งแรงแต่กลับบั่นทอนความ “ฟิตแอนด์เฟิร์ม” ของร่างกาย ทำให้เกิด “ความเจ็บปวด” และกลุ่มที่สามคือหนุ่มสาวออฟฟิศที่นั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์นานๆ ทำให้เกิดความปวดร้าวตามแขน ขา และมือ หรือปวดศีรษะขั้นรุนแรงได้" นักเวชศาสตร์ฟื้นฟู กล่าว
สำหรับข้อแนะนำในการนั่งทำงานที่ถูกต้อง คุณหมอ บอกว่า ควรนั่งในท่าที่ถูกต้องเพื่อจัดการกับปัญหาความปวดเมื่อย ซึ่งท่านั่งที่ทำให้เกิดอาการปวดมี 2 ท่าหลักๆ คือ เอี้ยวหรือโน้มตัวเพื่อจะพิมพ์คีย์บอร์ดอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน และท่านั่งที่ทำให้มือต้องเกร็งและเท้าลอยไม่แตะพื้นระหว่างนั่ง วิธีการป้องกันการเกิดความปวด เมื่อย ล้า ง่ายๆ คือ ทุกครั้งเมื่อนั่งทำงานพยายามอย่าให้แขนและขาลอย เพราะจะทำให้เกิดการปวดเมื่อยได้เป็นอย่างมาก เนื่องจากกล้ามเนื้อจะเกร็งโดยไม่รู้ตัว และที่สำคัญคือจอคอมพิวเตอร์ควรจะอยู่ที่ระดับสายตาเมื่อนั่งพิมพ์งาน อีกทั้งยังควรจัดหาที่รองข้อศอกและที่รองขาระหว่างนั่งทำงาน
นอกจากนี้ การออกกำลังกายถือเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ต้องใช้กล้ามเนื้ออย่างมาก ปัจจุบันสาวๆ นิยมออกกำลังกายด้วยวิธี “T25” ซึ่งถือเป็นวิธีออกกำลังกายที่หนักและหักโหม เพราะหลังจากเล่นเสร็จแล้วส่วนมากจะเกิดอาการปวดกล้ามเนื้ออย่างมากในเช้าวันรุ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม คุณหมอแนะนำให้ทายาแก้ปวดทันทีหลังจากการเล่น และเน้น “การทาตรงจุด” ที่ได้ใช้ในการบริหารร่างกายมากที่สุด ทั้งนี้ ก่อนและหลังการออกกำลังกายควรทำการยืดเหยียดหรือวอร์มกล้ามเนื้อก่อนทุกครั้ง และหากรู้สึกตึงหรือเจ็บที่กล้ามเนื้อหลังจากเล่นกีฬาเสร็จให้ทำการยืดเหยียดอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้เลือดหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อและทายาแก้ปวดตามทันที ไม่ควรทำการยืดเหยียดให้มากเกินไปเพราะอาจทำให้กล้ามเนื้อยิ่งเจ็บปวดเพิ่มขึ้นอีก ส่วนกลุ่มคนที่ต้องใช้รถไฟฟ้า หากรู้ว่าจะเกิดการเบียดเสียดกับผู้โดยสารคนอื่นๆ อีกมากมายในเวลารีบเร่งก็ควรให้ทำการยืดเหยียดก่อนขึ้นเพื่อให้ได้ยืดเส้นยืดสายก่อนเกิดการเกร็ง



